ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561

  • 21 November, 2018
  • อโศก ศรีจันทร์
ตม.ไถหนาน ชมคนงานไทยเยี่ยม นายจ้างและคนงานไทยอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง
สตม. สาขาไถหนาน ชมคนงานไทยในโรงงาน CLC ทำงานขยันขันแข็งและเคารพกฎระเบียบ

1. โรงงานตัวอย่าง นายจ้างและคนงานไทยอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง ตม.ไถหนาน ชมคนงานไทยเยี่ยม

      เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานไถหนาน ได้ออกข่าวการเดินทางไปตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่และให้กำลังใจแก่แรงงานต่างชาติในโรงงานเซิ่งไท่ หรือ CLC Industrial ที่เขตเหรินเต๋อ ซึ่งเป็นโครงการตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติและประชาสัมพันธ์ระเบียบกฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่า ในโรงงานเซิ่งไท่ ซึ่งผลิตหัวน็อตหรือน็อตตัวเมีย แม้เครื่องจักรจะส่งเสียงดัง แต่ใบหน้าของพนักงานแรงงานไทยในโรงงานแห่งนี้ แต่ละคนยิ้มแย้มแจ่มใสดูเหมือนทำงานอย่างมีความสุข เมื่อถามถึงนายจ้างและโรงงาน คนงานไทยเหล่านี้จะยกหัวแม่หัวมือว่ายอดเยี่ยม ยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอยากรู้เคล็ดลับในการทำให้แรงงานต่างชาติกลุ่มนี้ ทำงานอย่างขยันขันแข็งและมีความสุก

CLC โรงงานผลิตน็อตตัวเมียส่งออก บริหารดูแลแรงงานไทยแบบมีหัวใจความเป็นมนุษย์

      นายกังวาน มะลิเลิศ แรงงานไทยจากจังหวัดเชียงราย ผู้ซึ่งเดินทางมาทำงานในโรงงานเซิ่งไท้เป็นเวลา 8 ปีแล้วกล่าวว่า ทั้งนายจ้าง ผู้จัดการโรงงาน หัวหน้างาน รวมถึงเพื่อนร่วมงานชาวไต้หวันถือพวกเราคนงานไทยเสมือนเป็นพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน ทำให้แม้จะงานหนัก แต่ก็ทำงานอย่างมีความสุข เมื่อสอบถามถึงว่า การปฏิบัติอันใดของนายจ้างที่ทำให้แรงงานไทยมีสภาพจิตใจที่เบิกบาน แม้จะทำงานหนักก็ตาม แรงงานไทยกล่าวว่า มากมายจนสุดจะพรรณนา ยกตัวอย่างเช่น ไม่เก็บค่าอาหารและที่พัก ติดตั้งระบบปรับอากาศในห้องนอนทุกห้อง เถ้าแก่และผู้จัดการโรงงานเป็นกันเองกับคนงานไทยทุกคน โดยได้ฝึกพูดภาษาไทย ร่วมทานอาหารกับคนงานไทย บางครั้งก็ดื่มเบียร์ด้วยกัน โดยเถ้าแก่สั่งว่า หากจะดื่มสุราสามารถดื่มได้ แต่ให้ดื่มในโรงงาน อย่าไปดื่มสุราตามร้านอาหารนอกโรงงาน เพราะอาจเกดอุบัติเหตุได้ มีเบี้ยขยันเพิ่มให้แรงงานไทยทุกเดือนและยังมีเงินโบนัสตามเทศกาลต่างๆ ฯลฯ เจ้าหน้าที่สรุปเคล็ดลับในการทำให้แรงงานต่างชาติมีความสุขก็คือ การบริหารแบบมีหัวใจความเป็นมนุษย์นั่นเอง

เจ้าหน้าที่ สตม. สาขาไถหนานเดินทางไปตรวจเยี่ยมและสอบถามความเป็นอยู่ของแรงงานไทย

      คุณเจิ้ง ผู้จัดการโรงงานกล่าวว่า ไต้หวันได้รับการขนานนามว่า เป็นอาณาจักรของสกรูน็อต บริษัทเซิ่งไท่ ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดกลางและย่อมผลิตหัวน็อต สภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่สู้จะดีนัก แรงงานท้องถิ่นมักจะเมินงานประเภทนี้ ดังนั้นแรงงานต่างชาติ จึงเป็นกำลังแรงงานหลักของเรา และการจะทำให้แรงงานต่างชาติทำงานอย่างมั่นคงไร้ปัญหา วิธีเดียวเท่านั้นก็คือ ต้องปฏิบัติต่อพวกเขาเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน

      นายจ้างดีๆ ต้องเชิดชูสรรเสริญ ขณะเดียวกันต้องยกย่องแรงงานไทยกลุ่มนี้ด้วย ที่นายจ้างปล่อยให้มีความอิสระ แต่ไม่หลงลืมตัวเอง ไม่ข้องแวะอบายมุข และให้ความร่วมมือกับนายจ้างเป็นอย่างดี

เจ้าหน้าที่ สตม. สาขาไถหนานเดินทางไปตรวจเยี่ยมและสอบถามความเป็นอยู่ของแรงงานไทย

2. สัมภาษณ์นายกังวาน มะลิเลิศ แรงงานไทยจากจังหวัดเชียงรายที่ทำงานอยู่ในโรงงานเซิ่งไท่ หรือ CLC Industrial ที่เขตเหรินเต๋อ นครไถหนาน เกี่ยวการทำงานและสวัสดิการ คลิกที่นี่เพื่อฟังคำให้สัมภาษณ์ในรายการออนไลน์

โรงงานตัวอย่าง นายจ้างและคนงานไทยอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง ตม.ไถหนาน ชมคนงานไทยเยี่ยม

3. เคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันกับนายจ้าง 3 ราย จะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานไหม?

        แรงงานต่างชาติที่เคยเดินทางไปทำงานภาคการผลิตที่ไต้หวัน ไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายใด ช่วงเวลาไหน? เมื่ออายุครบ 60 ปีขึ้นไปแล้ว สามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยของไต้หวันได้ ในอัตราอายุงาน 1 ปีจะได้ 1 เดือน

      คุณสมบัติและเงื่อนไขในการขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากประกันภัยแรงงานไต้หวัน

        1) ต้องเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวัน เช่นแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันในภาคการผลิต ก่อสร้างและผู้อนุบาลในองค์กร จะต้องเข้ากองทุนฯ ทุกคน ยกเว้นผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน ซึ่งไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนฯ

        2) อายุครบ 60 ปีขึ้นไป สำหรับผู้เกิดก่อนหรือในปี พ.ศ. 2500 และผู้ที่เกิดปี พ.ศ. 2501 จะต้องมีอายุครบ 61 ปีขึ้นไป ผู้เกิดปี 2502 ต้องมีอายุครบ 62 ปี ผู้เกิดในปี 2503 จะต้องมีอายุครบ 63 ปี ผู้ที่เกิดในปี 2504 จะต้องมีอายุครบ 64 ปี และผู้ที่เกิดในปีพ.ศ. 2505 และหลังจากนั้น จะต้องมีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงิน

        3) อัตราเงินบำเหน็จชราภาพที่มีสิทธิ์ได้รับ เท่ากับอายุการเข้ากองทุนฯ ปีละ 1 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยใน 60 เดือนก่อนจะลาออกจากสมาชิกกองทุนฯ ผู้ที่เข้ากองทุนฯ ไม่ถึง 5 ปี ให้คิดค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยตามระเวลาการเข้ากองทุนฯ จริง (อายุการเข้ากองทุนฯ สามารถรวมสะสมกันได้)

        4) วิธีและขั้นตอนในการขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ ให้ผู้มีสิทธิ์กรอกใบคำร้องและใบรับเงิน (อยู่ในใบเดียวกัน ขอรับได้จาก สนง.แรงงานจังหวัดในท้องที่หรือกระทรวงแรงงานไทย) ทั้งนี้ ใบคำร้องเป็นภาษาจีน แรงงานไทยผู้มีสิทธิ์ ให้กรอกชื่อ และบัญชีธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ (ตามชื่อในหนังสือเดินทางเล่มเดิม)

        5) แนบหลักฐานแสดงตนดังนี้

        - สำเนาหนังสือเดินทาง (เล่มเก่าๆ)

        - สำเนาใบถิ่นที่อยู่ หรือบัตร ARC (ใบเก่าๆ)

        - หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารที่เปิดบัญชี

        - สำเนาทะเบียนบ้าน

4. เคยทำงานครบ 12 ปีแล้ว จะไปอีกได้ไหม? เพราะไปตั้งแต่สมัยที่ยังพิมพ์ลายนิ้วมือเมื่อปี 2545 เห็นบางคนเข้าไปได้อีก

      ตามกฎหมายการจ้างงานของไต้หวันกำหนดให้แรงงานต่างชาติแต่ละคน มีสิทธิ์ทำงานในไต้หวันรวมสะสมแล้ว ไม่เกิน 12 ปี แต่เนื่องจากในอดีตเก็บพิมพ์ลายนิ้วมือลงบนกระดาษ เริ่มมีการสแกนลายพิมพ์นิ้วมือเมื่อปีค.ศ. 2007 ส่งผลให้ลายพิมพ์นิ้วมือของแรงงานต่างชาติที่เคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันก่อนปี 2007 และเกินเวลา 12 ปีแล้ว อาจตรวจไม่พบในทันที แต่เมื่อเดินทางมาทำงานต่อในไต้หวันแล้ว กระทรวงแรงงานมาตรวจพบทีหลังว่า เป็นผู้ทำงานครบ 12 ปีแล้ว จึงเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและสั่งให้เดินทางกลับภายในเวลา 14 วัน ดังนั้นการทำตามกฎหมาย จะเป็นวิธีที่ดีและถูกต้องที่สุด