:::

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2565

  • 12 March, 2022
สโมสรผู้ฟัง
อากาศดี โควิดเบาบาง ชวนไปนั่งรถกระเช้าเมาคง เดินเที่ยวชมสวนชาและสูดอากาศบริสุทธิ์บนเขาชานกรุงไทเปกัน

1. ไฟดับครั้งใหญ่ทั่วไต้หวัน เมื่อ 3 มี.ค. ทำธุรกิจเสียหายกว่าหมื่นล้าน ชาวไต้หวันผวา อนาคตไฟดับอาจกลายเป็นเรื่องปกติ

          ช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ไต้หวันมีระบบโครงข่ายส่งกระแสไฟฟ้าที่ค่อนข้างเสถียรมั่นคง เพราะมีโรงไฟฟ้าทั้งที่เผาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่นถ่านหิน, ก๊าซธรรมชาติหรือปิโตรเลียม, พลังน้ำและโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งใช้งาน 3 แห่ง อีก 1 แห่งสร้างเสร็จแต่ไม่ได้ใช้ ไฟฟ้าดับเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยพบเห็นได้ยาก แต่ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เกิดไฟดับครั้งใหญ่ทั่วประเทศถึง 4 ครั้ง ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา มี 5.5 ล้านครัวเรือนได้รับผลกระทบ แถมดับนานกว่า 12 ชั่วโมง นอกจากประชาชนทั่วไปและห้างร้านบริษัทแล้ว ที่เดือดร้อนหนักคือโรงงานขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะโรงกลั่นน้ำมัน, โรงงานถลุงเหล็ก, อุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำหรือเซมิคอนดักเตอร์ อย่างโรงงานผลิตชิปคอมพิวเตอร์ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อไฟดับกะทันหัน ทำให้การผลิตหยุดชะงัก สินค้าที่อยู่ระหว่างผลิตเสียหายหนัก

เมื่อ 3 มี.ค. 65 โรงไฟฟ้าซิงต๋าในเกาสงขัดข้อง (อีกแล้ว) ทำทั่วไต้หวันไฟดับครั้งใหญ่

          ในอดีตเมื่อเกิดไฟดับครั้งใหญ่ ผู้รับผิดชอบดูการโรงไฟฟ้า การประปาและระบบเศรษฐกิจ ได้แก่ รมว.กระทรวงเศรษฐการ จะแสดงความรับผิดชอบลาออก ครั้งล่าสุด ประธานกรรมการบริหารและผู้จัดการใหญ่ของบริษัทการไฟฟ้าไต้หวันหรือ Taipower แสดงความรับผิดชอบลาออก ส่วนนางหวังเหม่ยฮัว รมว. กระทรวงเศรษฐการยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป

ไฟดับ การจราจรปั่นป่วน ทำตำรวจจราจรเหนื่อย

          เหล่าผู้นำทางธุรกิจของไต้หวันเกรงว่า ต่อนี้ไป ไฟดับที่เป็นฝันร้ายของวงการอุตสาหกรรม อาจกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยและเป็นปกติ สาเหตุสำคัญมาจาก 3 ปัญหาหลักดังนี้ อันดับแรกเลย ไฟฟ้าฐาน หรือ ‘baseload power’ ซึ่งหมายถึงโรงไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่นโรงไฟฟ้าถ่านหิน, ก๊าซธรรมชาติหรือปิโตรเลียม ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะปลดประจำการและหยุดการผลิตทั้งหมดในปี 2568 พลังงานหมุนเวียนและไฟฟ้าพลังงานสีเขียว เช่นพลังงานแสงแดดและลม ซึ่งเป็นไฟฟ้าสำรองที่จะมาทดแทนโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตามความต้องการ เป้าหมายคือ 20% แต่ปัจจุบันพัฒนาไปถึงแค่ 6% ปัญหารองลงมาคือโครงข่ายไฟฟ้าที่เปราะบาง และระบบการรับมือที่ไม่พร้อม มีปัญหาจากการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องของเจ้าหน้าที่

ปั้มน้ำมันต้องปิด เพราะไฟดับเติมน้ำมันไม่ได้

          ในไต้หวัน มีความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากทุกปี สาเหตุสำคัญมาจากนักลงทุนไต้หวันในต่างประเทศกลับมาลงทุนเพิ่มขึ้น และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ที่ไต้หวันเป็นผู้นำของโลกอยู่ในขณะนี้ ต้องการใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณมาก อย่างโรงงานผลิตชิปคอมพิวเตอร์ขนาด 5 นาโนของบริษัท TSMC ที่อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไถหนานเพียงโรงเดียว ใช้ไฟในปริมาณพอๆ กับที่ชาวเมืองไถตงต้องการตลอดทั้งปี ยิ่งโรงงานผลิตชิปคอมพิวเตอร์ขนาด 3 นาโนของบริษัทนี้ ซึ่งเริ่มการผลิตแล้ว ยิ่งใช้ไฟฟ้ามาก พอๆ กับปริมาณไฟฟ้าที่ชาวนครไถหนานใช้ตลอดทั้งปี ขณะนี้ยังวางแผนก่อสร้างชิปคอมพิวเตอร์ขนาด 2 และ 1.5 นาโน ยิ่งต้องการใช้ไฟมากขึ้น TSMC เองทุ่มทุนสร้าง 60,000 ล้านสร้างโรงไฟฟ้าเอง และกว้านซื้อไฟฟ้าพลังงานสีเขียวทั้งหมด

โรงงานผลิตชิปคอมพิวเตอร์ขนาด 5 นาโนของบริษัท TSMC ที่อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไถหนาน (Cr: CommonWealth Magazine)

          วงกรรมอุตสาหกรรมของไต้หวัน เรียกร้องรัฐบาลเพิ่มการผลิตกระแสไฟฟ้าจากหลากหลายแหล่ง ปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้มั่นคง ลดความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่และทบทวนนโยบายพลังงานไฟฟ้าในปัจจุบัน ที่จัดสรรตามสัดส่วนดังนี้ ไฟฟ้าจากพลังงานก๊าซธรรมชาติ 50% พลังงานถ่านหิน 30% และพลังงานสีเขียวที่จะมาทดแทนพลังงานนิวเคลียร์อีก 20% เสียใหม่ มิเช่นนั้น ไฟดับ อาจกลายเป็นฝันร้ายที่พบเห็นบ่อยและเป็นเรื่องปกติ

ไฟดับครั้งใหญ่เมื่อ 3 มี.ค. 65 ทำทั่วไต้หวันปั่นป่วน ในภาพเป็นสภาพการจราจรที่ไถหนาน สัญญาณไฟจราจรดับ ตำรวจกว่า 40 นายต้องมาควบคุมการจราจร

2. โควิดเบาบางลง อากาศอบอุ่นขึ้น ชวนไปนั่งรถกระเช้าเมาคงกัน

          สัปดาห์นี้อากาศอบอุ่นขึ้น สภาพอากาศในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ไม่ร้อนมาก แถมช่วงนี้สถานการณ์โควิด-19 ในไต้หวันทุเลาลง จึงเหมาะแก่การออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวแบบใกล้ๆ ไปง่ายและประหยัดสตางค์ให้คุณผู้ฟังที่อยู่ทางภาคเหนือได้ไปเที่ยวกัน 

อากาศดี โควิดเบาบาง เชิญชวนไปนั่งรถกระเช้าเมาคง เดินเที่ยวชมสวนชาและสูดอากาศบริสุทธิ์บนเขาชานกรุงไทเปกัน            

          เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันไปนั่งรถกระเช้าเมาคง (貓空纜車อ่านว่า เมาคงหลั่นเชอ) ตั้งอยู่ชานกรุงไทเป หลังจากที่ครั้งสุดท้ายที่ไปน่าจะเป็นเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว ในช่วงนั้น ธุรกิจการท่องเที่ยวในไต้หวันกำลังบูม มีทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งรวมนักท่องเที่ยวชาวไทยมาเยือนมากมาย และการขึ้นรถกระเช้าเมาคง ก็มักถูกบรรจุไว้ในโปรแกรมการท่องเที่ยวในไทเป แต่ช่วงนี้ไต้หวันปิดประเทศ จึงมีแต่คนท้องถิ่นที่มาเที่ยวกัน ถ้าไม่ใช่ช่วงวันหยุดนักท่องเที่ยวบางตามากแทบไม่ต้องรอเลย ผ่านประตูเข้าไปก็ได้ขึ้นรถกระเช้า ยกเว้นคนที่เลือกนั่งตู้กระจกจะต้องรอหน่อย เพราะตู้กระจกน้อยกว่าตู้ธรรมดา

ตู้กระเช้ามีให้เลือก 2 แบบคือแบบธรรมดากับแบบตู้กระจก ตู้กระจกจะโปร่งใสทั้งตู้รวมถึงพื้นด้วย (Cr: Liberty Times)

          รถกระเช้าเมาคงหรือ Maokong Gondola ตั้งอยู่ชานกรุงไทเป การเดินทางสะดวกมากเพราะมีระบบขนส่งสาธารณะไปถึง สถานีต้นทางอยู่ที่สวนสัตว์มู่จ้า (Taipei Zoo) โดยสารรถไฟฟ้าไทเปสายสีน้ำตาล (BR) ลงที่สถานีสวนสัตว์มู่จ้า (Taipei Zoo Station หรือ BR01) ออกประตู 2 เดินไปประมาณ 5 นาทีก็ถึงประตูทางเข้าสถานีรถกระเช้าเมาคง สามารถใช้บัตรอีซี่การ์ด (EZ card) จ่ายค่าโดยสารเหมือนกับการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะของไทเป ค่าโดยสารขาเดียว 120 เหรียญ ถึงสถานีเมาคง(Maokong Station) แต่ถ้าแวะลงสถานีศาลเจ้าจื่อหนานกง (Zhinan Temple Station) ค่าโดยสาร 100 เหรียญ (เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ โดยสารฟรี) ถ้าไปวันธรรมดา ใช้บัตรอีซี่การ์ด ได้รับส่วนลด 20 เหรียญ สำหรับพลเมืองไทเปได้รับส่วนลดถึง 50%

รถกระเช้าเมาคงเปิดบริการ 09:00-20:00 (วันธรรมดา) วันหยุด 09:00-22:00 ปิดบริการทุกวันจันทร์

          รถกระเช้าเมาคงเปิดบริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 มีตู้กระเช้าให้เลือก 2 แบบ คือแบบธรรมดากับแบบตู้กระจก ตู้กระจกจะโปร่งใสทั้งตู้รวมถึงพื้นด้วย ใครที่เป็นโรคกลัวความสูงอาจจะตกใจ เพราะเวลาขึ้นไปบนจุดสูง ๆ จะมองเห็นด้านล่าง บางคนบอกว่าน่าหวาดเสียวมาก แต่ดิฉันว่าสวยดี แถมถ่ายรูปออกมาจะสวยมาก ไม่ว่าจะนั่งแบบไหน ราคาค่าโดยสารเท่ากัน แต่ตู้กระจกจะมีจำนวนน้อยกว่า ทำให้อาจต้องรอนาน เพราะแต่ละตู้รับน้ำหนักได้แค่ 200 กว่ากิโลกรัม จึงให้นั่งได้ไม่เกิน 5 คน ส่วนตู้ธรรมดารับน้ำหนักได้มากกว่า นั่งได้มากที่สุด 8 คน รถกระเช้าเมาคงมีทั้งหมด 4 สถานี ความยาวทั้งสิ้น 4.03 กิโลเมตร สถานีเมาคงเป็นสถานีปลายทาง ตลอดเส้นทางใช้เวลาเดินทาง 17 นาที มีตู้โดยสารทั้งสิ้น 147 ตู้ เป็นตู้ธรรมดา 116 ตู้ และตู้กระจก 31 ตู้ ให้บริการผู้โดยสารได้สูงสุดชั่วโมง 2,400 คน เวลาเปิดบริการ 09:00-20:00 (วันธรรมดา) วันหยุด 09:00-22:00 ปิดบริการทุกวันจันทร์

ที่เมาคงมีร้านอาหาร ร้านกาแฟและร้านชาไว้บริการจำนวนไม่น้อย (Cr: Mirror Media)

          หลังจากตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ของกรุงไทเประหว่างอยู่บนรถกระเช้าแล้ว เมื่อถึงสถานีเมาคงซึ่งเป็นสถานีปลายทางก็สามารถเดินเที่ยวกินลมชมวิวได้อย่างเบิกบาน บนภูเขาเมาคงแห่งนี้ นอกจากสามารถมองเห็นวิวกรุงไทเปได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟและร้านชาไว้บริการจำนวนไม่น้อย ร้านอาหารมีทั้งสไตล์จีนและสไตล์ตะวันตก เลือกได้ตามความชอบ อาหารไม่แพงอย่างที่คิด แถมส่วนมากอร่อย ๆ ทั้งนั้นเลย ในอดีตเมาคงเป็นแหล่งเพาะปลูกชาที่มีชื่อเสียงของไทเป เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเหมาะแก่การปลูกชา โดยชาที่มีชื่อเสียงที่สุดของที่นี่คือ ชาเถี่ยกวนอิน แต่ปัจจุบันพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีร้านอาหาร ร้านขนมและร้านชา ที่ได้รับความนิยมหลายร้าน นักท่องเที่ยวนิยมมาทานอาหารคาว-หวานที่ผสมชาหลากหลายเมนู รวมถึงมานั่งดื่มชา-กาแฟในช่วงบ่าย ๆ

ขากลับอย่าลืมแวะที่สถานีจื่อหนานกง (Zhinan Temple Station) เพื่อไหว้พระที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง

          สำหรับสายมูหรือผู้ที่ชอบไหว้พระขอพรจากวัดดัง ๆ แนะนำว่าให้แวะลงที่สถานีจื่อหนานกง (Zhinan Temple Station) ซึ่งเป็นสถานีก่อนจะถึงสถานีเมาคง เพื่อไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้าจื่อหนานกง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังอีกแห่งของไทเป ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ศาลเจ้าแห่งนี้จะมีสานุศิษย์มาไหว้พระขอพรอย่างเนืองแน่น ทำให้เมาคงได้ชื่อว่าเป็น ภูเขาศักดิ์สิทธิ์อันดับที่ 1 ในปฐพี (天下第一靈山 อ่านว่า เทียนเซี่ยตี้อีหลิงซาน) แถมทัศนียภาพโดยรอบของศาลเจ้าแห่งนี้ ยังสวยงามมากอีกด้วย จึงไม่ควรพลาด ต้องไปเที่ยวให้ได้

โควิดเบาบางลงและอากาศอบอุ่นขึ้น ชวนไปนั่งรถกระเช้าเมาคงกัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง