ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2561

  • 30 November, 2018
  • อโศก ศรีจันทร์
ในไต้หวันมีร้านสะดวกประมาณ 10,000 ร้าน มีความหนาแน่นมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากเกาหลีใต้
เตรียมปรับแก้ระบบเลขบัตร ARC ให้สอดคล้องและเป็นระบบเดียวกับเลขบัตรประชาชนของชาวไต้หวัน

1. ไต้หวันเตรียมอำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติกว่า 1 ล้านคน ด้วยการปรับเลขบัตร ARC ให้เป็นระบบเดียวกับเลขประชาชนของชาวไต้หวัน

       เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในไต้หวันของชาวต่างชาติ กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันเตรียมปรับแก้เลขบัตร ARC หรือใบถิ่นที่อยู่ หรือที่แรงงานไทยมักจะเรียกตามภาษาอาหรับว่าใบกาม่า ให้ใช้ระบบเดียวกับเลขบัตรประชาชนของชาวไต้หวัน คาดจะทำให้ชาวต่างชาติในไต้หวันกว่า 1 ล้านคนได้รับความสะดวกในการใช้ชีวิตในไต้หวันมากขึ้น

หน้าตาบัตร ARC ของชาวต่างชาติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เลขบัตรนำหน้าด้วยภาษาอังกฤษ 2 ตัว ตามด้วยเลข 8 หลัก

       บัตร ARC ของชาวต่างชาติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งแบบมีกำหนดอายุการใช้งานและแบบถาวร จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ 2 ตัว ตามด้วยเลข 8 หลัก ต่างจากเลขบัตรประชาชนของชาวไต้หวันที่มีตัวอักษรอังกฤษนำหน้า 1 ตัว ตามด้วยเลขอาราบิก 9 หลัก ทำให้ชาวต่างชาติในไต้หวันประสบอุปสรรคหลายอย่าง อาทิ ขณะซื้อของหรือช็อปปิ้งออนไลน์ สำรองบัตรโดยสารระบบขนส่งมวลชน หรือลงทะเบียนออนไลน์ของโรงพยาบาลต่างๆ เป็นต้น เพื่อจะขจัดอุปสรรคเหล่านี้ ให้ชาวต่างชาติได้รับความสะดวกและรู้สึกมีเกรียติในการใช้ชีวิตเช่นเดียวกับชาวไต้หวัน กระทรวงมหาดไทย เตรียมจะปรับแก้ระบบเลขบัตร ARC ให้สอดคล้องและเป็นระบบเดียวกับเลขบัตรประชาชนของชาวไต้หวัน คาดว่าจะเริ่มใช้ได้อย่างเป็นทางการในต้นปี 2563 ทั้งนี้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับระบบของกระทรวงต่างๆ เช่น บัตร ARC ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง บัตรประกันสุขภาพของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ ใบขับขี่ของกระทรวงคมนาคมเป็นต้น ซึ่งจะมีการประชุมข้ามกระทรวง เพื่อปรับแก้ระบบคอมพิวเตอร์ให้เป็นระบบเดียวกันทั้งหมดโดยเร็ว คาดจะทดลองใช้ในไตรมาสแรกของปี 2562 และจะเริ่มใช้ได้อย่างเป็นทางการในต้นปี 2563 เมื่อถึงเวลานั้น ชาวต่างชาติในไต้หวันที่ทำงาน พำนักอาศัยหรือศึกษาอยู่ในไต้หวันกว่าล้านคน ประกอบด้วยแรงงานต่างชาติ 700,000 คน ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ 30,000 คน ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ยังไม่มีบัตรประชาชนประมาณ 300,000 คน รวมถึงนักเรียนนักศึกษาต่างชาติ จะได้รับอานิสงส์จากการปรับแก้ดังกล่าว...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์ด้วยการคลิกที่หูฟังมุมขวาบน

หน้าตาบัตรประชาชนของไต้หวันในปัจจุบัน ยังเป็นกระดาษแข็งเคลือบพลาสติก

หน้าตาบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดของไต้หวันแบบใหม่ ซึ่งจะเริ่มใช้ในปีค.ศ. 2020

2. ไต้หวันเตรียมเปิดให้ธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินทำธุรกรรมการเงิน ในอนาคต แรงงานต่างชาติสามารถโอนเงินกลับบ้านโดยผ่านร้านสะดวกซื้อได้

       เพื่อสนองความต้องการในการโอนเงินกลับประเทศของแรงงานต่างชาติ คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินของไต้หวันเปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาตรวจสอบคำร้องขอทำธุรกรรมการเงินของธุรกิจนอกสถาบันการเงิน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบกล่องทรายทดสอบธุรกรรม ในอนาคต ภายใต้ความเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้ จะอนุญาตให้ธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินอาศัยร้านสะดวกซื้อเป็นช่องทาง เปิดให้บริการแรงงานต่างชาติโอนเงินกลับประเทศได้

ในไต้หวันมีร้านสะดวกประมาณ 10,000 ร้าน มีความหนาแน่นมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากเกาหลีใต้

       ผู้ประกอบการกล่าวว่า การโอนเงินไปต่างประเทศผ่านบริษัทรับโอนเงินโดยเฉพาะ อาทิ เวสเทิร์นยูเนี่ยน เป็นต้น ผู้ใช้บริการเสียค่าธรรมเนียมและใช้เวลาในการโอนเงินไปต่างประเทศน้อยกว่าการโอนผ่านธนาคาร หากเปิดให้ธุรกิจนอกสถาบันการเงินทำธุรกรรมการเงินได้ จะช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แน่นอน สำหรับธนาคารแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโอนเงินอย่างแน่นอน

แฟมิลี่มาร์ท ร้านสะดวกซื้อที่มีจำนวนสาขามากกว่า 3,000 ร้าน มากเป็นอันดับ 2 ของไต้หวัน

       นายกู้ลี่สง ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินกล่าวว่า ขณะนี้ มีผู้ประกอบการ 3 ราย ยื่นขออนุญาตทำธุรกรรมการเงินสำหรับบริการแรงงานต่างชาติโอนเงินกลับประเทศ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบกล่องทรายทดสอบธุรกรรม คาดว่า ภายใต้ความเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้ จะพิจารณาอนุมัติก่อนสิ้นปีนี้ เมื่อเปิดให้บริการได้แล้ว แรงงานต่างชาติจะสามารถโอนเงินกลับประเทศโดยผ่านร้านสะดวกซื้อได้ ไม่ต้องผ่านธนาคารที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแพงและช้า หรือผ่านร้านอาหารที่มีความเสี่ยงสูงอีกต่อไป...ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์ด้วยการคลิกที่หูฟังมุมขวาบน

ในไต้หวันมีร้าน 7-11  มากกว่า 5,000 ร้าน มากเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากอเมริกาและญี่ปุ่น ในภาพเป็น 7-11 ที่เขตเยี่ยนเฉา นรคเกาสง        

3. ตำรวจไทย-ไต้หวันร่วมมือ จับร้านไทยอาศัยขายของชำบังหน้า แต่ช่วยแก๊งคอลเซ็นเตอร์เงินโอนเงินใต้ดินกว่า 200 ล้านเหรียญไต้หวัน

       สื่อต่างๆ ในไต้หวันรายงานว่า นางหวง ชาวไทยที่มาแต่งงานกับนายเซี่ย สามีชาวไต้หวัน เปิดร้านขายสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันแก่แรงงานไทยบังหน้า แต่ธุรกิจหลักคือให้บริการโอนเงิน นอกจากบริการแรงงานไทยโอนเงินกลับประเทศแล้ว ยังช่วยแก๊งต้มตุ๋นและแก๊งคอลเซ็นเตอร์โอนเงินจากประเทศไทยกลับสู่ไต้หวันด้วย ประมาณการเบื้องต้น ให้บริการโอนเงินแล้วกว่า 200 ล้านเหรียญไต้หวัน กรมคดีอาญา สำนักงานตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสก่อนหน้านี้ ส่งเรื่องให้กับสำนักงานอัยการนครนิวไทเปดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายสถาบันการเงิน

ร้านขายของชำสำหรับแรงงานต่างชาติจำนวนมาก ธุรกิจหลักคือรับโอนเงินอย่างผิดกฎหมาย

       โฆษกสำนักงานอัยการแถลงว่า ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2560 จนถึงเดือนมกราคมปีนี้ ทางการตำรวจไทยดำเนินการตรวจสอบคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวันและชาวมาเลเซีย พบนางหวง ชาวไทยที่มาตั้งรกรากและแต่งงานกับนายเซี่ยชาวไต้หวัน สองสามีภรรยาเปิดร้านอาหารไทยที่นครนิวไทเป อาศัยร้านขายของชำบังหน้า แต่ธุรกิจหลักคือช่วยแก๊งคอลเซ็นเตอร์โอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงชาวไทย โอนกลับมาที่ไต้หวัน นอกจากนี้ ยังรับบริการโอนเงินระหว่างไทยและไต้หวันให้แก่นักธุรกิจจำนวนมาก รวมทั้งรับโอนเงินของแรงงานไทยอย่างผิดกฎหมาย จากการตรวจสอบพบว่า นางหวงและนายเซี่ย นอกจากเปิดร้านโอนเงินใต้ดินที่นครนิวไทเปแล้ว ยังมีจุดให้บริการอีกหลายจุด ได้แก่ที่ซินจวง ต้านสุ่ย และที่ไถหนาน ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นจุดให้บริการทั้ง 4 แห่ง ยึดของกลางเป็นบัญชีรายชื่อลูกค้าและจำนวนเงินที่รับโอนหลายเล่ม เงินสด 120,000 เหรียญไต้หวัน ประมาณการเบื้องต้น รับโอนเงินแล้วกว่า 200 ล้านเหรียญไต้หวัน

       ขณะที่ตำรวจกำลังตรวจค้น มีแรงงานไทยรายหนึ่งมาขอใช้บริการโอนเงินจำนวน 11,716 เหรียญไต้หวันกลับบ้านพอดี จึงจับกุมนางหวงและนายเซี่ยในฐานะที่เป็นผู้ต้องหาซึ่งหน้า หลังสอบปากคำแล้วอัยการเห็นว่า มีความผิดโทษฐานร้ายแรง และยังมีเงินโอนอีกหลายยอดที่ต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายฟอกเงินหรือไม่ อัยการได้ยื่นขอต่อศาลคุมขังห้ามประกัน พร้อมทั้งมีการตรวจสอบขยายผลต่อไปแล้ว

ตามหลังสถานีรถไฟทุกแห่ง จะมีถนนขายของชำและร้านอาหารสำหรับแรงงานต่างชาติตั้งเรียงรายมากมาย

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์