ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562

  • 01 February, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
ผู้กำกับโรงพักตงซื่อในนครไทจงกับสุนัขผู้ช่วย หลังเลิกงานร่วมกันจับแรงงานไทยผิดกฎหมายได้ 6 คน

กระทรวงแรงงานไต้หวันปวดหัว! มาตรการแยกหอพักออกจากโรงงานและมาตรฐานใหม่หอพักแรงงานต่างชาติเจอแรงต้าน เลื่อนประกาศอย่างไม่มีกำหนด

        ปัญหาที่พักของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งมีมากกว่า 450,000 คน กระทรวงแรงงานไต้หวันเดิมจะยกระดับมาตรฐานใหม่ตั้งแต่เดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว แต่จนกระทั่งถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถประกาศได้ สาเหตุเป็นเพราะผู้ประกอบคัดค้าน ส่งผลมีการทบทวนใหม่ กระทรวงแรงงานคาดหวังว่า หลังปัญหาแยกหอพักออกจากโรงงานได้ข้อยุติแล้ว ค่อยประกาศใช้พร้อมๆ กัน

กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติเรียกร้องให้แยกหอพักออกจากโรงงาน แต่เจอนายจ้างและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องคัดค้าน

        ปัญหาแยกหอพักออกจากโรงงาน นอกจากนายจ้างจะคัดค้านแล้ว กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมการออกแบบและการก่อสร้างอาคารเห็นว่า อาคารหอพักหากได้มาตรฐานความปลอดภัยถือว่าถูกกฎหมาย ไม่ติดใจว่าจะต้องแยกออกจากโรงงานหรือไม่? ด้านกรมบันเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ขณะที่ตรวจสอบระบบความปลอดภัยที่โรงงาน ไม่ได้มีการแบ่งแยกว่าหอพักและโรงงาน ทุกอย่างจะตรวจสอบตามมาตรฐาน แต่หากว่าหอพักและโรงงานอยู่ในอาคารเดียวกัน เข้าข่ายเป็นอาคารแบบผสม จะมีการตรวจสอบเข้มงวดมากกว่าที่แยกเป็นคนละอาคาร

        ส่วนกระทรวงเศรษฐการแสดงจุดยืนว่า ตามกฎหมายในปัจจุบัน อนุญาตให้หอพักตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงงานได้ ขอเพียงแต่ให้สิ่งก่อสร้างและระบบอุปกรณ์ป้องกันภัยได้มาตรฐานตามกำหนด ไม่มีความจำเป็นต้องแก้กฎหมายเพื่อแยกหอพักออกจากโรงงานอีก

        สืบเนื่องจากปลายปี 2560 และครึ่งแรกของปี 2561 ระยะเวลาห่างกันเพียง 6 เดือน ได้เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานร้ายแรงถึง 2 ครั้ง ส่งผลให้แรงงานต่างชาติเสียชีวิต 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 6 ราย แรงงานไทย 2 ราย และแรงงานต่างชาติที่เคราะห์ร้ายทั้ง 8 ราย เสียชีวิตในหอพักซึ่งตั้งอยู่ในโรงงาน ดังนั้น กลุ่ม NGO ที่เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ ได้เรียกร้องขอให้ออกกฎหมาย แยกหอพักและโรงงานออกห่างจากกัน

      ต่อข้อเรียกร้องข้างต้น กระทรวงแรงงานรับว่า จะเชิญกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม เพื่อหารือความเป็นได้ในการออกกฎหมายแยกหอพักออกห่างจากโรงงาน เดิมเตรียมจะประกาศตั้งแต่เดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว เกี่ยวกับมาตรฐานใหม่หอพักแรงงานต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันกำหนดให้นายจ้างจะต้องจัดหาพื้นที่พักให้แก่แรงงานต่างชาติคนละไม่ต่ำกว่า 3.2 ตร.ม. เพิ่มเป็น 4.6 ตร.ม. ห้องอาบน้ำและห้องสุขาจากเดิมทุก 15 คนจะต้องมี 1 ห้อง เพิ่มเป็นทุก 6 คนต้องมี 1 ห้อง

หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้หอพัก 2 ครั้ง คร่าชีวิตแรงงานต่างชาติไปถึง 8 ราย กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติชุมนุมเรียกร้องให้แยกหอพักออกจากโรงงาน

      แต่บรรดาผู้ประกอบการบ่นว่า หากจะให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของกระทรวงแรงงาน หอพักแรงงานต่างชาติจะต้องเพิ่มต้นทุนอีกอย่างน้อย 30% ยกตัวอย่างเช่น ห้องพักขนาด 10 ผิง หรือประมาณ 33 ตร.ม. เดิมมีเตียง 2 ชั้นพักกัน 8 คน แต่ระเบียบใหม่พักได้ไม่เกิน 6 คน จะต้องเพิ่มห้องพักจึงจะสอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ และห้องอาบน้ำ ห้องสุขาก็มีจำนวนตายตัวอยู่แล้วในสิ่งก่อสร้าง หากต้องเพิ่มมากขึ้น จะต้องสร้างใหม่หรือต้องไปเช่าที่ใหม่ นายจ้างจำนวนไม่น้อยร้องโอดครวญ ไม่เพียงแค่เรื่องของต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น หากแต่ว่า ไม่มีพื้นที่ที่จะรองรับหอพักใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น จึงเรียกร้องว่า ควรจะให้เวลามากว่านี้ และค่อยๆ ทยอยดำเนินการ 

กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติชุมนุมเรียกร้องให้แยกหอพักออกจากโรงงาน

      ด้านนายหลินซานกุ้ย รมช. กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เรื่องหอพักในโรงงาน เกี่ยวข้องกันหลายหน่วยงาน ไม่ใช่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบตามลำพัง ดังนั้น มาตรฐานใหม่หอพักแรงงานต่างชาติ จะเลื่อนออกไปประกาศพร้อมกับมาตรการแยกหอพักออกจากโรงงาน หลังจากได้ข้อยุติในเรื่องนี้แล้ว

นายหลินซานกุ้ย รมช. กระทรวงแรงงาน

2. ความรับผิดชอบสูง! ผู้กำกับโรงพักเลิกงานแล้วจูงน้องหมาเดินเล่น ยังปฏิบัติภารกิจรวบ 6 คนงานไทยผิดกฎหมาย

        เฉินอี้เหวิน ผู้กำกับโรงพักตงซื่อในนครไทจง เลิกงานแล้วจูงน้องหมาพันธ์พื้นเมืองที่ชื่อว่าโต้วๆ เดินเล่นไปตามถนน เห็นรถตู้ 1 คันจอดรออยู่ข้างทาง บนรถมีผู้ชายหน้าตาคล้ายแรงงานต่างชาติหลายคน ส่ออาการพิรุธ จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ขณะที่ตัวเขาเองจูงน้องหมาเดินเข้าใกล้เพื่อตรวจสอบ โต้วๆ เริ่มเห่าสกัดสมกับเป็นสุนัขของตำรวจ ผู้กำกับรายนี้ร้องบอกคนในรถทันทีว่า อย่าพยายามวิ่งหนี เพราะอาจถูกหมากัด ทำให้ผู้ชายบนรถกลุ่มนี้ไม่กล้าลงจากรถ เมื่อสอบถามพบว่า นายซิ่ง ชายชาวไต้หวันคนขับเป็นเจ้าของรถ ว่าจ้างแรงงานไทยผิดกฎหมายทั้ง 6 คนเป็นลูกจ้างถางหญ้าในสวนบนเขา เหตุที่จอดรถรอ เพราะกลับจากทำงานถางหญ้า ให้ 2 ใน 6 คนงานไทยลงรถไปซื้ออาหาร เพื่อนำกลับไปทาน คนงานไทยที่ไปซื้อของในตลาดสด หลังซื้อของเสร็จเดินกลับมา พอดีตำรวจสายตรวจที่รับแจ้งมาถึง จึงถูกรวบพร้อมกันทั้งหมด

เฉินอี้เหวิน ผู้กำกับโรงพักตงซื่อในนครไทจง เลิกงานแล้วจูงน้องหมาไปเดินเล่น ตรวจพบแรงงานไทยผิดกฎหมาย 6 คน

        จากการตรวจสอบพบว่า คนงานไทยทั้ง 6 คน มี 4 คนที่เดินทางมาทำงานอย่างถูกกฎหมายแต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย อีก 2 คนเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวแล้วไม่เดินทางกลับประเทศตามกำหนดเวลา นายซิ่งว่าจ้างแรงงานไทยทั้ง 6 คนไปรับจ้างถางหญ้าพรวนดินตามสวนผลไม้บนเขา นึกไม่ถึงโดนจับเสียก่อน ตำรวจจึงส่งตัวนายซิ่งดำเนินคดีข้อหาว่าจ้างชาวต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน มีโทษปรับ 750,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนคนงานไทยทั้ง 6 คน ถูกควบคุมตัวเพื่อรอการเนรเทศกลับประเทศ ห้ามเข้าไต้หวันเป็นเวลา 8 ปี โดยนายซิ่งนอกจากโดนปรับ 750,000 เหรียญแล้ว ยังต้องรับผิดชอบค่าปรับและค่าเดินทางกลับประเทศของคนงานไทยทั้ง 6 คนด้วย

ตำรวจเข้าไปตรวจสอบรถตู้ข้างถนนที่มีแรงงานไทยผิดกฎหมายนั่งอยู่ 6 คน

        ผู้กำกับโรงพักตงซื่อถือโอกาสประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยได้รับทราบด้วยว่า การหลบหนีไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย ไม่มีหลักประกันและอาจถูกขูดรีดถูกเอารัดเอาเปรียบ นอกจากนี้ยังผวากลัวถูกจับ ยิ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามหนียกทัวร์ 152 คน เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตำรวจทุกท้องที่เพิ่มการตรวจตราเข้มข้นมากขึ้น โอกาสถูกจับก็สูงตามไปด้วย

        แรงงานไทยที่ยังหลบหนี ทางที่ดี ถือโอกาสในช่วงที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำลังเปิดโอกาสให้เข้ามอบตัวเดินทางกลับประเทศภายในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ จะได้รับการลดหย่อนค่าปรับจาก 10,000 เหรียญไต้หวันเหลือ 2,000 เหรียญไต้หวัน และหากหลบหนีไม่เกิน 3 ปี จะไม่ติดแบลกลิสต์เข้าสู่ไต้หวันอีก หากหลบหนีเกิน 3 ปี จะได้รับการลดหย่อนระยะเวลาห้ามเข้าไต้หวันลงกึ่งหนึ่ง หากหมดเขต ไม่ว่าจะเข้ามอบตัวหรือถูกตรวจพบ จะถูกปรับ 10,000 เหรียญ หากหนีเกิน 3 เดือน และถูกห้ามเข้าไต้หวันเป็นเวลา 8 ปี  

คนงานไทยผิดกฎหมายทั้ง 6 คนถูกจับไปยังโรงพัก

3. รักข้ามชาติ! แรงงานเวียดนามขโมยรถจักรยานไฟฟ้า หมายเป็นของขวัญให้สาวอินโดนีเซีย แต่โดนจับเสียก่อน

       นายฝ่าม แรงงานเวียดนาม อายุ 32 ปี หลงรักสาวอินโดนีเซียนางหนึ่ง อยากซื้อของขวัญให้เพื่อเอาใจ แต่ไม่มีเงิน ใช้วิธีขโมยรถจักรยานไฟฟ้า แต่ยังไม่ทันจะส่งมอบของขวัญชิ้นนี้ให้แก่แฟนสาว ก็ถูกจับในข้อหาลักทรัพย์อีกคดีหนึ่ง คราวนี้โดนโทษ 2 กระทงรวด

ภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิด นายฝ่ามขโมยรถจักรยานไฟฟ้าแล้วฝ่าไฟแดงอย่างหวาดเสียว

      สถานีตำรวจในนครไทจง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านเมื่อปลายปีที่แล้วว่า จอดจักรยานไฟฟ้าที่เพิ่งจะซื้อมาใหม่ไว้ในที่จอดข้างถนน จากนั้นไปเดินช๊อปในห้าง SOGO กลับมาอีกทีหารถจักรยานไฟฟ้าไม่เจอเสียแล้ว จึงมาแจ้งความรถหาย

      หลังรับแจ้ง ตำรวจตรวจสอบดูจากกล้องวิดีโอวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณเกิดเหตุ พบผู้ชายคนหนึ่งสวมผ้าปิดปาก ใส่เสื้อแขนยาวลายสก็อตเป็นคนขโมย เห็นขี่คร่อมรถจักรยานไฟฟ้าโดยใช้เท้าพาย ฝ่าไฟแดงอย่างหวาดเสียว ตรวจพบว่านายฝ่ามเป็นคนขโมย แต่ในขณะนั้น นายฝ่ามถูกจับอยู่ในห้องขังเนื่องจากลักทรัพย์อีกคดีหนึ่ง ตำรวจจึงเบิกตัวมาสอบปากคำ นายฝ่ายก็ยอมรับสารภาพแต่โดยดีว่า ตนหลงรักสาวอินโดนีเซียนางหนึ่ง อยากจะซื้อของขวัญให้เพื่อเอาใจแต่ไม่มีเงิน เห็นมีจักรยานไฟฟ้าใหม่ๆ จอดทิ้งอยู่ จึงคิดขโมยเพื่อมอบให้สาวอินโดหวานใจ แต่ขโมยมาแล้ว เนื่องจากไม่มีกุญแจ เกรงว่าสาวอินโดจะเอะใจเกิดความสงสัย จึงหาทางแก้ปัญหากุญแจก่อน จากนั้นจึงจะส่งมอบ แต่ยังไม่ทันจะแก้ปัญหากุญแจ้รถได้ ตนก็โดนจับในคดีลักทรัพย์อีกคดีหนึ่ง แรงงานเวียดนามรายนี้ ยังบอกว่า ฝ่ายหญิงยังไม่รู้เรื่องนี้ และขอร้องตำรวจอย่าบอกให้สาวอินโดนีเซียทราบ ไม่งั้นความรักข้ามชาติของตน คงจะฝันสลายแน่ๆ  

ภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิด นายฝ่ามขโมยรถจักรยานไฟฟ้าแล้วฝ่าไฟแดงอย่างหวาดเสียว