:::

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2565

  • 16 April, 2022
สโมสรผู้ฟัง
ผลอะบิวปลูกในไต้หวันมีรสหวานหอม มีวิตามินเอในปริมาณสูง ช่วยบำรุงสายตา

1. ยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งเกิน 1,000 ต่อกันเป็นวันที่ 2 CECC ยอมรับผู้ป่วยรายวันอาจทะลุหลักหมื่น ผู้เชี่ยวชาญชี้ ไม่ต้องวิตกจนเกินไป เป็นขั้นตอนที่ไต้หวันต้องผ่านเหมือนประเทศอื่น

          สถานการณ์โควิดรอบใหม่ลามไม่หยุด ผู้ป่วยยืนยันในประเทศทะลุหลักพันติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยในวันเสาร์ที่ 16 เมษายน ยอดผู้ป่วยยืนยันสูงถึง 1,351 ราย ในจำนวนนี้ ติดเชื้อในประเทศ 1,199 ราย จากต่างประเทศ 152 ราย (ตรวจพบ ณ สนามบิน 143 ราย) นายเฉินสือจง (陳時中) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการและดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการควบคุมโรคไต้หวัน (CECC) เปิดเผยว่า นี่ยังไม่ถึงจุดสูงสุด เมื่อสิ้นเดือนเมษายนนี้ มีความเป็นไปได้ที่ยอดผู้ป่วยรายวันทะลุหลักหมื่น โดยพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด ได้แก่ นครนิวไทเป กรุงไทเป จีหลง เถาหยวน ฮัวเหลียนและเกาสง แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ไม่ต้องวิตกจนเกินไป เพราะเป็นขั้นตอนที่ไต้หวันต้องผ่านเหมือนประเทศอื่น

ชาวเมืองจีหลงแห่ต่อแถวรอฉีดวัคซีน หลังเกิดคลัสเตอร์ร้านอาหาร ทำยอดผู้ป่วยยืนยันพุ่ง

          นอกจากในประเทศแล้ว ที่น่าเป็นห่วง ก็คือผู้โดยสารที่ติดเชื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเที่ยวบินจากเวียดนาม ก่อนหน้านี้ พบเที่ยวบินลำเดียวกัน ผู้โดยสารทั้งหมด 137 คน ติดเชื้อถึง 53 ราย จนศูนย์บัญชาการควบคุมโรคของไต้หวันต้องประกาศเมื่อวันที่ 7 เม.ย. สั่งให้เที่ยวบินจากเวียดนาม ผู้โดยสารนอกจากต้องแสดงใบรับรองผลตรวจโควิดเป็นลบด้วยเทคนิค PCR ก่อนขึ้นเครื่องภายใน 2 วันแล้ว ยังเพิ่มการตรวจ ATK โดยเจ้าหน้าที่สายการบิน ก่อนขึ้นเครื่องภายใน 6 ชั่วโมง และหากพบสายการบินใด มีผลตรวจโควิดเป็นบวก ณ ท่าอากาศยานในอัตราสูง ต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวเช่นกัน แต่ดูเหมือนจะไร้ผล เพราะยังตรวจพบในอัตราส่วนสูงเช่นเคย อย่างเมื่อวันอังคารที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา เที่ยวบินจากเวียดนามลำหนึ่ง ผู้โดยสาร 204 คน ตรวจพบติดเชื้อ ณ สนามบินสูงถึง 48 คน ขณะที่เที่ยวบินจากไทยก็พบเหมือนกันแต่มีจำนวนน้อยกว่ามาก อย่างในวันเดียวกัน มี 2 เที่ยวบินไทย เที่ยวบินแรก 77 คน พบติดเชื้อ 2 คน เที่ยวบินที่ 2 จำนวน 171 คน พบติดเชื้อ 4 คน

ยอดผู้ป่วยโรคโควิดในไต้หวันพุ่งทะลุหลักพันติดต่อกันเป็นวันที่ 2

2. แพงเว่อร์ ชาวไต้หวันบ่นยับ ชุดตรวจโควิด ATK ชุดละกว่า 300 เหรียญ แพงกว่าต่างประเทศ 3 เท่า CECC หวังปลายเดือนเมษายน ราคาจะลดลงต่ำกว่า 200 เหรียญ

          เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หน่วยงานภาคเอกชนจำนวนมากมีการแจกชุดตรวจโควิดแบบเร็ว หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า ATK ให้พนักงานตรวจสัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง และหลายสถานที่ต้องตรวจ ATK ก่อนเข้า แต่ชุด ATK ขายกันในร้านสะดวกซื้อชุดละกว่า 300 เหรียญ แพงกว่ายี่ห้อเดียวกันในประเทศอื่นถึง 3 เท่าตัว ทั้งที่ไต้หวันเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกชุด ATK เมื่อมีเสียงบ่นแบบนี้ ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคไต้หวัน (CECC) กล่าวว่า คาดหวังว่า ปลายเดือนนี้ ชุดตรวจ ATK จะลดราคาลงต่ำกว่า 200 เหรียญ

ราคาชุด ATK ในไต้หวันชุดละกว่า 300 เหรียญ แพงกว่าต่างประเทศประมาณ 3 เท่า

3. ผลไม้ต่างแดนที่ไต้หวันนำมาเพาะปลูกจนประสบความสำเร็จ

          ไต้หวันได้รับสมญานามว่า ราชาแห่งผลไม้ (水果之王) เนื่องจากเป็นดินแดนที่มีผลไม้มากมายและมีให้รับประทานทุกฤดูกาล นอกจากผลไม้ในท้องถิ่นแล้วยังสามารถนำผลไม้จากต่างแดนหลากหลายชนิดเข้ามาเพาะปลูกและสามารถพัฒนาพันธุ์จนมีรสชาติและผลผลิตดีกว่าพันธุ์ดั้งเดิม ในสัปดาห์นี้ขอแนะนำผลไม้ต่างแดนที่เกษตรกรไต้หวันนำเข้ามาเพาะปลูกจนประสบความสำเร็จอย่างสูง และกลายเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก นั่นก็คือ ผลอะบิว (Abiu)  หลายท่านอาจไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน จัดเป็นผลไม้ราคาแพงแต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เพราะมีวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาในปริมาณสูง โดยผลอะบิว 100 กรัม จะมีวิตามินเอ 130 ไมโครกรัมหรือ 1 ใน 3 ของปริมาณความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

ผลอะบิวปลูกในไต้หวันมีรสหวานหอม มีวิตามินเอในปริมาณสูง ช่วยบำรุงสายตา

          แม้ผลอะบิวจะถูกนำเข้ามาปลูกในไต้หวันเป็นระยะเวลาประมาณ 30 ปี ด้วยความพยายามอย่างเต็มที่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ทำให้สามารถคัดเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุดออกมาและสามารถส่งต่อให้เกษตรกรไต้หวันนำไปเพาะปลูกในเชิงพาณิชย์ได้ดังเช่นในปัจจุบันนี้  คุณจวงถิงซี (莊庭溪) เจ้าของสวนออร์แกนิกฟงเหอซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเกาซู่ เมืองผิงตง ทางตอนใต้สุดของเกาะไต้หวัน เดิมเป็นพนักงานบริษัทและเคยถูกบริษัทส่งไปทำงานในโรงงานด้านเทคโนโลยีที่จีน แต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อนเขาตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในไต้หวันเพราะต้องการกลับมาดูแลพ่อแม่ที่มีอายุมากแล้ว จวงถิงซีตัดสินใจใช้ชีวิตหลังอายุ 40 กว่าปีด้วยการเป็นเกษตรกร และเขาก็รู้ตัวดีว่า เกษตรกรมือใหม่คงไม่สามารถสู้กับเกษตรกรรุ่นเก่า จึงตัดสินใจเริ่มต้นด้วยผลไม้ชนิดใหม่ เขาจึงเลือกที่จะปลูกต้นอะบิว

หั่นเป็นชิ้นแล้วบิเนื้อออกมาหรือใช้ช้อนตักรับประทาน (ภาพจาก Super Buy)

          คุณจวงถิงซีเล่าว่า วิธีการรับประทานผลอะบิวคือนำมาผ่าครึ่งจากนั้น ก็สามารถใช้ช้อนตักทานได้เลย อีกวิธีหนึ่งจะคล้ายกับการทานส้มเช้ง คือหั่นเป็นชิ้น แล้วบิเนื้อออกมารับประทาน แต่วิธีที่ว่านี้จะทำให้น้ำยางที่อยู่บนเปลือกเหนียวติดมือ เนื้อสีขาวของผลอะบิวที่ถูกหั่นครึ่ง ให้รสสัมผัสที่นุ่มลิ้นและมีรสชาติคล้ายกับเยลลี่ หากนำไปแช่เย็นก่อนแล้วค่อยนำออกมารับประทาน จะอร่อยมากขึ้น เหมือนรับประทานของหวาน ซึ่งไม่เหมือนกับผลไม้อื่นๆ ที่เคยรับประทานมาก่อน ความหวานของผลอะบิวจะไม่มีรสเปรี้ยวแฝงอยู่ บางคนรู้สึกว่าผลอะบิวมีความหอมที่คล้ายคลึงกับผลน้อยหน่า แต่บางคนบอกว่าเหมือนกับลิ้นจี่หรือลำไย โดยยังมีคนเห็นว่า มีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งผสมอยู่ด้วย เนื่องจากผลอะบิวบอบบางและไม่สามารถเก็บได้นาน หากกระทบกับอะไรเข้า ก็จะเป็นรอยช้ำที่เปลือก ซึ่งจะทำให้ขายยากจึงไม่เหมาะจะวางขายในตลาดสด จวงถิงซีจึงเริ่มทำการตลาดจากการทำผลไม้ใส่กล่องของขวัญ ซึ่งหลังจากปลูกอะบิวมา 13 ปี ปัจจุบันนี้เขามีฐานลูกค้าอยู่ในมือเป็นจำนวนไม่น้อย

จวงถิงซี เจ้าของสวนออร์แกนิกฟงเหอ ที่ตำบลเกาซู่ เมืองผิงตง ปลูกอะบิวมาเป็นเวลา 13 ปี ปัจจุบันมีลูกค้าประจำจำนวนไม่น้อย

          ผลอะบิวมีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าดงดิบแถบลุ่มน้ำอเมซอน ถูกนำเข้าจากสิงคโปร์มาปลูกในไต้หวันเป็นครั้งแรกในปีค.ศ.1987 โดยสถานีทดลองพันธุ์พืชเขตร้อนของสถาบันวิจัยเกษตรกรรมไต้หวัน ที่เขตฟ่งซาน นครเกาสง หลังจากทดลองปลูกแล้วพบว่า  อะบิวซึ่งเป็นผลไม้ที่มีขนาดใหญ่ มีรูปลักษณ์สวยงามเป็นที่พึงพอใจของผู้พบเห็นและยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศทางภาคกลางและใต้ของไต้หวันได้เป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับมะม่วงซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี ตั้งแต่การเพาะเมล็ดจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ในขณะที่การปลูกส้มที่ต้องใช้เวลา 4-5 ปี หรือลูกพีชก็ต้องใช้เวลากว่า 2 ปี ส่วนต้นอะบิวซึ่งปลูกที่ผิงตง สามารถออกดอกได้โดยใช้เวลาเร็วที่สุดเพียง 1 ปีครึ่งเท่านั้น และหากมีเทคนิคในการต่อกิ่งหรือการทาบกิ่งที่ดี จะสามารถลดระยะเวลาลงได้อีก ประกอบกับแมลงศัตรูพืชก็มีไม่มาก เพียงห่อผลและใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสมก็เพียงพอแล้ว ถือเป็นผลไม้ที่ดูแลไม่ยาก ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ประเทศที่มีการเพาะปลูกต้นอะบิว เช่น ที่ออสเตรเลียก็มีการศึกษาและทดลองปลูก แต่ก็ไม่ได้ปลูกเป็นจำนวนมาก แต่ไต้หวันมีเนื้อที่เพาะปลูกต้นอะบิวรวมประมาณ 1,875 ไร่ จึงเชื่อว่า นอกจากในถิ่นกำเนิดเดิมแล้ว ที่นี่น่าจะเป็นแหล่งที่มีการเพาะปลูกต้นอะบิวในเชิงพาณิชย์เพียงแห่งเดียวของโลก

อะบิว ผลไม้ต่างแดนที่ไต้หวันนำมาปลูกจนประสบความสำเร็จ สามารถเพาะปลูกในเชิงพาณิชย์ได้

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง