:::

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565

  • 26 February, 2022
สโมสรผู้ฟัง
ปีใหม่เป็นต้นมาถึง 22 ก.พ. จีหลงมีเพียงวันเดียวที่ฝนไม่ตก ไทเป เถาหยวน 6 วัน

1. ปีนี้หนาวจัด ระหว่าง 19-20 ก.พ. ช่วงเวลา 2 วัน ทั่วไต้หวันมีคนหนาวตาย 82 ราย ส่งโรงพยาบาลกว่า 500 ราย

          ฤดูหนาวปีนี้ ผู้คนในไต้หวันมีความรู้สึกอากาศหนาวเหน็บและยาวนาน ลมหนาวพัดลงมาปกคลุมลูกแล้วลูกเล่า ดูเหมือนจะหนาวกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงแล้ว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของกรุงไทเปในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้อยู่ที่ 10.3°c ไม่ใช่เป็นปีที่ต่ำสุด ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของกรุงไทเป ต่ำสุดเมื่อปี 2559 มีเพียง 6.1°c และยังมีปีอื่น ๆ ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 10°c ปีนี้จัดอยู่อันดับ 12 เท่านั้น แต่ทำไมรู้สึกว่าหนาวกว่า กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันอธิบายว่า เป็นเพราะปีนี้ ไม่ได้มีแค่ลมหนาวอย่างเดียว ยังมาทั้งฝนและลมด้วย มากันถี่และต่อเนื่อง ทำให้อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้ ต่ำกว่าอุณหภูมิจริงประมาณ 3-5°c จึงทำให้รู้สึกหนาวเหน็บกว่าทุกปีที่ผ่านมา

ฤดูหนาวปีนี้ ผู้คนในไต้หวันมีความรู้สึกอากาศหนาวเหน็บและยาวนาน

          อากาศหนาว ๆ เช่นนี้ เป็นอันตรายกับคนสูงวัยและผู้ที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว แต่คนหนุ่มสาวจะชะล่าใจไม่ได้ หากไม่ดูแลสุขภาพ ไม่สวมใส่เสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่น ก็มีอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน ลมหนาวที่พัดลงมาทำอุณหภูมิต่ำอย่างต่อเนื่อง มีผู้เสียชีวิตและเข้ารับการรักษาพยาบาลแล้วจำนวนมาก อย่างช่วงวันที่ 19-20 ก.พ. ที่ผ่านมา ระยะเวลาเพียง 2 วัน ทั่วไต้หวันอุณหภูมิอยู่ที่ 8-10°c มีผู้เสียชีวิตจากอุณหภูมิต่ำไปแล้วถึง 82 ราย อายุต่ำสุด 32 ปี เข้ารับการรักษาพยาบาลอีกกว่า 500 ราย

ช่วงวันที่ 19-20 ก.พ. ที่ผ่านมา ทั่วไต้หวันอุณหภูมิอยู่ที่ 8-10°c มีผู้เสียชีวิตจากอุณหภูมิต่ำไปแล้วถึง 82 ราย อายุต่ำสุด 32 ปี

          อากาศยังคงหนาวต่อเนื่อง ขอให้เพื่อนผู้ฟังทั้งในไต้หวันและที่ไทยดูแลสุขภาพอย่างถูกหลักวิธี ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ ดื่มน้ำอุ่นและพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาวอย่างเด็ดขาด

บนยอดเขาสูง 2,500-3,000 เมตรขึ้นไป มีหิมะตก

2. ฝนหน้าหนาวตกไม่หยุด ปีใหม่เป็นต้นมาถึง 22 ก.พ. จำนวน 52 วัน จีหลงมีเพียงวันเดียวที่ฝนไม่ตก ไทเป เถาหยวน 6 วัน ปริมาณน้ำฝนในเดือนกุมภาพันธ์ทำลายสถิติ

           ไม่เพียงอากาศหนาวเท่านั้น ฝนยังตกเกือบทุกวัน ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 22 ก.พ. นับจำนวนวันในปฏิทินได้ 53 วัน เมืองจีหลงมีเพียงวันเดียวที่ฝนไม่ตก อี๋หลาน 5 วัน ส่วนกรุงไทเป ฝนตก 47 วัน ไม่ตกเพียง 6 วัน ทำลายสถิติของเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ในรอบ 24 ปีที่ผ่านมา นอกจากไทเปและจีหลงแล้ว เถาหยวนก็พอ ๆ กัน มี 6 วันเท่านั้นที่ฝนไม่ตก ส่วนภาคกลางและภาคใต้ มีโอกาสเห็นแสงแดด 20-30 วัน

ปีใหม่เป็นต้นมาถึง 22 ก.พ. จีหลงมีเพียงวันเดียวที่ฝนไม่ตก ไทเป เถาหยวน 6 วัน

          ส่วนปริมาณน้ำฝนก็เช่นกัน จากสถิติ เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่ฝนไม่ค่อยมากเท่าไหร่ มีเพียงปี 2557, 2560 และ 2561 เท่านั้นที่ปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มม. แต่ปีนี้ ณ วันที่ 22 ก.พ. กรุงไทเปมีฝนตกวัดปริมาณน้ำฝนสะสมได้ 195.5 มม. เกือบจะเท่ากับ 198 มม. ของเมื่อปี 2555 หากนับถึงสิ้นเดือนคงพอ ๆ กันหรืออาจสูงกว่า จัดเป็นปีที่เดือนกุมภาพันธ์มีฝนตกสูงสุด ทำลายสถิติในรอบ 11 ปี  

ภาพแสดงปริมาณน้ำฝนทั่วไต้หวันระหว่าง 19-22 ก.พ. 65 (Cr: กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวัน CWB)

3. ชาวเมืองจีหลงได้เฮ !!  รัฐบาลประกาศต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้าจากสถานีหนานกั่งกรุงไทเป ไปยังเขตปาตู่ เมืองจีหลง ระยะทาง 16.05 กม. รวมทั้งหมด13 สถานี

          เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายซูเจินชาง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ประกาศเปิดตัวโครงการรถไฟฟ้าความจุปานกลาง (Medium-capacity rail system) ของเมืองจีหลง จากเดิมที่เทศบาลเมืองจีหลงวางแผนจะจัดสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit, LRT) พร้อมกันนี้ยังเผยว่ารัฐบาลกลางจะอัดฉีดงบประมาณจากส่วนกลางให้แก่ส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น  โดยโครงการนี้ต้องใช้งบประมาณ 42,500 ล้านเหรียญไต้หวัน รัฐบาลกลางจะร่วมรับผิดชอบ 77%  คาดว่าจะสามารถให้บริการผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นจากชั่วโมงละ 5 พันคนเป็น 1 หมื่น 5 พันคน  หลังผ่านการประเมินผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี และส่งให้สภาบริหารพิจารณาอนุมัติ คาดว่าจะสามารถลงมือก่อสร้างในปีหน้า และเปิดเดินรถได้ในเดือนเมษายนปี 2575

ท่าเรือจีหลงได้ชื่อว่าเป็นท่าเรือพาณิชย์ที่เก่าแก่ที่สุดของไต้หวัน ปัจจุบันพัฒนาเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวและมีเรือสำราญระดับนานาชาติแวะเทียบท่าเป็นประจำ (Cr: Taiwankengo https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=60622980)

          หลังรัฐบาลประกาศข่าวนี้ ราคาอสังหาริมทรัพย์ตลอดเส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้ก็ดีดตัวขึ้นทันที และคาดว่ายังจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้เติบโตขึ้นด้วย สำหรับเมืองจีหลง มีความสำคัญมากเมืองหนึ่งของไต้หวัน ในฐานะที่เป็นเมืองท่าพาณิชย์ที่เก่าแก่ที่สุดของไต้หวัน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะไต้หวัน มีท่าเรือน้ำลึกที่ใช้เป็นท่าเรือพาณิชย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ จีหลงมีพื้นที่ประมาณ 132.75 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95 เป็นเนินเขา มีที่ราบประมาณร้อยละ 5  โดยทิศตะวันออก ตะวันตก และทิศใต้ถูกภูเขาโอบล้อมเอาไว้ มีเพียงทิศเหนือที่ติดทะเลและเป็นท่าเรือ มีประชากร (ณ มกราคม 2565) 363,594 คน  ได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งสายฝน เพราะมีฝนตกเกือบตลอดปี ยกเว้นเพียงช่วงหน้าร้อนและช่วงที่ไม่มีพายุไต้ฝุ่น ส่วนในช่วงฤดูหนาวจะมีฝนตกเกือบทุกวัน อากาศจึงหนาวเย็นและชื้นแฉะ ฤดูใบไม้ผลิก็มีฝนตกบ่อย ๆ เช่นกัน

          จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกเกี่ยวกับเมืองจีหลงระบุว่า เป็นเมืองทางตอนเหนือสุดของเกาะไต้หวัน ช่วงศตวรรษที่ 17 หรือเมื่อกว่า 400 ปีก่อน ถูกชาวสเปนและฮอลันดา ยึดเป็นฐานที่มั่นทางตอนเหนือของเกาะไต้หวัน ในยุคนั้น จีหลง (基隆 ) มีชื่อว่า จีหล่ง (雞籠) ที่แปลว่า สุ่มครอบไก่ โดยตั้งขึ้นตามรูปร่างลักษณะของเกาะเล็ก ๆที่ ตั้งอยู่ในอ่าวจีหลง ถือเป็นเกาะหน้าด่านทางตอนเหนือของไต้หวัน ปัจจุบันเกาะนี้เปลี่ยนชื่อเป็นเกาะเหอผิง (和平島 ) ต่อมานายพลโคซิงกาหรือเจิ้งเฉิงกง ยกทัพราชวงค์หมิงขึ้นบกที่ไต้หวันพร้อมขับไล่ชาวต่างชาติออกไป จากนั้นเริ่มมีการอพยพของชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะจากมณฑลฝูเจี้ยน มาตั้งรกรากบนเกาะไต้หวัน  และในปี 2406 สำนักราชวงศ์ชิงได้เปิดให้ท่าเรือจีหลงเป็นท่าเรือพาณิชย์ และปี 2418 ได้เปลี่ยนชื่อจาก จีหลง (雞籠) ที่แปลว่าสุ่มครอบไก่มาเป็นจีหลง (基隆 ) ที่มาจากคำว่า 基地昌隆 (อ่านว่า จีตี้ชางหลง) แปลว่าฐานที่มั่นอันรุ่งเรือง และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน

ท่าเรือจีหลงได้ชื่อว่าเป็นท่าเรือพาณิชย์ที่เก่าแก่ที่สุดของไต้หวัน ปัจจุบันพัฒนาเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวและมีเรือสำราญระดับนานาชาติแวะเทียบท่าเป็นประจำ (Cr: Samuel in Taiwan - https://www.flickr.com/photos/[email protected]/45023609204)

          ในยุคญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน (พ.ศ. 2438-2488) เป็นยุคที่เมืองจีหลงเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ญี่ปุ่นพัฒนาท่าเรือจีหลงเพื่อใช้เป็นท่าเรือที่ทำการขนถ่ายทรัพยากรที่มีค่าจากไต้หวันกลับไปประเทศตนอย่างไรก็ดี ส่งผลให้เมืองจีหลงเจริญรุ่งเรืองและมีประชากรย้ายมาตั้งรกรากในเมืองนี้มากขึ้น การทำมาค้าขายในแถบท่าเรือจีหลงก็เฟื่องฟูตามไปด้วย ในยุคนั้นประชากรในเมืองจีหลงมีมากเป็นอันดับ 4 ของไต้หวัน หรือเป็นรองเพียงกรุงไทเป ไถหนานและเกาสงเท่านั้น ในขณะที่ปัจจุบันจำนวนประชากรอยู่ในอันดับที่ 16 จาก 22 เมืองของไต้หวัน ต่อมาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลสาธารณรัฐจีนที่นำโดยจอมพลเจียงไคเช็กย้ายฐานมาตั้งอยู่ในไต้หวันได้ทำการปฏิรูปครั้งใหญ่ และนายพลเจียงจิงกั๋ว ผู้เป็นบุตรชายและเป็นผู้นำไต้หวันในยุคต่อมาได้ผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์ 10 โครงการ โดย 1 ในนั้น คือการพัฒนาท่าเรือเกาสงให้เป็นท่าเรือพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน ทำให้ท่าเรือจีหลงลดบทบาทลงเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน ท่าเรือจีหลงถือเป็น 1 ใน 4 ท่าเรือพาณิชย์นานาชาติของไต้หวันที่มีขนาดเล็กที่สุด เนื่องจากเรือสินค้าที่เข้าเทียบท่าลดน้อยลง จึงหันไปพัฒนาให้เป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว โดยเรือสำราญระดับโลกที่แล่นมาทางแถบเอเชียตะวันออก ที่มีจุดแวะจอดที่ไต้หวัน ญี่ปุ่น ก็จะแวะจอดที่ท่าเรือจีหลงแห่งนี้

ท่าเรือจีหลงเป็นท่าเรือน้ำลึกขนาดเล็ก ปัจจุบันลดบทบาทด้านการเป็นท่าเรือพาณิชย์และก้าวไปสู่การเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว

         นอกจากท่าเรือแล้วจีหลงมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม คือตลาดนัดกลางคืนหน้าวัดเมืองจีหลง ซึ่งตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองจีหลง ที่ถนนเหรินซานลู่ บริเวณหน้าศาลเจ้าเตี้ยนจี้กง (奠濟宮) ได้ชื่อว่าเป็นตลาดกลางคืนหรือไนท์บาซาร์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของไต้หวัน ปัจจุบันไม่ได้มีเฉพาะที่บริเวณหน้าวัดเท่านั้น แผงและร้านขายอาหารที่นี่มีมากถึง 200 แห่ง สำหรับอาหารที่ขึ้นชื่อของตลาดกลางคืนหน้าวัดเมืองจีหลงนั้น แทบจะเล่ากันไม่หมด เพราะมีเยอะแยะมากมาย อร่อยไปซะทุกอย่าง ใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวก็เลือกซื้อชิมกันได้ตามใจชอบได้เลยค่ะ

หนึ่งเดียวในไต้หวัน ตลาดกลางคืนหน้าวัดเมืองจีหลง ติดอันดับ 3 ใน 20 ตลาดนัดอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง