ขุนพลแรงงานไทย ศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562

  • 22 February, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
ภายในเดือนพฤษภาคมปีนี้ แรงงานต่างชาติจะสามารถโอนเงินกลับบ้านได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

1. อนุมัติแล้ว! ธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร 2 รายได้รับอนุญาตช่วยแรงงานต่างชาติโอนเงินกลับประเทศผ่านร้านสะดวกซื้อ มีกำหนดเปิดบริการภายในเดือนพฤษภาคมปีนี้

      คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินของไต้หวันอนุญาตให้ธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร 2 ราย ทำธุรกรรมโอนเงินของแรงงานต่างชาติได้แล้ว ได้แก่ 1. EMQ ไต้หวัน ซึ่งเป็นบริษัทรับโอนเงินของฮ่องกง ให้บริการกลุ่มลูกค้าที่เป็นแรงงานเวียดนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ไม่ได้รวมแรงงานไทย แต่ละคนสามารถโอนได้ครั้งละไม่เกิน 30,000 เหรียญ แต่ละวันไม่เกิน 70,000 เหรียญ แต่ละเดือนไม่เกิน 100,000 เหรียญ แต่ละปีไม่เกิน 500,000 เหรียญ สามารถโอนผ่านแอพพลิเคชั่น ตู้ ATM ธนาคารออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต และร้านสะดวกซื้อทุกแห่ง

ภายในพ.ค. ปีนี้ แรงงานต่างชาติจะสามารถโอนเงินกลับบ้านผ่านแอพ ตู้ ATM ธนาคารออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต และร้านสะดวกซื้อได้ทุกแห่ง โดยไม่มีวันหยุด

2. Welldone บริษัทผู้แทนจำหน่ายบัตรโทรศัพท์โอเคการ์ด ซึ่งปัจจุบันให้บริการช่วยโอนเงินผ่านร้านสะดวกซื้ออยู่แล้วด้วยค่าบริการ 99 เหรียญ ขณะนี้ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ทำธุรกรรมโอนเงินของแรงงานต่างชาติเป็นการเฉพาะ เตรียมให้บริการโอนเงินกลับประเทศแก่แรงงานไทย เวียดนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ การโอนเงินแต่ละครั้งจำกัดที่ 30,000 เหรียญไต้หวัน แต่ละเดือนจำกัดจำนวนไม่เกิน 70,000 เหรียญ หรือปีละไม่เกิน 360,000 เหรียญ สำหรับสถานชำระเงินโอน คือที่ร้านสะดวกซื้อทุกแห่ง และร้านบริการโอนเงินโดยเฉพาะของบริษัทอีก 4 แห่ง

     ทั้งนี้ ทั้งสองบริษัทจะต้องเปิดให้บริการโอนเงินแก่แรงงานต่างชาติภายในเดือนพ.ค.ปีนี้เป็นอย่างช้า

การโอนเงินผ่านร้านสะดวกซื้อในปัจจุบันยังคงล่าช้า เพราะเป็นเพียงช่วยนำเงินไปส่งต่อที่ธนาคาร

      ที่ผ่านมา มีผู้ให้บริการโอนเงินแก่แรงงานต่างชาติผ่านร้านสะดวกซื้ออยู่แล้วลายบริษัท โดยคิดค่าธรรมเนียม 99 เหรียญต่อครั้ง แต่นั้นเป็นเพียงบริการช่วยแรงงานต่างชาตินำเงินไปส่งต่อที่ธนาคาร ต้องทำตามขั้นตอนการโอนเงินของธนาคาร ซึ่งใช้เวลานาน แต่การอนุมัติ 2 บริษัทดังกล่าว เป็นการอนุญาตให้ธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร สามารถใช้ช่องทางของธนาคารโอนเงินไปเข้าธนาคารในต่างประเทศที่เป็นคู่ค้าและโอนเข้าบัญชีของแรงงานต่างชาติได้ ซึ่งจะสามารถโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดว่าต้องเป็นวันและเวลาทำการ จะโอนกลางคืนหรือวันหยุดก็ได้ และใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เข้าบัญชีปลายทางแล้ว

      จากสถิติของธนาคารกลางไต้หวันพบว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันจำนวนกว่า 700,000 คน โอนเงินกลับประเทศผ่านธนาคารปีละ 3,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือเท่ากับโอนเงินกลับประเทศปีละ 1 แสนล้านเหรียญไต้หวัน เฉลี่ยแต่ละคนโอนกลับ 300-400 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,000-12,000 เหรียญไต้หวัน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่โอนเงินกลับบ้านประมาณครึ่งหนึ่งของเงินเดือน

บริษัทที่ได้รับอนุญาตทำธุรกรรมโอนเงินแรงงานต่างชาติทั้ง 2 ราย ต้องเปิดให้บริการภายในเดือนพ.ค.ปีนี้

2. ผู้รับเหมาชาวไต้หวันส่ง 6 คนงานเวียดนามทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำไฟไหม้โกดังสินค้า ตาย 3 สาหัส 1

         เหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้า Kerry TJ Logistics บริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของไต้หวันที่เขตกวนอิน นครเถาหยวน เมื่อเวลา 10.20 น.ของวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้แรงงานเวียดนามเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บสาหัส 1 คน เสียหายหลายสิบล้านเหรียญไต้หวันนั้น

คลังสินค้า Kerry TJ Logistics ที่เขตกวนอิน เป็นโกดังทันสมัยเพิ่งเปิดใช้งานเมื่อปลายปีที่แล้ว ถูกไฟไหม้เสียหนัก

      กองแรงงานนครเถาหยวนแถลงว่า แรงงานเวียดนามในที่เกิดเหตุในครั้งนี้ มีทั้งหมด 6 คน เป็นแรงงานถูกกฎหมาย แต่ไม่ใช่เป็นแรงงานของบริษัทโลจิสติกส์ โดยทั้ง 6 คนทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่แตกต่างกัน แต่อาศัยช่วงหยุดยาวตรุษจีนแอบไปรับจ้างทำงานกับนายเฉินผู้รับเหมาซ่อมท่อระบายน้ำระบบปรับอากาศในโกดังอย่างผิดกฎหมาย แต่โชคร้ายขณะทำงาน ก่อให้เกิดเหตุไฟไหม้ หน่วยดับเพลิงของนครเถาหยวนหลังจากได้รับแจ้งแล้วรุดไปที่เกิดเหตุทันที ช่วยเหลือแรงงานเวียดนามออกมาได้ 2 คน 1 ในจำนวนนี้ ได้แก่ นายเหวียนฟิฮุง อายุ 30 ปี สิ้นลมหายใจก่อนจะส่งถึงโรงพยาบาล อีก 1 คน ได้แก่นายเหวียนดึ๊กทั้ง อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสต้องรักษาในห้องไอซียู อีก 2 คน ได้แก่นายเหวียนวังคัม อายุ 33 ปีและนายตังวังทั้ง อายุ 34 ปีเสียชีวิตที่บันใดชั้น 2 สภาพศพถูกไฟเผาจนดำเป็นตอตะโก ส่วนอีก 2 คนหนีออกมาได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบสถานที่ทำงานมีการต่อสายไฟระโยงระยางเต็มไปหมด สันนิษฐานว่าต้นเพลิงเกิดจากสายไฟที่ต่อเพื่อทำงานเกิดการลัดวงจร เนื่องจากชั้น 3 ของโกดังเป็นที่เก็บแบตเตอรี่รถยนต์จำนวน 1,000 ชุด และชั้น 5 มีน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องปั่นไฟกว่า 3,000 ลิตร ประกอบกับเป็นอาคารที่ห่อหุ้มด้วยแผ่นกั้นความร้อนทั้งหลัง ทำให้เกิดการเผาไหม้ภายในนาน 10 ชั่วโมง กว่าจะดับลงได้ 

หลังไฟดับลงแล้ว พนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ 

      นายเฉิน ชาวไต้หวันซึ่งเป็นผู้รับเหมางานซ่อมท่อระบายน้ำระบบปรับอากาศของคลังสินค้าที่เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ ให้การกับตำรวจว่า ตนรู้จักกับนายเหวียนฟิฮุง แรงงานเวียดนามผ่านนายหน้าเมื่อ 1 เดือนก่อน โดยนายเหวียนฟิฮุง ผู้ซึ่งคล่องและมีประสบการณ์ซ่อมท่อระบบปรับอากาศมาก่อน ได้ไปหาเพื่อนๆ ที่รู้จักอีก 5 คนมารับงานดังกล่าว แต่นึกไม่ถึงเกิดเหตุไฟไหม้ ด้านกองแรงงานกล่าวว่า แรงงานต่างชาติ แม้จะถูกกฎหมาย แต่หากไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่าทำงานโดยผิดกฎหมาย ผู้ว่าจ้างจะถูกลงโทษปรับเงิน 150,000-750,000 เหรียญไต้หวัน

      นายตัง พี่ชายของนายตังวังทั้ง 1 ในผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตในกองเพลิงครั้งนี้ ซึ่งทำงานอยู่ที่ไต้หวันเช่นกันกล่าวว่า เนื่องจากครอบครัวยากจน ตนและน้องชายจึงเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน โดยน้องชายต้องการหาเงินในช่วงวันหยุด แต่ไม่นึกว่าจะเกิดเหตุไฟไหม้คร่าชีวิตน้องชายไปอย่างไม่มีวันกลับ ทั้งๆ ที่ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ยังได้รับข้อความอวยพรปีใหม่จากน้องชายอยู่เลย นี่ไม่รู้จะบอกพ่อแม่ทางบ้านอย่างไร

พี่ชายและภรรยาของนายตังวังทั้ง แรงงานเวียดนามที่เสียชีวิต

      ภรรยาของนายตังวังทั้ง ซึ่งทำงานอยู่ในไต้หวันเช่นกัน เดินทางไปดูสภาพศพสามีตามพนักงานอัยการ เห็นสภาพศพสามีแล้วร้องไห้แทบจะเป็นลม บอกกับตำรวจว่า สามีเพิ่งจะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้เพียง 3 เดือน เพราะยากจนและแบกหนี้สินจากการเสียค่าหัวคิวในอัตราสูง จึงต้องหางานทำในวันหยุด แต่ไม่นึกว่าจะมาเกิดเหตุร้ายดังกล่าว

      ส่วน Kerry TJ Logistics กล่าวว่า คลังสินค้าที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ตั้งอยู่ที่เขตกวนอิน เป็นอาคารโครงสร้างเหล็กขนาด 5 ชั้น เพิ่งเปิดใช้งานได้เพียง 2 เดือน แต่มาเกิดไฟไหม้ถูกเผาวอดไปทั้งหมด ค่าเสียหายหลายสิบล้านเหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม บริษัทจะรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของแรงงานเวียดนามทั้งหมด

      ด้านกระทรวงแรงงานไต้หวันเคยออกประกาศเตือนผู้ประกอบการว่า จะต้องประชาสัมพันธ์และอบรมแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้าง ให้เคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของไต้หวัน โดยเฉพาะเรื่องใช้เวลาว่างหรือวันหยุดไปทำงานกับนายจ้างรายอื่น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือโรงงาน รวมถึงดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกส่งกลับประเทศภายในเวลากำหนดและส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ของนายจ้างและลูกจ้าง

ทายาทของผู้ตายกำลังรอไปดูสภาพศพด้วยความกระวนกระวาย

      กระทรวงแรงงานแถลงว่า ระยะนี้ มีรายงานข่าวเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติบางราย ซึ่งอาจไม่ทราบระเบียบกฎหมายของไต้หวัน ใช้เวลาว่างไปทำงานหาลำไพ่พิเศษโดยที่นายจ้างไม่ทราบเรื่อง หรือบางรายดื่มสุราแล้วขับขี่ยวดยานพาหนะถูกจับ กระทรวงแรงงานย้ำว่า แรงงานต่างชาติหากไปทำงานกับนายจ้างรายอื่น นอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต เมื่อถูกตรวจพบ จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และสั่งให้เดินทางกลับประเทศทันที โดยไม่สามารถกลับมาทำงานในไต้หวันได้อีกตลอดชีพ ส่วนนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 150,000 – 750,000 เหรียญไต้หวัน

      หากแรงงานต่างชาติทำผิดกฎหมายถูกเนรเทศกลับประเทศ จะส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตของนายจ้างอย่างแน่นอน เพื่อที่จะปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน จึงขอให้นายจ้างต้องอบรมและให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่แรงงานต่างชาติ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิดกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้น

อาคารที่ทำการของนครเถาหยวน