ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2561

  • 28 December, 2018
  • อโศก ศรีจันทร์
กลุ่ม NGO ประท้วง บจง. ยังคงขูดรีดแรงงานต่างชาติด้วยการเรียกเก็บค่าต่อสัญญาหรือค่าซื้อตำแหน่งงาน เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน

1. NGO กล่าวหาบริษัทจัดหางานยังคงขูดรีดแรงงานต่างชาติด้วยการเรียกเก็บค่าต่อสัญญาหรือค่าซื้อตำแหน่งงาน เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน

      เมื่อปลายปี 2559 กระทรวงแรงงานไต้หวันได้แก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกมาตรา 52 ที่กำหนดให้แรงงานต่างชาติทำงานครบสัญญา 3 ปีแล้ว ต้องเดินทางออกจากไต้หวันอย่างน้อย 1 วัน อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ โดยไม่ต้องกลับประเทศไปเสียค่าหัวคิวมารอบใหม่ มาตรการนี้ มีวัตถุประสงค์จะช่วยเหลือแรงงานต่างชาติประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ช่วยแรงงานต่างชาติประหยัดค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวได้มากกว่า 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากช่องทางการจัดหางานยังคงอยู่ในมือของบริษัทจัดหางาน ทำให้มีแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบสัญญา 3 ปีบางราย ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญา 20,000-30,000 เหรียญไต้หวัน หรือบางรายหนักว่านั้น เรียกเก็บค่าซื้อตำแหน่งงาน 40,000-75,000 เหรียญไต้หวัน ใครไม่ยอมจ่ายจะถูกกลั่นแกล้งให้เดินทางกลับประเทศ ไม่สามารถต่อสัญญาได้ ด้วยเหตุนี้ ก่อนถึงวันแรงงานข้ามชาติสากล 1 วัน คือเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมานี้ กลุ่ม NGO ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิประโยชน์ให้แก่แรงงานต่างชาติ จึงไปชุมนุมประท้วงที่หน้าอาคารที่ทำการของกระทรวงแรงงานในกรุงไทเป เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานจัดการกับบริษัทจัดหางานเหล่านี้อย่างจริงจังเสียที

กลุ่ม NGO ประท้วง บจง. ยังคงขูดรีดแรงงานต่างชาติด้วยการเรียกเก็บค่าต่อสัญญาหรือค่าซื้อตำแหน่งงาน เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน

      นางสาวเฉินซิ่วเหลียน เลขาธิการสมาคมแรงงานนานาชาติไต้หวัน หรือ TIWA กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลแก้กฎหมายการจ้างงาน ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติทำงานครบสัญญา ต้องเดินทางกลับไปทำเรื่องมาใหม่ ช่วยเหลือแรงงานต่างชาติประหยัดค่าหัวคิวรอบใหม่ได้คนละประมาณ 80,000-150,000 เหรียญไต้หวัน แต่มีบริษัทจัดหางานบางรายเปลี่ยนวิธีขูดรีดแรงงานต่างชาติ ด้วยการเก็บค่าซื้อตำแหน่งงานแทน ทำให้แรงงานต่างชาติจำนวนมาก ยังคงต้องรับภาระหนี้สินหนักมาก เลขาธิการ TIWA ผู้นี้กล่าวว่า ความปรารถนาดีของรัฐในการแก้กฎหมายการจ้างงาน ถูกบิดเบือนกลายมาบริษัทจัดหางานมีการเรียกรับผลประโยชน์ในรูปแบบใหม่ แม้แรงงานต่างชาติที่เดือดร้อนเหล่านี้ จะร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐอย่างกองแรงงานท้องที่ คำตอบที่ได้รับคือ เก็บไม่ได้ นั่นมันผิดกฎหมาย ไม่ต้องจ่าย แต่ความเป็นจริงแล้ว บริษัทจัดหางานเป็นผู้กุมสิทธิ์ในการทำงานของแรงงานต่างชาติเอาไว้ แม้จะร้องเรียน แต่ไม่ค่อยได้ผลและไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เผลอๆ คนงานที่ร้องเรียนอาจตกงานถูกส่งกลับ เฉินซิ่วเหลียนกล่าวต่อไปว่า บางรายมีการเรียกเก็บค่าต่อสัญญา 20,000-30,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่บางรายโหดกว่านั้น เรียกเก็บค่าซื้อตำแหน่งงาน 40,000-75,000 เหรียญไต้หวัน เปลี่ยนเป็นการขูดรีดแรงงานต่างชาติรูปแบบใหม่….ฟังรายละเอียดเพิ่มจากรายการออนไลน์

กลุ่ม NGO ชุมนุมประท้วงด้วยการแสดงละครที่หน้าอาคารที่ทำการของกระทรวงแรงงานในกรุงไทเป เรียกร้องให้จัดการกับบริษัทจัดหางานที่ยังคงเรียกขูดรีดแรงงานต่างชาติอย่างจริงจังเสียที     

2. อินโดนีเซียเรียกร้องขอขึ้นค่าจ้างผู้อนุบาลจาก 17,000 เป็น  19,000 เหรียญ กระทรวงแรงงานไต้หวันขอเวลาประเมิน และเรียกร้องให้แก้ปัญหาการหลบหนีก่อน

        ไต้หวันและอินโดนีเซียจัดประชุมคณะกรรมการร่วมหารือปัญหาด้านแรงงานครั้งที่ 9 ณ โรงแรมเวสทินในกรุงไทเป ระหว่างวันที่ 14 -15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ฝ่ายไต้หวันมีนางสวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานเป็นประธาน ฝ่ายอินโดนีเซียนำโดย Hanif Dhakiri รมว. กระทรวงแรงงานอินโดนีเซีย ประเด็นสำคัญในการประชุมในครั้งนี้ ฝ่ายอินโดนีเซียเรียกร้องขอขึ้นค่าจ้างผู้อนุบาล ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 17,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ปรับขึ้นเป็น 19,000 เหรียญไต้หวัน โดยนาย Didi Sumedi ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าอินโดนีเซียประจำไต้หวันกล่าวให้เหตุผลว่า อัตราค่าจ้างของผู้อนุบาลในปัจจุบัน ปรับขึ้นจาก 15,840 เหรียญไต้หวันเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขณะที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นแทบจะทุกปี แต่หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายถกเครียดนาน 6 ชั่วโมง ยังไม่มีข้อสรุป ฝ่ายไต้หวันขอให้ชี้แจงเหตุผลของการขอขึ้นค่าจ้างผู้อนุบาลอย่างละเอียด จะได้นำไปประเมินความเป็นไปได้ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้าง ฝ่ายอินโดนีเซียกล่าวว่า จะเสนอเหตุผลและอัตราการปรับต่อกระทรวงแรงงานอีกครั้งในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้

ไต้หวันและอินโดนีเซียจัดประชุมคณะกรรมการร่วมหารือปัญหาด้านแรงงานครั้งที่ 9 ในไทเป และมีการลงนามความตกลงด้านแรงงานระหว่างกัน

      ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2561 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติทั้งหมด 703,162 คน ในจำนวนนี้ แรงงานอินโดนีเซียมีจำนวนมากเป็นอันดับ 1 หรือ 265,959 คน ครองอัตราส่วนถึง 37.8% ของแรงงานต่างชาติทั้งหมด โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 73.5 ของแรงงานอินโดนีเซีย หรือ 195,419 คน ทำงานอยู่ในภาคสวัสดิการสังคมตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งครองสัดส่วน 76.2% ของผู้อนุบาลทั้งหมดในไต้หวันที่มี 256,383 คน เนื่องจากตำแหน่งผู้อนุบาลไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน เพราะฉะนั้น การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของแรงงานในภาคการผลิตทีไร ผู้อนุบาลจะไม่ได้รับการปรับตามไปด้วย ยกเว้นผู้อนุบาลไทยที่สำนักงานแรงงานไทยในไต้หวันกำหนดให้นายจ้างที่จะว่าจ้างผู้อนุบาลไทย ขณะยื่นขอรับรองเอกสาร จะต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งสำนักงานแรงงานไทยให้เหตุผลว่า แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศทุกตำแหน่ง จะต้องได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศนั้น ประกอบกับผู้อนุบาลไทยมีจำนวนน้อยมาก จึงไม่มีเสียงคัดค้านจากนายจ้างมาตั้งแต่แรก แต่ผู้อนุบาลอีก 3 ชาติ ได้แก่อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ได้รับค่าจ้างเดือนละ 15,840 เหรียญไต้หวันนานเป็นเวลา 10 ปี เพิ่งจะได้ได้รับการปรับขึ้นเป็น 17,000 เหรียญเมื่อปลายปี 2558 อย่างไรก็ตาม นับมาถึงขณะนี้ เป็นเวลาเกินกว่า 3 ปีแล้ว ดังนั้น กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียจึงได้เรียกร้องขอปรับขึ้นค่าจ้างผู้อนุบาลในครัวเรือนอีกครั้ง

ผู้อนุบาลอินโดนีเซียทำงานอยูในไต้หวันมากกว่า 190,000 คน โดยได้รับค่าจ้าง 17,000 เหรียญไต้หวัน กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียเรียกร้องขอปรับเป็น 19,000 เหรียญไต้หวัน 

      ด้านกระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า ขอให้ฝ่ายอินโดนีเซียชี้แจงรายละเอียดเหตุผลและความจำเป็น รวมถึงอัตราส่วนของการปรับขึ้นค่าจ้างผู้อนุบาลด้วย เพื่อที่ฝ่ายไต้หวันจะนำไปพิจารณาประเมิน บนรากฐานการรักษาสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างและนายจ้าง นอกจากนี้ ขอให้ฝ่ายอินโดนีเซียหามาตรการแก้ปัญหาการหลบหนีของแรงงานอินโดนีเซียด้วย แม้อัตราส่วนการหลบหนีของแรงงานอินโดนีเซียจะอยู่อันดับสองรองจากแรงงานเวียดนาม แต่แรงงานอินโดนีเซียที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวนถึง 24,118 คน จากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนี 51,979 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 46.4% ไล่ตามหลังแรงงานเวียดนามที่มี 24,348 คน หรือ 46.8%

แรงงานอินโดนีเซียที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวน 24,118 คน จากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนี 51,979 คน ไล่ตามหลังแรงงานเวียดนามมาติดๆ

      นอกจากปัญหาค่าจ้างผู้อนุบาลแล้ว กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียยังมีการหยิบยกประเด็นอื่นมาหารือด้วย เช่น เสนอให้ออกกฎหมายบังคับนายจ้างช่วยแรงงานอินโดนีเซียโอนเงินค่าจ้างเข้าบัญชีในอินโดนีเซีย เพื่อลดปัญหาที่นายจ้างหักเงินจากค่าจ้างโดยอ้างรายการต่างๆ และขอให้ช่วยแก้ปัญหาที่แรงงานอินโดนีเซียได้รับต่อสัญญาใหม่ แต่ถูกเรียกเก็บค่าต่อสัญญา ค่าซื้อตำแหน่งงานหรือถูกส่งกลับประเทศไปทำเรื่องมาใหม่ ซึ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง และแรงงานที่ได้รับการต่อสัญญาใหม่ นายจ้างควรเพิ่มค่าจ้างให้สูงขึ้นกว่าเดิม นอกจากปัญหาของแรงงานบนบกแล้ว ปัญหาใหญ่ของแรงงานอินโดนีเซียอีก 1 รายการคือ สวัสดิการและการคุ้มครองสิทธิประโยชน์แรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางมาทำงานในตำแหน่งลูกเรือประมง ซึ่งมักจะเกิดปัญหาบ่อยครั้ง

ลูกเรือประมงชาวอินโดนีเซีย เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะด้านสวัสดิการแรงงาน