:::

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 กันยายน 2564

  • 28 September, 2021
ที่นี่ไต้หวัน
มะละกอนมสดปั่น อร่อย หอมละมุน Cr.News&Market

เครื่องดื่มยอดฮิตสไตล์ไต้หวัน“มะละกอนมสดปั่นหรือมู่กวาหนิวไหน่-木瓜牛奶” อร่อย หอมละมุน อุดมไปด้วยวิตามิน แก้ท้องผูก

ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มที่เป็นตัวแทนของไต้หวัน หลายคนคงจะนึกถึง “ชานมไข่มุก” เพราะว่าชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนรู้จัก หรือต้องบอกว่ารู้จักกันทั่วโลกก็ว่าได้ แต่ถ้าเจาะลึกเรื่องราวของเครื่องดื่มในไต้หวันแล้วจะพบว่า มะละกอนมสดปั่นถือกำเนิดและได้รับความนิยมในไต้หวันก่อนชานมไข่มุกเสียอีก และมีมานานกว่า 60 ปีแล้ว นอกจากนี้ เบื้องหลังของมะละกอนมสดปั่น ยังเกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกมะละกอ รวมทั้งธุรกิจการทำฟาร์มโคนมที่ทำให้เกิดการพัฒนาวัฒนธรรมด้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมะละกอนมสดปั่นแบบดั้งเดิมแก้วหนึ่ง 500 ซีซี มาจากการเอามะละกอสดปั่นกับนมสด เติมน้ำตาลและน้ำแข็งในปริมาณที่เหมาะสม และหลังจากที่เริ่มมีการขายมะละกอนมสดปั่นแล้ว ยอดขายมะละกอในไต้หวันก็เพิ่มขึ้น ถ้าเป็นช่วงที่ขายดี อย่างแผงขายเครื่องดื่มเล็กๆ อาจจะใช้มะละกอปั่นกับนมสดมากถึง 20 ชั่ง( 1 ชั่งเท่ากับ 600 กรัม) แต่ถ้าเป็นร้านขายเครื่องดื่มร้านใหญ่ๆ อาจจะใช้มากถึง 100 ชั่ง(60 กก.) นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ทำเครื่องดื่มมะละกอนมสดปั่นขายเป็นเวลานานหลาย 10 ปียังพบว่า เทคนิคการปลูกมะละกอในไต้หวันมีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างไม่ขาดสาย แม้ปัจจุบันเครื่องดื่มมีความหลากหลายให้เลือกก็ตาม แต่มะละกอนมสดปั่นก็ยังคงได้รับความนิยม ยังเป็นตัวชูโรงของร้านเครื่องดื่มด้วย

มะละกอไถหนงเบอร์ 2 นิยมนำมาปั่น หอมละมุน

มะละกอนมสดปั่นมีประวัติความเป็นมากว่า 60 ปี แต่ถ้าจะถามว่า ร้านขายมะละกอนมสดปั่นเจ้าแรกของไต้หวันคือใคร ก็ไม่มีคำตอบที่แน่ชัด นายสวีจ้ง(徐仲) ผู้ศึกษาวัฒนธรรมอาหารและเครื่องดื่มได้เคยสอบถามผู้อวุโสหลายท่านพบว่า ก่อนที่มีความนิยมเปิดร้านมะละกอนมสดปั่น ประมาณปี 1960 ที่มีความนิยมเปิดร้านน้ำแข็งไส ก็มีมะละกอนมสดปั่นแล้ว มีบางคนบอกว่า แหล่งกำเนิดมะละกอนมสดปั่นเริ่มที่ตลาดกลางคืนเมืองไทจง แต่ก็มีบางคนบอกว่าอยู่ที่เมืองเกาสง สำหรับการใช้มะละกอมาปั่นกับนมสดนั้น นายสวีจ้งคาดคะเนว่า มีความเกี่ยวข้องกับความบังเอิญกับนโยบายของรัฐบาล อาจจะเป็นเพราะรัฐบาลในยุคนั้นต้องการรณรงค์ให้ประชาชนดื่มนมโค ส่วนมะละกอสายพันธุ์ไถหนงเบอร์ 2 ที่ปัจจุบันกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ประชาชนบริโภค ได้ถือกำเนิดขึ้นประมาณปี 1971 มะละกอสายพันธุ์นี้เมื่อนำมาปั่นกับนมสดจะมีความหอม อร่อยมาก จึงทำให้ต่อมามีการขายกันอย่างแพร่หลาย และในสมัยก่อนไม่มีร้านฟาสต์ฟู้ด ร้านที่ขายมะละกอนมสดปั่นจึงเป็นศูนย์รวมการพบปะของญาติมิตรสหายที่ต้องการมานั่งเคยสัพเพเหระ การเปิดร้านก็ไม่ได้ขายเพียงมะละกอนมสดปั่นอย่างเดียว มีขายของอย่างอื่นด้วย อย่างเช่น ผลไม้หั่นชิ้นใส่จาน ถั่วเขียวต้ม เบอร์เกอร์ ฮอดด็อก ซึ่งในเวลาต่อมา ร้านที่ขายมะละกอนมสดปั่นบางส่วนค่อยๆ พัฒนากลายเป็นร้านฟาสต์ฟู้ด บางส่วนพัฒนากลายเป็นร้านขายน้ำแข็งไส มีเพียงไต้หวันเท่านั้นที่มีร้านเปิดขายมะละกอนมสดปั่น ประเทศอื่นไม่มี ชาวต่างชาติเมื่อได้พบเห็นการขายมะละกอนมสดปั่น รู้สึกแปลกและเป็นของใหม่ ถ้าถามชาวต่างชาติว่าชอบดื่มหรือไม่ คำตอบคือขึ้นอยู่กับการยอมรับของผู้คน อย่างชาวยุโรปบางคนยอมรับไม่ได้ว่าทำไมต้องเอามะละกอมาปั่น และยังต้องเติมนมสดเข้าไปอีก ราวกับว่าเป็นอาหารของทารก

มะละกอนมสดปั่นร้านดังที่เมืองจางฮั่ว

ในไต้หวันมีร้านที่เปิดขายมะละกอนมสดปั่นหลายเจ้าและเปิดกิจการมานานหลายปี ยกตัวอย่าง มีอยู่ร้านหนึ่งในเมืองจางฮั่ว(จางฮั่วมู่กวาหนิวหลู่ต้าหวัง) หลูหงเหว่ย(盧宏瑋) ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3 ของร้านนี้เล่าให้ฟังว่า ตอนที่คุณปู่และคุณย่าแต่งงานใหม่ๆ มักชอบไปกินน้ำแข็งไสที่ตลาดตี้อีของเมืองไทจง(台中第一市場) เมื่อกินไปช่วงหนึ่ง คุณปู่มีความคิดอยากเปิดร้านขายน้ำแข็งไสของตัวเอง ในช่วงที่เปิดร้านใหม่ๆ น้ำมะละกอนมสดปั่นยังไม่อยู่ในเมนูของร้าน หลังจากที่คุณปู่ตระเวนสำรวจไปทั่วพบว่า ไม่ว่าเมืองไทจงหรือเกาสงล้วนขายมะละกอนมสดปั่นกันทั้งนั้น แต่คุณปู่บอกว่า ได้ไปชิมหลายเจ้าพบว่า กลิ่นนมจะแรง แต่ไม่ค่อยมีความหอมของมะละกอ ต่อมาคุณปู่พัฒนาสัดส่วนที่มีมะละกอมากกว่านมสด จนเป็นที่ถูกใจของลูกค้า จึงทำให้มะละกอนมสดปั่นกลายเป็นเมนูเด็ดของร้านน้ำแข็งไส มะละกอที่ใช้ปั่นนั้น ส่วนใหญ่เลือกใช้มะละกอสายพันธุ์ไถหนงเบอร์ 1 และ 2 และเป็นสายพันธุ์เดียวกับมะละกอที่หั่นชิ้นใส่จานขาย แต่ต่างกันตรงที่ความสุกงอม มะละกอที่ใช้ปั่นกับนมสดจะต้องเลือกที่มีความสุกประมาณ 90-100% จะมีความหวานที่สุด เนื้อนิ่ม ส่วนมะละกอที่หั่นเป็นชิ้นใส่จานขายจะเลือกความสุกประมาณ 70-80%  นอกจากนี้ การที่จะปั่นมะละกอนมสดให้อร่อย ยังต้องปรับตามรสชาติของมะละกอด้วย อย่างเช่น มะละกอที่ปลูกในช่วงฤดูร้อนกับฤดูใบไม้ร่วงจะหวานกว่ามะละกอที่ปลูกในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ และยังต้องดูสภาพอากาศในช่วงนั้นด้วย อย่างเช่น มีฝนตกชุกหรือไม่ ถ้าฝนชุก อากาศหนาว รสชาติมะละกอก็จะเปลี่ยนไป จึงต้องปรับปรุงรสชาติของมะละกอนมสดปั่นให้สอดคล้องกับฤดูกาลด้วย ทางร้านจะขายดีมากในช่วงหน้าร้อน ถ้าขายดีจะใช้มะละกอมากถึง 100 ชั่ง แต่อย่างไรก็ตาม เกษตรกรและร้านขายน้ำแข็งไสจะมีรายได้ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ บางวันฝนตกฟ้าคะนองช่วงบ่าย จะไม่มีลูกค้าเข้าร้านก็ยังมี และเมื่อเข้าสู่หน้าหนาว มะละกอจะมีรสขมเล็กน้อย แต่ทางร้านเลือกซื้อมะละกอจากร้านประจำ ไม่ต้องกังวลว่าได้ของคุณภาพไม่ดี เขายังบอกด้วยว่า คุณภาพของมะละกอดีขึ้นเรื่อยๆ แสดงถึงเทคนิคการปลูกที่สุกงอม ปัจจุบันมะละกอที่ปลูกได้จะมีความหวานกว่าสมัยก่อนเยอะ น้ำตาลอ้อยที่ใช้ในร้านก็มีอัตราส่วนน้อยลงไปจากสมัยก่อนถึง 1 ใน 3

มะละกอนมสดปั่นร้านดังที่อู้ฟงเมืองไถจง 

และยังมีร้านขายมะละกอนมสดปั่นอีกร้านที่เปิดกิจการมานานถึง 60 ปี ตั้งอยู่ที่อู้ฟงเมืองไทจง และขณะนี้ก็ตกทอดมาถึงรุ่นที่ 3 เช่นกัน นายหวังเจ้าของร้านคนปัจจุบันบอกว่า ในยุคคุณปู่ได้ทดลองทำอาชีพต่างๆ มามากมาย สุดท้ายพบว่า เปิดร้านขายน้ำผลไม้ปั่นจะสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เพราะฉะนั้นก็เลยเลือกเปิดร้านขายมะละกอนมสดปั่น กว่า 60 ปีที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบันรสชาติของร้านไม่เปลี่ยนแปลง เลือกใช้มะละกอที่ปลูกทางภาคใต้ มีคุณภาพดี ช่วงหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัด ทางร้านจะขายดีที่สุด สถิติสูงสุดเคยขายได้ 800 กว่าแก้วต่อวัน แต่ปัจจุบันเนื่องจากการระบาดของโควิด 19 ส่งผลต่อยอดขายเช่นกัน น้ำมะละกอนมสดปั่นหากไม่ดื่มให้หมดภายใน 15 นาที และถ้าอากาศร้อนด้วย ก็ยิ่งทำให้จับตัวเป็นก้อนเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นไม่เหมาะในการขายส่งไปถึงที่บ้าน อย่างไรก็ตาม ได้มีการประยุกต์ไปตามกาลเวลา เมนูที่ขายก็มีมากและหลากหลายขึ้น และเขายังพบว่า คนไต้หวันมีความชื่นชอบเครื่องที่หลากหลายมากขึ้น จึงทำให้ร้านขายมะละกอนมสดปั่นต้องมีการปรับตัวขายเมนูอื่นเพิ่มขึ้น แม้ว่าเมนูในร้านจะเพิ่มขึ้น แต่ก็พบว่า น้ำมะละกอนมสดปั่นยังคงครองแชมป์ของยอดขาย

มะละกอนมปั่นยูเอสทีที่ขายในร้านสะดวกซื้อ

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง