กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2562

  • 07 January, 2019
  • กฤษณัย ไสยประภาสน์
ปธน. ไช่อิงเหวิน เปิดแถลงข่าว ณ ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน กรุงไทเป ย้ำจุดของรัฐบาลสาธารณรัฐจีน ตอบโต้คำกล่าวของผู้นำจีน

กระแสประชาธิปไตย

วันจันทร์ที่  7 มกราคม 2562

๑. ปธน. ไช่อิงเหวิน กล่าวอวยพรปีใหม่ ย้ำหลักการ "4 ต้อง 3 เครือข่ายป้องกัน" 

          ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน สาธารณรัฐจีน กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 2562 ที่ทำเนียบประธานาธิบดี  ระบุถึงเป้าหมายใหม่ในการบริหารประเทศของรัฐบาล  “4 ต้อง”  และ “3 เครือข่ายป้องกัน”

          ผู้นำไต้หวันระบุถึง “4 ต้อง” ซึ่งประกอบด้วย 1.จีนแผ่นดินใหญ่ต้องเคารพความคงอยู่ของไต้หวัน สาธารณรัฐจีน 2.ต้องเคารพการยืนหยัดในระบอบประชาธิปไตยของชาวไต้หวันจำนวน 23 ล้านคน 3.ต้องใช้สันติวิธีและหลักความเสมอภาคมาแก้ไขปัญหาไต้หวัน 4.ต้องเปิดเจรจากันโดยผ่านหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายอำนาจจากรัฐบาลทั้งสองฝ่าย

    สำหรับ  “ 3 เครือข่ายป้องกัน” ประกอบด้วย เครือข่ายแรกคือ เครือข่ายความปลอดภัยในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยปธน.ไช่อิงเหวินระบุว่าในระยะนี้เกิดการะบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่กลับไม่ได้ปฎิบัติตามข้อตกลงที่ต้องแจ้งข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ไต้หวันรับรู้ หากโรคนี้แพร่ระบาดเข้าสู่ไต้หวัน นอกจากจะส่งผลเสียหายอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมเลี้ยงสุกรไต้หวันแล้ว ยังจะกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนและเศรษฐกิจไต้หวันด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคือจะทำให้คนไต้หวันเกิดความรู้สึกในแง่ลบต่อคนจีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมเรียกร้องให้ทางการจีนแผ่นดินใหญ่เลิกอคติและคิดเป็นศัตรูกับไต้หวัน ส่วนเครือข่ายที่ 2 คือ เครือข่ายความปลอดภัยด้านข้อมูลข่าวสาร และเครือข่ายที่ 3 คือ เครือข่ายป้องกันประชาธิปไตย

ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันกล่าวอวยพรปีใหม่ ย้ำ "4 ต้อง 3 เครือข่ายป้องกัน" และย้ำ ไต้หวันไม่เคยยอมรับ "ฉันทามติ 1992" และ "หนึ่งประเทศสองระบอบ" ที่จีนเสนอ

 

๒. ผู้นำไต้หวันกร้าว ไม่เคยยอมรับฉันทามติ 1992 และหนึ่งประเทศสองระบอบ 

           กรณีที่นายสีจิ้นผิง ผู้นำจีน แถลง 5 แนวทางเกี่ยวกับไต้หวันเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น ปธน.ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันสาธารณรัฐจีน ระบุว่า ยินดีเปิดการเจรจากัน แต่ในฐานะที่เป็นประเทศประชาธิปไตย  หากเป็นการหารือหรือการเจรจาทางการเมืองระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ต้องได้รับมอบอำนาจหรือสอดส่องโดยประชาชนชาวไต้หวันและต้องเป็นการเจรจาระหว่างรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น ภายใต้หลักการนี้  ไม่มีบุคคลหรือกลุ่มองค์กรใด มีสิทธิเป็นตัวแทนชาวไต้หวันเปิดการเจรจาทางการเมืองดังกล่าว

         ด้านสภาบริหาร ไต้หวันสาธารณรัฐจีน แถลงว่า  ชาวไต้หวันสาธารณรัฐจีนไม่อาจยอมรับ “หลักการจีนเดียว” และไม่ยอมรับ “หนึ่งประเทศสองระบบ”รวมถึง “ฉันทามติ1992” โดยไต้หวันและจีนไม่มีฉันทามติดังกล่าว การเจรจาระหว่างไต้หวันกับจีนต้องได้รับการยอมรับและสอดส่องโดยประชาชนชาวไต้หวัน ชาวไต้หวันจะร่วมกันตัดสินอนาคตของไต้หวันเอง

         ขณะที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลออกแถลงการณ์เรียกร้องสีจิ้นผิง ต้องให้ความสำคัญกับความมีเอกราชและอธิปไตยของไต้หวัน ซึ่ง“ปัจจุบันมีชื่อว่า สาธารณรัฐจีน” และจีนต้องให้ความสำคัญกับความคงอยู่ของสาธารณรัฐจีน

          ด้านคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ สภาบริหารไต้หวัน สาธารณรัฐจีนออกแถลงการณ์ในวันที่ 2 ธ.ค.ระบุว่า”การเจรจาแบบประชาธิปไตย”และ “การเจรจาทางการเมือง”ที่สีจิ้นผิงเสนอ  ไม่ได้ระบุถึงความคงอยู่ของสาธารณรัฐจีนเลย เป็นไปไม่ได้ที่ระบอบเผด็จการจะมี “การเจรจาแบบประชาธิปไตย” ไต้หวันไม่มีวันยอมรับข้อเสนอที่ต้องการลบล้างอธิปไตยของชาติ แถลงการณ์ของคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ยังระบุว่า ถ้อยแถลงของสีจิ้นผิงที่เกี่ยวกับไต้หวันในครั้งนี้เป็นกุศโลบายเพื่อรวมชาติ และสร้างความแตกแยกให้แก่ไต้หวันที่แนบเนียน  สะท้อนให้เห็นว่าจีนเร่งรีบที่จะรวมชาติโดยเร็ว นอกจากนี้ การกำหนดเงื่อนไข “จีนเดียว”ก่อน “การเจรจาแบบประชาธิปไตย” เป็นการสร้างความแตกแยกให้แก่ไต้หวันและล้มล้างอธิปไตยของสาธารณรัฐจีนออกจากการเจรจานั่นเอง

นายสีจิ้นผิง ผู้นำจีนกล่าวสุนทรพจน์ในโอกาสครบรอบ 40 สารถึงพี่น้องร่วมชาติชาวไต้หวัน