ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2562

  • 01 March, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
ลูกเรือประมงฟิลิปปินส์คลั่ง ฆ่าเพื่อนร่วมชาติโยนทะเล ตาย 2 บาดเจ็บ 2 หายสาบสูญ 6 ไต้ก๋งเรือชาวไต้หวันโดดเรือหนีรอดชีวิตมาได้ หลังถูกขัง 34 ชั่วโมง

1. รมว.แรงงานไต้หวันชี้ ค่าจ้างขั้นต่ำปีหน้าควรจะปรับขึ้น ส่วนจะปรับเท่าไหร่ ต้องรอดูการประชุมในเดือนส.ค. ปีนี้

      สถานการณ์เศรษฐกิจของโลกและของไต้หวันเปลี่ยนเป็นซบเซา ยังจะมีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ต่อปัญหานี้ นางสวี่หมิงชุน รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวให้สัมภาษณ์แสดงจุดยืนชัดเจนว่า จะพยายามปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต่อไป ส่วนจะปรับขึ้นเท่าไหร่ ต้องรอมติในที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งจะจัดการประชุมในเดือนสิงหาคมของปีนี้ เพื่อพิจารณาการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของปีหน้า แต่เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงขาลง เหล่าผู้ประกอบการกล่าวว่า เพื่อไม่ให้ต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้นกลายเป็นภาระหนัก หวังว่าการประชุมในเดือนสิงหาคมปีนี้ จะไม่ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แต่นางสวี่หมิงชุน รมว.แรงงานไต้หวันกล่าวอย่างหนักแน่นว่า ค่าจ้างขั้นต่ำควรจะปรับขึ้นต่อไป เพียงแต่ว่าจะปรับขึ้นในอัตราส่วนมากน้อยเท่าไหร่เท่านั้น

ไต้หวันมีแนวโน้มจะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปีใหม่นี้

      รมว.กระทรวงแรงงานกล่าวว่า อัตราส่วนค่าจ้างขั้นต่ำที่จะปรับขึ้นนั้น จะต้องผ่านการประชุมหารือจากที่ประชุมของคณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้เขี่ยวชาญและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยจะคำนึงถึงภาระของผู้ประกอบการ เนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแม้จะเพียงเล็กน้อย แต่จะส่งผลให้เบี้ยประกันภัยแรงงาน ประกันสุขภาพและเงินบำเหน็จบำนาญจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องรับภาระหนักขึ้น

      ต่อคำให้สัมภาษณ์ของรมว.แรงงานที่กล่าวว่า จะพยายามให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำนั้น กลุ่มตัวแทนของฝ่ายนายจ้างกล่าวว่า ยังเป็นการเร็วเกินไปที่จะพูดเช่นนั้น ทั้งสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าไต้หวัน ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มนายจ้างกล่าวว่า อัตราค่าจ้างจะปรับขึ้นหรือไม่ ต้องดูจากดัชนีหลายตัว โดยต้องดูแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจ ใช่ว่ารมว.กระทรวงแรงงานจะเป็นคนตัดสิน ต้องรอการประชุมในเดือนสิงหาคมปีนี้ค่อยมาว่ากัน

แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตร่วม 500,000 คน เป็นกลุ่มที่ได้รับอนิสงส์โดยตรงจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

2. เหิมหนัก! 13 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายตั้งแก๊งมอดไม้ลักลอบตัดไม้สนฮิโนกิราคาแพงจากหนานโถว โดนจับทั้งแก๊ง

      ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในนครเถาหยวน ได้รับแจ้งข้อมูลก่อนหน้านี้ว่า นายเจิ่งแรงงานเวียดนามที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งหลบไปรับจ้างตัดและขนไม้สงวน แต่ต่อมารู้ช่องทาง จากคนรับจ้างกลายมาเป็นเจ้าพ่อรวบรวมเพื่อนร่วมชาติที่หลบหนีนายจ้างและกำลังหางานทำจำนวนหลายคน ตั้งเป็นแก๊งมอดไม้ลักลอบตัดไม้สงวนราคาแพงอายุนับร้อยปีจากในป่าเมืองหนานโถว ได้แก่ต้นสนไซเปรสไต้หวัน หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกต้นสนฮิโนกิ หลังจากตรวจสอบและติดตามมาเป็นเวลาหลายเดือน จนมีหลักฐานพร้อมแล้ว เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเถาหยวน สนธิกำลังตำรวจป่าไม้ บุกเข้าจับแรงงานเวียดนามกลุ่มนี้ได้ทั้งแก๊งจำนวน 13 คน ขณะที่พักผ่อนอยู่ในโรงแรมในเมืองหนานโถว ยึดของกลางเป็นท่อนสนฮิโนกิจำนวน 19 ท่อน มูลค่ากว่า 2 ล้านเหรียญไต้หวัน และเงินสด 300,000 เหรียญ

ท่อนสนฮิโนกิที่ยึดได้จำนวน 19 ท่อน ราคาท้องตลาดกว่า 2 ล้านเหรียญไต้หวัน

      จงจิ่งคุน รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแถลงว่า แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเหล่านี้ ลักลอบตัดไม้สงวน ระดับชาติเสมือนเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านของตน โดยไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง ถือเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติเลยทีเดียว ขณะเดียวกันก็ทำลายทรัพยากรอันล้ำค่าของประเทศที่มีการสงวนทะนุถนอมคุ้มครองมานาน ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอให้ดำเนินคดีทางกฎหมายถึงที่สุด

      โฆษกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกล่าวว่า มีการจับตาแก๊งมอดไม้กลุ่มนี้มานานหลายเดือน และเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เตรียมเข้าจับกุมขณะที่กำลังลำเลียงท่อนสนฮิโนกิลงจากภูเขา แต่บังเอิญมีชนเผ่าพื้นเมืองมาพบเห็นพฤติกรรมของแรงงานเวียดนามแก๊งนี้ ใช้ปืนแก๊ปไล่ยิงเพื่อให้หยุดทำลายป่า จนแรงงานเวียดนามกลุ่มทิ้งท่อนสนหนีกันกระเจิง  จนกระทั่งได้โอกาสที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในโรงแรม จึงเข้าไปจับกุมได้ทั้งหมด

ตำรวจบุกเข้าจับกุมตัวนายเจิ่ง หัวหน้าแก๊งมอดไม้ขณะกำลังนอนพักผ่อนอยู่ในโรงแรมในเมืองหนานโถว

      ตำรวจเปิดเผยว่า นายเจิ่ง เป็นแรงงานเวียดนามที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน แต่ทำได้ไม่นานก็หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ไปรับจ้างตัดไม่สงวนกับแก๊งมอดไม้ชาวไต้หวัน จนมีประสบการณ์และเรียนรู้เทคนิค ลู่ทางในการทำมาหากินอย่างผิดกฎหมาย โดยเห็นว่าเป็นวิธีที่รวยทางลัดได้ง่าย จึงยกระดับฐานะของตัวเองเป็นเถ้าแก่ รวบรวมสมัครพรรคพวกที่เป็นคนชาติเดียวกัน หลบหนีและต้องการหางานทำ ตั้งเป็นแก๊งแอบตัดไม้สงวนอายุนับร้อยปี ลำเลียงลงจากภูเขาแล้วขายให้แก่ผู้รับซื้อชาวไต้หวัน โดยดำเนินการในลักษณะครบวงจร

ตำรวจบุกเข้าจับกุมแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ตั้งแก๊งลักลอบตัดไม้สงวนราคาแพง ขณะกำลังนอนพักผ่อนอยู่ในโรงแรมในเมืองหนานโถว

3. หวังดีช่วยไกล่เกลี่ยถูกกระซวก คนงานเวียดนามยกพวกตีกันกลางดึก คนไกล่เกลี่ยถูกแทงดับ 1 บาดเจ็บสาหัสอีก 1

      เมื่อรุ่งเช้าเวลา 01.00 น. วันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่คนงานเวียดนาม 2 กลุ่มทะเลาะกันรุนแรงที่ลานห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใจกลางเมืองนครเถาหยวน คนงานเวียดนาม 2 คนเดินผ่านมาพบเห็นเหตุการณ์ หวังดีเข้าไปปรามและไกล่เกลี่ยให้แยกออกจากกัน แต่ก่อให้เกิดความไม่พอใจแก่คู่กรณี ใช้มีดปอกผลไม้แทงคนงานเวียดนามที่ทำตัวเป็นกรรมการทั้ง 2 คน เป็นเหตุให้เสียชีวิต 1 คน อีก 1 คนบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุ คนงานเวียดนามทั้งหมดหนีกระเจิง ผู้พบเห็นเหตุการณ์โทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจตามจับแรงงานเวียดนามที่ก่อเหตุมาได้ 7 คน หลังสอบปากคำแล้ว ส่งให้อัยการดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนต่อไป

เกิดเหตุการณ์ที่คนงานเวียดนาม 2 กลุ่มยกพวกตีกันที่ลานห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใจกลางเมืองนครเถาหยวน มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน

      ตำรวจเถาหยวนแถลงว่า นายโฝ อายุ 27 ปี มีเรื่องบาดหมางกับแรงงานเวียดนามซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งมาก่อน และเคยขู่ไว้ว่าจะคิดบัญชีกับเขา ในคืนที่เกิดเหตุ ทั้งคู่มาเจอกันเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ในขณะนั้นนายจึง อายุ 31 ปี และเพื่อนคือนายเหวียน กำลังเดินผ่านลานห้างสรรพสินค้าในนครเถาหยวน เห็นคนงานเวียดนามทะเลาะกันรุนแรง หวังดีเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย โดยบอกว่าเป็นคนชาติเดียวกัน ปรองดองกันดีกว่า ทำให้นายโฝเกิดความไม่พอใจ ไปตามเพื่อนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงมา รุมต่อยนายจึงและนายเหวียน จนล้มลุกคลุกคลาน แต่ยังไม่ยอมหยุด แถมนายโฝยังชักมีดปอกผลไม้ออกมาแทงไปที่หน้าอกของนายจึงและนายเหวียน ทำให้เลือดไหลเต็มพื้น จากนั้นนายโฝและเพื่อนหนีกระเจิงไปกลับเข้าโรงงาน

ลานห้างสรรพสินค้าในใจกลางเมืองนครเถาหยวน สถานที่เกิดเหตุ (ภาพจาก Apple Daily)

      ผู้พบเห็นเหตุการณ์โทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจมาถึงเห็นคนงานทั้ง 2 นอนจมกองเลือด ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยนายจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตก่อนส่งถึงโรงพยาบาล และในวันต่อมา ตำรวจตามจับแรงงานเวียดนามที่ก่อเหตุมาได้ทั้ง 7 คน โดยนายโฝยอมรับสารภาพว่าใช้มีดจ้วงแทงนายจึงจริง เนื่องจากไม่พอใจที่เข้ามาจุ้นเรื่องของคนอื่น หลังสอบปากคำแล้ว ส่งให้อัยการดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนต่อไป

      จากสถิติของกระทรวงแรงงานไต้หวัน ณ ปี 2561 แรงงานเวียดนามที่ทำงานอยู่ในไต้หวันมีจำนวนสูงถึง 223,300 คน มากเป็นอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซีย เฉพาะที่ทำงานอยู่ในนครเถาหยวนมีจำนวนมากถึง 34,709 คน

ตำรวจตามจับแรงงานเวียดนามที่ก่อเหตุมาได้ทั้ง 7 คนทันควัน

4. ลูกเรือประมงฟิลิปปินส์คลั่ง ฆ่าเพื่อนร่วมชาติโยนทะเล ตาย 2 บาดเจ็บ 2 หายสาบสูญ 6 ไต้ก๋งเรือชาวไต้หวันโดดเรือหนีรอดชีวิตมาได้ หลังถูกขัง 34 ชั่วโมง

      เกิดเหตุฆาตกรรมบนเรือประมงกลางมหาสมุทรอินเดีย เรือประมงที่ชื่อว่าเหวิ่นเซิ่ง จากท่าเรือตงกั่งเมืองผิงตง ซึ่งว่าจ้างลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์ 10 คน ชาวอินโดนีเซีย 11 คน ไต้ก๋งเรือและนายช่างกล เป็นชาวไต้หวัน และยังมีเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์จากกรมประมงติดตามไป 1 คน ขณะปฏิบัติงานจับปลาอยู่บริเวณน่านน้ำสากล กลางมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากเมืองพอร์ตหลุยส์ของประเทศมอริเชียสไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 1,540 กม. เดินทางจากไต้หวันทางเรือต้องใช้เวลา 14 วัน

เรือประมงที่ชื่อว่าเหวิ่นเซิ่ง จากท่าเรือตงกั่งเมืองผิงตง เกิดเหตุการณ์หัวหน้าลูกเรือชาวฟิลิปปินส์คลั่ง ฆ่าเพื่อนชาติโยนทะเล

      เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา ลูกเรือประมงชาวฟิลิปปินส์คนหนึ่งมีปากเสียงและใช้มีดไล่ฟันเพื่อนร่วมชาติ 2 คน เป็นเหตุให้คนงานฟิลิปปินส์เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน เนื่องจากคนงานฟิลิปปินส์ที่ก่อเหตุ เป็นผู้ที่มีความสามารถรอบด้าน รวมถึงมีภาวะผู้นำ เพิ่งได้รับการเลื่อนเป็นผู้ช่วยไต้ก๋งเรือ แต่เกิดเหตุไล่ฟันลูกน้องที่ไม่ยอมฟังคำสั่ง จนมีอาการบ้าคลั่ง หลังเกิดเหตุลูกเรือฟิลิปปินส์รายนี้ได้กลายเป็นผู้นำ มีลูกเรือประมงหลายคนกลายเป็นพรรคพวก ช่วยกันโยนศพผู้เสียชีวิตลงทะเล จากนั้นใช้มีดข่มขู่และต้อนลูกเรือคนอื่นๆ กระโดดลงทะเล และได้ล็อคประตูห้องใต้ท้องเรือ ไม่ให้ไต้ก๋งเรือ นายช่างกลและเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ฯ ออกมานอกห้อง ลูกเรือที่ถูกบังคับให้โดดลงทะเลมีทั้งหมด 15 คน ในจำนวนมี 4 คนถูกเรือประมงสัญชาติไต้หวันอีกลำหนึ่งที่จับปลาอยู่ในบริเวณใกล้เคียงพบเห็นเหตุการณ์ช่วยเหลือขึ้นมาได้ อีก 11 คนหายสาบสูญ ขระเดียวกันได้วิทยุแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทราบ

เรือประมงสัญชาติไต้หวันอีกลำหนึ่งที่จับปลาอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ช่วยเหลือลูกเรือต่างชาติขึ้นมาได้ 4 คน

      ด้านกรมประมง คณะกรรมการการเกษตร และสำนักงานยามฝั่งของไต้หวัน ได้ส่งเรือตรวจการณ์ พร้อมหน่วยคอมมานโดออกเดินทางไปยังที่เกิดเหตุแล้ว แต่เนื่องจากว่าอยู่ไกล คาดว่าจะใช้เวลา 13 วันจึงจะถึงที่เกิดเหตุ

สำนักงานยามฝั่งของไต้หวัน ได้ส่งเรือตรวจการณ์ พร้อมหน่วยคอมมานโดออกเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

      อย่างไรก็ตาม หลังสถานการณ์ตึงเครียดอยู่นาน 34 ชั่วโมง ไต้กงเรือ นายช่างกล และเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ฯ ฉวยโอกาสที่ลูกเรือฟิลิปปินส์คนที่ก่อเหตุนอนหลับเนื่องจากเหนื่อยเพลียจากการที่ไม่ได้นอนมาร่วม 3 วัน ใช้แชลงงัดห้องหนีออกมาและกระโดดลงทะเล ถูกเรือประมงไต้หวันลำซึ่งสังเกตการณ์เพื่อคอยให้ความช่วยเหลืออยู่รอบๆ ช่วยขึ้นมาได้ รวมกับลูกเรือฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่โดดลงน้ำและได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำทะเลได้แล้ว 10 คน ยังหายสาบสูญไป 6 คน

การปฏิบัติงานกลางทะเลเวิ้งว้างเป็นเวลานาน เป็นงานหนักและมักเกิดปัญหารุนแรงเป็นประจำ

      จากสถิติของกระทรวงแรงงานไต้หวัน ณ สิ้นปี 2561 มีลูกเรือประมงต่างชาติได้รับอนุญาตเดินทางมาทำงานบนเรือประมงของไต้หวันแล้ว 12,635 คน ในจำนวนนี้ มาจากอินโดนีเซียมากที่สุด 9,081 คน ฟิลิปปินส์และเวียดนามมีจำนวนพอๆ กัน ได้แก่ 1,780 และ1,741 คน ตามลำดับ

ลูกเรือประมงในไต้หวันส่วนใหญ่มาจากอินโดนีเซีย สำหรับลูกเรือไทยมีประมาณ 10 คนเศษ แต่ลูกเรือไทยทำงานงานซ่อมอุปกรณ์จับปลาอยู่บนบน ไม่ได้ขึ้นเรือไปจับปลา