ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2562

  • 04 January, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
รวบ 2 คนงานไทยผิดกฎหมายขี่มอเตอร์ไซค์ชนรถยนต์ 2 คันรวดแล้วหนี แถมยังใช้สนับมือไฟฟ้าช๊อตคนขับรถยนต์ที่วิ่งไล่ตาม

1. ตำรวจเถาหยวนปิดเมืองกวาดล้างยาเสพติด จับอดีตคนงานไทยยึดอาชีพขายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ

      เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ตำรวจทั่วเถาหยวนมีการปิดถนนหลายจุดเพื่อตรวจจับอาชญากรรมต่างๆ ซึ่งเป็นปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม ก่อนถึงวันที่ผู้ว่าการนครเถาหยวน เข้ารับตำแหน่งพ่อเมืองนครเถาหยวนต่ออีก 1 สมัย ปรากฎว่า ปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งมุ่งไปที่อาชญากรรมของชาวชาวไต้หวัน สามารถจับกุมอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ ได้ถึง 328 คดี ผู้ต้องหา 351 คน ในจำนวนนี้ มีอดีตคนงานไทยที่แต่งงานมาตั้งรกรากในไต้หวันรวมอยู่ด้วย 1 ราย ถูกจับในข้อหามียาเสพติดจำพวกยาไอซ์ไว้ในครอบครองเพื่อขาย 13.2 กรัม ถุงบรรจุ อุปกรณ์เสพและตราชั่งอิเล็คทรอนิคส์ เป็นต้น ผู้ต้องหาอดีตคนงานไทยรายนี้ เคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมาก่อน แต่งงานกับหญิงไต้หวันย้ายมาตั้งรกรากที่นครเถาหยวน อาศัยที่คุ้นเคยและรู้ช่องทาง ขายยาเสพติดให้เพื่อนร่วมชาติ แรกๆ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา สุดท้ายจำนนต่อหลักฐาน รับสารภาพว่ารับยาไอซ์มาจากเอเยนต์ชาวไต้หวัน เพื่อนำไปขายให้แรงงานไทยในโรงงงาน โดยยังเปิดเผยว่า กลวิธีการหลอกล่อให้เพื่อนร่วมชาติหลงติดยาเสพติดก็คือ เสพแล้วทำให้ขยัน ไม่ง่วงนอน มีเรี่ยวแรงทำงานหาเงิน แถมยังให้ทดลองเสพฟรีด้วย

ตำรวจเถาหยวนก่อนออกปฏิบัติการปิดเมืองกวาดล้างอาชญากรรม

      ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาเสพและขายยาเสพติดประเภทสอง ขณะเดียวกัน ได้ขยายผลตรวจสอบแก๊งขายยาเสพติดที่ป้อนยาไอซ์มอมเมาแรงงานต่างชาติต่อไปแล้ว

      ตำรวจเถาหยวนฝากเตือนแรงงานไทยผ่านทางรายการมาว่า แรงงานไทย ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานหนักและเหน็ดเหนื่อย มักจะตกเป็นเป้าของแก๊งค้ายาเสพติดที่หลอกอ้างว่า เสพยาไอซ์แล้วจะทำให้ไม่ง่วงนอน ทำงานติดต่อกันได้นานขึ้น แต่หารู้ไม่ว่า เมื่อติดแล้ว ต้องเสียเงินจำนวนมากซื้อยาเสพติด นอกจากทำให้เงินไม่พอใช้ ไม่มีเงินส่งกลับบ้านไปให้ครอบครัว ต้องติดหนี้สินหนักแล้ว ยังทำให้สุขภาพย่ำแย่ บางคนเสพหนักถึงขั้นประสาทหลอน กลายเป็นคนสติเพี้ยน ทำให้อนาคตของตัวเองและครอบครัวมืดมน จึงเตือนแรงงานไทยอย่าริลองเสพเป็นอันขาด

อดีตแรงงานไทย ปัจจุบันแต่งงานมาตั้งรกรากในเถาหยวน แต่ยึดอาชีพขายยาไอซ์มอมเมาเพื่อนร่วมชาติโดนจับ

       ขณะที่สำนักงานแรงงานไทยในไทเป ฝากเตือนแรงงานไทยต้องห่างไกลยาเสพติด โดยแนะวิธีป้องกันด้วยตนเองดังนี้

        1. ไม่ทดลองเสพสิ่งที่รู้ว่ามีภัย เพราะอาจจะทำให้ติดได้ง่าย

        2. เลือกคบเพื่อนที่ดี พยายามหลีกเลี่ยงเพื่อนที่ชอบชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย

        3. รู้จักใช้วิจารณญาณในการแก้ปัญหา แต่หากว่าไม่สามารถแก้ไขเองได้ ก็ควรจะปรึกษากับเพื่อฝูงหรือญาติมิตรที่ไว้ใจได้

        4. การสร้างทักษะชีวิต โดยเฉพาะทักษะการปฏิเสธเมื่อถูกเพื่อนชักชวนให้เสพสิ่งเสพติด ต้องรู้จักปฏิเสธอย่างนุ่มนวล โดยการชี้แจงผลเสียของสิ่งเสพติดต่อการทำงานและอนาคต การรู้จักปฏิเสธอย่างจริงจังและจิตใจแน่วแน่จะทำให้เพื่อนเกรงใจไม่กล้าชวนอีก

ของกลางที่ยึดได้

2. จับ 2 คนงานไทยผิดกฎหมายขี่มอเตอร์ไซค์ชนรถยนต์ 2 คันรวดแล้วหนี แถมยังใช้สนับมือไฟฟ้าช๊อตคนขับรถยนต์ที่วิ่งไล่ตาม

      เหตุการณ์ที่ทำให้ภาพลักษณ์แรงงานไทยได้รับความเสียหายคดีนี้ เกิดขึ้นที่เขตไท่ผิง นครไทจง เมื่อเช้าวันที่ 20 ธ.ค. เวลา 10.00 น. นายทวีศักดิ์ อายุ 39 ปี และนายพรพจน์ อายุ 23 ปี 2 แรงงานไทยที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายขับขี่รถจักรยานยนต์ไปชนกับรถเก๋งคันหนึ่งก่อน แต่ไม่จอดเร่งเครื่องขับหนี ไปชนกับรถบรรทุกเล็กของบริษัทโลจิสติกส์ที่จอดอยู่จนมอเตอร์ไซค์เสียหลักล้ม

2 คนงานไทยผิดกฎหมายขี่มอเตอร์ไซค์ชนรถยนต์ 2 คันรวดแล้วหนี

      โชเฟอร์รถส่งของลงมาตรวจดู แรงงานไทยทั้งสองลุกขึ้นมาจากกพื้นได้ก็แยกย้ายกันวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง โชเฟอร์วิ่งไล่ตามนายทวีศักดิ์ เพื่อให้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากวิ่งตามประมาณ 100 เมตรจนไล่ทันแล้ว ไม่นึกว่านายทวีศักดิ์ไม่เพียงแต่ไม่ยอมหยุด ยังควักสนับมือช๊อตไฟฟ้าที่มีแรงเคลื่อนสูงถึง 2 ล้านโวลต์ออกมาจากกระเป๋า ต่อยไปที่ร่างของโชเฟอร์ โชเฟอร์รายนี้แม้จะไหวตัวหลบทัน แต่ได้รับบาดเจ็บหลายที่ ขณะที่ยื้อฉุด  พอดีช่วงเวลานั้นมีพลเมืองดีที่อยู่ในเหตุการณ์โทรศัพท์แจ้งความ และช่วยกันล้อมจับนายทวีศักดิ์เอาไว้ได้

สนับมือไฟฟ้าที่มีแรงเคลื่อนสูงถึง 2 ล้านโวลต์ของนายทวีศักดิ์

โดนจับทั้งสองคน

      ขณะที่นายพรพจน์ก็ถูกตำรวจที่รุดมาที่เกิดเหตุจับกุมได้ คนงานไทยทั้ง 2 ถูกนำตัวกลับไปสอบปากคำที่โรงพัก ตำรวจพบว่าทั้งสองเป็นแรงงานผิดกฎหมายและขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ โดยนายทวีศักดิ์หลบหนีออกจากโรงงานกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเมื่อเดือนกันยายน 2560 ส่วนนายพรพจน์หลบหนีจากโรงงานเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 หลังสอบปากคำได้ควบคุมตัวแรงงานไทยทั้งสองส่งดำเนินคดี ข้อหาชนแล้วหนี และใช้สนับมือ ซึ่งในไต้หวันถือเป็นอาวุธ และยังเป็นสนับมือไฟฟ้าช๊อตที่มีแรงเคลื่อนสูงถึง 2 ล้านโวลต์ทำร้ายผู้อื่น นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลตรวจสอบสถานที่ทำงานของแรงงานไทยทั้งสอง เพื่อจับนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานอย่างผิดกฎหมายมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว

นายทวีศักดิ์ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ชนรถยนต์แล้วหนี แต่ไปไม่รอดถูกจับ

3. กลวิธีใหม่! แก๊งต้มตุ๋นหลอกว่าได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นพร้อมเงินรางวัล แต่ให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน มีแรงงานอินโดนีเซียตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ตำรวจไถหนานเรียนภาษาอินโดนีเซีย เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์โดยตรงสกัดกั้นแผนการของแก๊งนอกกฎหมาย

      ช่วงนี้มีแรงงานอินโดนีเซียจำนวนมากตกเป็นเหยื่อแก๊ง 18 มงกุฎ ซึ่งเป็นชาวอินโดนีเซียด้วยกัน โดยหลอกว่า ทางการอินโดนีเซียได้คัดเลือกแรงงานดีเด่นประจำปี 2560-2561 ผู้ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่น นอกจากจะได้รับใบประกาศเกียรติคุณจาก Hanif Dhakiri รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานอินโดนีเซียแล้ว ยังจะได้รับเงินรางวัลจากรัฐบาล จำนวนตั้งแต่ 30,000-50,000 เหรียญไต้หวัน โดยแก๊งต้มตุ๋นส่งข้อความในไลน์เป็นภาษาอินโดนีเซีย ขอให้ผู้โชคดีโอนเงินค่าธรรมเนียมเข้าบัญชีที่ส่งมาในข้อความก่อน จากนั้น จะได้รับเงินรางวัลและใบประกาศ ปรากฎว่า มีแรงงานอินโดนีเซียจำนวนไม่น้อยหลงดีใจ ที่ตนได้รับการคัดเลือกให้เป็นแรงงานดีเด่น ไปโอนเงินค่าธรรมเนียมเข้าบัญชีของแก๊งต้มตุ๋น แต่รอมาแล้วหลายวันก็ไม่มีการติดต่อกลับมาว่า จะรับเงินรางวัลได้อย่างไร? เมื่อไหร่? เมื่อสอบถามไปที่สำนักงานแรงงานอินโดนีเซียในไทเป จึงทราบว่าถูกหลอกเสียแล้ว สำนักงานแรงงานอินโดนีเซียจึงออกประกาศเตือนว่า รัฐบาลไม่มีโครงการคัดเลือกแรงงานดีเด่นแต่อย่างใด นั่นเป็นกลวิธีการหลอกลวงของแก๊งต้มตุ๋น ขอให้อย่างได้เชื่อ

แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันซึ่งมีจำนวนมากกว่า 260,000 คน มักจะตกเป็นเป้าหมายการต้มตุ๋นของแก๊งมิจฉาชีพ

      เพื่อจะช่วยเหลือแรงงานอินโดนีเซียไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ ตำรวจนครไถหนานหลายนายลงทุนเรียนภาษาอินโดนีเซีย เพื่อสื่อสารกับแรงงานได้ง่ายขึ้น วิธีนี้ได้ผล ช่วยให้แรงงานอินโดนีเซียรอดพ้นจากการตกเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก

ตำรวจหญิงในนครไถหนาน โชว์ประกาศนียบัตรผ่านการฝึกอบรมภาษาอินโดนเซีย เพื่อใช้สื่อสารและช่วยเหลือแรงงานอินโดนีเซียได้ง่ายขึ้น