ผู้นำไต้หวันชี้ หากไม่มีกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน คงไม่มีความสัมพันธ์หุ้นส่วนของไต้หวันกับสหรัฐจนถึงวันนี้

  • 15 April, 2019
  • กาญจน์ญาณ์ กฤษณ์ชญาคมน์
ผู้นำไต้หวันชี้ หากไม่มีกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน คงไม่มีความสัมพันธ์หุ้นส่วนของไต้หวันกับสหรัฐจนถึงวันนี้

     เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 เม.ย. ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ นำโดย นายพอล ไรอัน อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่มาเข้าเยี่ยมคารวะ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี และเดินทางมาเพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนากฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน (Taiwan Relations Act) และ 40 ปี การก่อตั้งสถาบันอเมริกันประจำไต้หวัน (American Institute in Taiwan )

     ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินกล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่นายไรอันเดินทางเยือนไต้หวัน ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นายไรอันได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมนิทรรศการรำลึก 100 ปี อาคารทำเนียบประธานาธิบดีซึ่งแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์การปกครองและประชาธิปไตยของไต้หวันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา

     ผู้นำไต้หวันระบุว่า ในปีนี้กฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวันครบรอบ 40 ปี ในช่วงเวลานี้ไม่ว่าไทเปหรือวอชิงตันล้วนมีการจัดกิจกรรมและการประชุมหารือต่างๆ เพื่อร่วมกันแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ไต้หวันกับสหรัฐให้มั่นคงยิ่งขึ้น การที่คณะผู้แทนสหรัฐฯ ของนายไรอันเดินทางเยือนไต้หวันครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญต่อกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างพื้นฐานของระบบแลกเปลี่ยนด้านการค้าและความมั่นคงของไต้หวันกับสหรัฐฯ หากไม่มีกฎหมายฉบับดังกล่าว ความสัมพันธ์ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ คงไม่ดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน

     ทั้งนี้ รัฐสภาสหรัฐอเมริกาลงมติเห็นชอบกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ค.ศ.1979 เพื่อสร้างหลักการพื้นฐานทางกฎหมายสำหรับความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับไต้หวัน หลังจากที่รัฐบาลวอชิงตันต้องสลับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทเป ไปยังปักกิ่งแทน ทำให้มีการก่อตั้งสถาบันอเมริกันในไต้หวันขึ้น มีสถานะเป็นสถานทูตของสหรัฐฯในไต้หวันโดยพฤตินัย หลังจากสหรัฐฯ ต้องยุติความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดmore