ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562

  • 15 March, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
จับโรงงานชำแหละเป็ดไก่ในไทเป จ้างแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเข้าทำงาน 22 คน

1. เตือน ปี 2561 มีแรงงานต่างชาติเมาแล้วขับถูกส่งกลับประเทศห้ามเข้าไต้หวันตลอดไปกว่า 400 คน เป็นคนงานไทย 123 คน

        กระทรวงแรงงานไต้หวันออกประกาศเตือนแรงงานต่างชาติ อย่าเมาแล้วขับ เพราะนอกจากจะเสียค่าปรับในอัตราสูง อาจถูกจำคุกและยังจะถูกส่งกลับประเทศห้ามเดินทางเข้าไต้หวันทำงานตลอดไป

แรงงานต่างชาติจำนวนหนึ่งนิยมดื่มสุราแล้วขับขี่รถมอเตอร์ไซค์โดยไม่มีใบขับขี่ ตำรวจไต้หวันตั้งด่านตรวจเข้มและต่อเนื่อง

        กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปัญหาเมาแล้วขับในกลุ่มแรงงานต่างชาติอยู่ในสภาพการณ์ที่รุนแรง ในแต่ละเดือนมีแรงงานต่างชาติดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ ประสบอุบัติเหตุหลายคดี โดยแรงงานต่างชาติบางส่วน นิยมใช้ช่วงเลิกงานหรือวันหยุด ชวนเพื่อนฝูงดื่มสุราสังสรรค์ จากนั้นปั่นจักรยานหรือขี่จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์กลับโรงงาน หากถูกตรวจพบ จะถูกลงโทษในข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะ เมื่อถูกดำเนินคดี นอกจากเสียค่าปรับในอัตราสูงแล้ว ยังมีโทษทางอาญา ต้องถูกจำคุก เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานมาตราที่ 73 วรรค 3 ที่ระบุว่า ชาวต่างชาติหากฝ่าฝืนกฎหมายของไต้หวันในลักษณะรุนแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และห้ามเดินทางเข้าไต้หวันทำงานอีกตลอดชีพ และตลอดปี 2561 ที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกเนรเทศส่งกลับกลับประเทศ ติดบัญชีดำห้ามเข้าสู่ไต้หวันตลอดไปกว่า 400 คน ในจำนวนนี้กว่าครึ่งเป็นแรงงานเวียดนาม ส่วนคนงานไทยมีจำนวน 123 คน

ตำรวจเตือนว่า อย่าเชื่อคำลือที่ว่า เมาแล้วขี่จักรยานหรือจักรยานไฟฟ้าจะไม่มีความผิด

        กระทรวงแรงงานกล่าวย้ำว่า ไต้หวันดำเนินนโยบายไม่ยอมประนีประนอม หรือนโยบายยอมไม่ได้กับการเมาแล้วขับ และมีการตรวจจับอย่างเข้มงวด รวมทั้งเพิ่มโทษหนักขึ้น แรงงานต่างชาติในไต้หวัน แม้ส่วนใหญ่จะปั่นจักรยาน ขี่จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์ แต่หากเมาแล้วขับ มีโทษหนักเท่ากันหมด ไม่มีกรณียกเว้น กระทรวงแรงงานยกตัวอย่างคดีของแรงงานเวียดนามรายหนึ่งที่ชื่ออาเหลียง เมื่อเร็วๆ นี้ หลังเลิกงานดื่มสุรากับเพื่อนฝูง จากนั้นขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับหอพัก ระหว่างทางถูกตรวจพบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจเกินมาตรฐาน ถูกส่งดำเนินคดีข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นคดีอาญา ศาลพิพากษาจำคุก 2 เดือน กระทรวงแรงงานเพิกถอนใบอนุญาตทันที หลังพ้นโทษแล้ว ถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันไม่ได้ตลอดชีพ แม้นายจ้างจะอ้อนวอนขอให้ผ่อนหนักเป็นเบา โดยกล่าวว่า อาเหลียงมาทำงานที่ไต้หวัน 10 ปีแล้ว ได้รับการฝึกฝนและมีทักษะฝีมือที่ดีมาก ยังเป็นแรงงานต่างชาติที่ขยันและให้ความร่วมมือในการทำงาน ได้รับความไว้วางใจจากนายจ้างเป็นอย่างมาก วอนกระทรวงแรงงานให้โอกาสแก้ตัวใหม่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนผลิตของบริษัท

ปี 2561 มีแรงงานต่างชาติเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตและถูกส่งกลับประเทศเป็นจำนวนมาก

        แต่กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ไม่อาจอนุโลมได้ และเตือนผู้ประกอบการว่า หากแรงงานต่างชาติทำผิดกฎหมายถูกเนรเทศกลับประเทศ จะส่งผลกระทบต่อแผนการผลิตของนายจ้างอย่างแน่นอน เพื่อที่จะปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน จึงขอให้นายจ้างต้องอบรมและให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่แรงงานต่างชาติ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิดกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้น

กระทรวงแรงงานไต้หวันเตือนนายจ้างต้องประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติของตนได้รับรู้ผลของการเมาแล้วขับ

2. ตำรวจเถาหยวนเผย คดีอาญา 3 อันดับแรกที่แรงงานต่างชาติก่อขึ้นได้แก่ ยาเสพติด ก่ออันตรายต่อสาธารณะและลักทรัพย์

        นอกจากข้อมูลของกระทรวงแรงงานแล้ว สถานีตำรวจ นครเถาหยวนก็เปิดเผยสถิติกล่าวว่า คดีอาญาของแรงงานต่างชาติในนครเถาหยวน 3 อันดับแรกได้แก่ ยาเสพติด ก่ออันตรายต่อสาธารณะและลักทรัพย์ โดยเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติในนครเถาหยวนก่อคดีอาชญากรรมทั้งหมด 206 คดี ในจำนวนนี้ อันดับ 1 ได้แก่คดียาเสพติด มี 80 คดี แรงงานไทยพัวพัน 33 คดี ครองสัดส่วน 41.25% อันดับ 2 ได้แก่ก่ออันตรายต่อสาธารณะ 70 คดี เป็นแรงงานไทย 24 คดี ครองสัดส่วน 34.28% ในจำนวนนี้ร้อยละ 75 หรือ 18 คดี เป็นคดีเมาแล้วขับ อันดับ 3 คดีลักทรัพย์ มี 27 คดี  แรงงานไทยมี 2 คดี ครองสัดส่วน 7.4%

คนงานไทยที่นครนิวไทเปถูกจับข้อหายาเสพติด

        สำหรับคดียาเสพติด ส่วนใหญ่เป็นยาเสพติดประเภท 2 ได้แก่ แอมเฟตทามีนจำพวกยาไอซ์ ในไต้หวันมีโทษค่อนข้างรุนแรง ผู้ผลิต ขนส่งลำเลียงหรือจำหน่ายแอมเฟตทามีน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ส่วนผู้เสพมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ผู้ถือครองโดยไม่ได้เสพ ไม่ได้ขาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือเปรียบเทียบปรับ 30,000 เหรียญไต้หวัน

คดีที่แรงงานต่างชาติในนครเถาหยวนก่อขึ้น 3 อันดับแรกได้แก่ ยาเสพติด ก่ออันตรายต่อสาธารณะและลักทรัพย์

        ส่วนคดีก่ออันตรายต่อสาธารณะที่แรงงานต่างชาติในนครเถาหยวนก่อขึ้นเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขี่จักรยาน จักรยานไฟฟ้า และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มีถึง 70 คดี ถูกปรับเงินสูงสุด 200,000 เหรียญไต้หวัน จากนั้นจะถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดชีพ

ตำรวจไต้หวันประชาสัมพันธ์ตามแหล่งต่างๆ เพื่อให้แรงงานต่างชาติหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมาย

        นอกจากสถิติคดีอาญาแล้ว สถานีตำรวจเถาหยวน ยังเตือนแรงงานต่างชาติ ต้องระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพ ที่มักจะซื้อบัญชีธนาคาร บัตร ATM ซิมโทรศัพท์มือถือ นำไปก่อคดีอาชญากรรม ทำให้แรงงานต่างชาติตกเป็นเหยื่อถูกฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล ตำรวจเตือนว่า แม้ครบกำหนดสัญญากำลังจะเดินทางกลับประเทศ ก็ไม่ควรเห็นแก่เงินเล็กๆ น้อยๆ ขายบัญชีธนาคาร บัตร ATM และซิมโทรศัพท์มือถือให้ผู้อื่น เพราะได้ไม่คุ้มเสีย อาจทำให้เราไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้ หรือขณะเดินทางเข้าไต้หวัน ถูกจับที่สนามบิน ไม่เพียงแต่ทำงานไม่ได้ ยังกลายเป็นผู้ต้องหา

ตำรวจเขตหยางเหมยในนครเถาหยวนประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายให้แรงงานไทยได้รับทราบ

3. กลุ่ม NGO ประท้วง สตม. ให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในสถานกักกันควักเงินซื้ออาหารทานกันเอง

        เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา เครือข่ายสนับสนุนและเสริมพลังแรงงานย้ายถิ่นในไต้หวัน (MENT) ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่ม NGO ไปชุมนุมประท้วงหน้าที่ทำการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงไทเป พวกเขากล่าวหา สตม. ว่าหลังตรวจพบและจับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย นำไปยังสถานกักกัน ไม่ได้ให้อาหารทาน แรงงานต่างชาติต้องควักเงินหาซื้ออาหารทานกันเอง หากแรงงานไม่มีเงินอาจต้องอดอาหารเป็นเวลานานถึง 3 วัน ถึงขั้นเจ้าหน้าที่สถานกักกันควักเงินส่วนตัวช่วยซื้อข้าวกล่องให้แรงงานต่างชาติทาน

กลุ่ม NGO ชูป้ายประท้วงที่หน้าที่ทำการ สตม. ว่า จับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายไปยังสถานกักกันแล้วให้ควักเงินซื้ออาหารทานกันเอง

        กลุ่ม NGO กล่าวว่า เริ่มตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา ได้รับคำร้องเรียนจากแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ขณะถูกจับเข้าพักในสถานกักกัน จะได้รับแจ้งว่า จะต้องซื้ออาหารทานด้วยเงินส่วนตัว หากใครไม่มีเงิน ให้ยืมจากเพื่อน หรือญาติมิตร กลุ่ม NGO กล่าววิจารณ์ว่า สตม. เพิ่มการตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น เมื่อตรวจพบและจับกุมมายังสถานกักกันก็ต้องดูแลชีวิตความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานของผู้ถูกกัก มิเช่นนั้น สตม. จะกลายเป็นผู้ฝ่าฝืนสิทธิมนุษยชนกันเอง ทำให้เสียภาพลักษณ์

กลุ่ม NGO ชูป้ายประท้วงว่า จับแล้วต้องให้ข้าวกิน 

        ต่อข้อกล่าวหาข้างต้น โฆษก สตม. ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบ ไม่ปรากฎมีสภาพการณ์ที่ปล่อยให้ผู้ต้องกักในสถานกักกันต้องอดอาหาร อย่างไรก็ตาม สตม. จะตรวจสอบข้อเท็จจริง และรับฟังข้อเสนอของกลุ่มผู้ประท้วง

        ผู้ต้องหาหรือผู้ต้องโทษในเรือนจำ ไม่มีปัญหาในเรื่องอาหารการกิน คือทางเรือนจำเลี้ยงอาหารอยู่แล้ว แต่สำหรับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ระหว่างที่รอการส่งกลับอยู่ในสถานกักกัน กฏหมายให้แรงงานผิดกฎหมายรับผิดชอบค่าอาหารกันเอง อย่างไรก็ตาม กรณีที่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายหากไม่มีเงินซื้ออาหาร กฎหมายการจ้างงานของไต้หวันอนุโลมให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเบิกจากกองทุนเพื่อความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่นสำรองจ่ายค่าอาหารก่อนได้ จากนั้น ทางกองทุนฯ ค่อยไปติดตามคืนจากแรงงานต่างชาติหรือจากนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานอย่างผิดกฎหมายต่อไป

อาคารที่ทำการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงไทเป

4. จับโรงงานชำแหละเป็ดไก่ จ้างแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 22 คน

        เนื่องจากช่วงต้นปี นอกจากมีเทศกาลสำคัญต่อเนื่องแล้ว ยังมีวันหยุดยาวหลายวัน ความต้องการบริโภคสัตว์ปีกมีปริมาณสูง ขณะที่หาคนงานเข้าทำงานยากลำบาก โรงฆ่าและชำแหละสัตว์ปีกในเขตพื้นที่ว่านหัว กรุงไทเปแห่งหนึ่ง เสี่ยงกับการฝ่าฝืนกฎหมาย ว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงานจำนวนมาก ทำงานฆ่าชำแหละเป็ดและไก่ รวมถึงลำเลียงกลางดึก เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย แต่เนื่องจ้างแรงงานต่างชาติจำนวนมาก มีพลเมืองดีแจ้งความต่อตำรวจ หลังตรวจสอบข้อมูลแล้วว่าเป็นจริง เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สนธิกำลังจากหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งหมด 119 นาย วางแผนล้อมจับโรงงานชำแหละสัตว์ปีกแห่งนี้ ตรวจพบชาวเวียดนามทำงานอย่างผิดกฎหมาย 22 คน เป็นชาย 13 คน หญิง 9 คน โดยเป็นแรงงานเวียดนามที่เดินทางมาทำงานอย่างถูกกฎหมาย แต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย 18 คน อีก 4 คน เป็นชาวเวียดนามที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่หลบไปทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

โรงงานชำแหละเป็ดไก่ในกรุงไทเป จ้างแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายจำนวน 22 คน

        อย่างไรก็ตาม ชาวเวียดนามที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้าเมืองและทำงานอย่างผิดกฎหมายถูกตรวจพบในครั้งนี้ทั้ง 4 คน ไม่ใช่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามจำนวน 152 คนที่หนียกทัวร์ เมื่อวันที่ 21 และ 23 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา และจนถึงขณะนี้ กรุ๊ปทัวร์เวียดนามที่หลบหนีทั้งหมด 152 คนดังกล่าว ถูกตรวจพบและจับกุมได้แล้ว 95 คน เป็นชาย 59 คน หญิง 36 คน ยังคงหนีลอยนวล 53 คน

        สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแถลงว่า เนื่องจากแรงงานผิดกฎหมายที่ตรวจพบในครั้งนี้มีจำนวนเกินกว่า 20 คน นายจ้างจึงต้องเสียค่าปรับ 150,000 เหรียญไต้หวันต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย 1 คน ดังนั้น นายจ้างรายนี้ จะถูกปรับเงินทั้งหมดกว่า 3 ล้านเหรียญไต้หวัน ส่วนแรงงานผิดกฎหมายทั้ง 22 คน ถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ

        จากสถิติใหม่ล่าสุดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนมกราคม 2562 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ มีจำนวนทั้งหมด 50,557 คน ในจำนวนนี้ แรงงานอินโดนีเซียหลบหนีมากที่สุด 23,879 คน ครองอัตราส่วน 47.23% แรงงานเวียดนามอยู่อันดับสอง มีจำนวน 23,180 คน ครองสัดส่วน 45.85% อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,676 คน คิดเป็นสัดส่วน 5.29% สำหรับแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวนน้อยที่สุด 821 คน คิดเป็นสัดส่วน 1.6% ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 686 คน เพศหญิง 135 คน

ตำรวจ สตม. ส่งแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายทั้งหมด ไปยังสถานกักกันเพื่อรอการส่งกลับประเทศ