ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562

  • 05 April, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
10 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายขายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติถูกจับทั้งแก๊ง

         1. คณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติเร่งผลักดันให้กฎหมายคนเข้าเมืองและเศรษฐกิจใหม่ผ่านสภา แจงจะไม่กระทบโอกาสทำงานและค่าจ้างของแรงงานท้องถิ่น

         นางเฉินเหม่ยหลิง ประธานคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติแถลงว่า ปัจจุบัน หลายประเทศใช้มาตรการและเสนอเงื่อนไขต่างๆ ดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะฝีมือเดินทางไปทำงานในประเทศ ไต้หวันจะมีความคิดต่อต้านหรือไม่ต้อนรับชาวต่างชาติไม่ได้ เนื่องจากทุกวันนี้ ไต้หวันกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในทุกระดับชั้น โดยเฉพาะแรงงานกึ่งฝีมือ จากตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ขาดแคลนกว่า 110,000 คน แต่ตามกฎหมายการจ้างงานในปัจจุบัน แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตทำงานได้ไม่เกิน 12 ปี เมื่อครบกำหนดแล้ว ต้องเดินทางกลับประเทศ ไม่สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้ต่อไป จึงมีนายจ้างจำนวนมากสะท้อนว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่เราได้ฝึกและสอนเทนิคการทำงานให้แรงงานต่างชาติมาเป็นเวลา 12 ปี จนมีทักษะฝีมือและเชี่ยวชาญในหน้าที่การงานเป็นอย่างมาก แต่แล้วไม่ให้ทำงานต่อไป สุดท้ายพวกเขาก็ถูกประเทศอื่นๆ แย่งตัวไป นอกจากแรงงานภาคการผลิตแล้ว แรงงานต่างชาติในภาคสวัสดิการสังคม เช่นผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งทำงานได้ไม่เกิน 14 ปี ผู้อนุบาลต่างชาติเหล่านี้กับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่ถูกดูแล มีความไว้วางใจและมีความผูกพันซึ่งกันและกัน กฎหมายกลับบังคับให้พวกเขาอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปไม่ได้ เป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล ทำไมไม่ให้แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและภาคสวัสดิการสังคมซึ่งไต้หวันมีความต้องการเป็นอย่างมาก ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะถูกหลักสิทธิมนุษชน ยังสอดคล้องกับความต้องการของชาวไต้หวันและอุตสาหกรรมการผลิตของไต้หวันด้วย

ไต้หวันกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานกึ่งฝีมือกว่า 110,000 คน

         ประธานคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติผู้นี้กล่าวว่า หลายคนเป็นห่วงกังวลว่า ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองและเศรษฐกิจใหม่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ ซึ่งจะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือสามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือทำงานในไต้หวันต่อไปได้ จะส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานหรือฉุดค่าจ้างของแรงงานท้องถิ่นให้ต่ำลงนั้น ข้อเท็จจริงคือความกังวลเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากมีการจำกัดจำนวนและมีเงื่อนไขทางด้านค่าจ้าง รับรองได้ว่า จะไม่แย่งงานหรือทำให้ค่าจ้างของแรงงานท้องถิ่นตกต่ำอย่างแน่นอน แต่จะช่วยให้ภาคการผลิตของไต้หวันได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

         ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองและเศรษฐกิจใหม่ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติของสภานิติบัญญัติ โดยถูกจัดเป็นญัตติเร่งด่วนลำดับที่ 13 จากญัตติเร่งด่วนทั้งหมด 40 ฉบับ  โดยทางรัฐบาลต้องการให้ผ่านสภาฯ ภายในสมัยการประชุมนี้ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในปลายเดือนพฤษภาคมปีนี้

การยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ จะช่วยให้เศรษฐกิจของไต้หวันได้รับการพัฒนาต่อเนื่องและไม่ส่งผลกระทบค่าจ้างและโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น

2. แรงงานต่างชาติและกลุ่ม NGO จัดกิจกรรม 1,000 ล้านเสียง เรียกร้องรัฐบาลจัดให้ผู้อนุบาลต่างชาติได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน         

         เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมานี้ มีแรงงานฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียกลุ่มหนึ่งประมาณ 50 คน ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่ม NGO ออกมาเต้นในลักษณะ"ม็อบชั่วพริบตา" หรือ Flash Mob ที่สถานีรถไฟไทเป เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติในภาคสวัสดิการสังคม จัดให้ผู้อนุบาลต่างชาติได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน เพื่อให้ได้รับวันหยุดพักผ่อน กรณีที่ไม่ได้หยุดพักผ่อน นายจ้างควรจ่ายค่าทำงานล่วงเวลา ได้รับการคุ้มครองด้านการประกันภัยแรงงานและห้ามบริษัทจัดหางานเรียกรับค่าหัวคิว

แรงงานอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เต้น Flash Mob ที่สถานีรถไฟไทเป เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญต่อสิทธิประโยชน์ของผู้อนุบาลต่างชาติ

         การออกมาเต้นในลักษณะ"ม็อบชั่วพริบตา" หรือ Flash Mob ของแรงงานต่างชาติกลุ่มนี้ สอดคล้องกับแคมเปญรณรงค์ระดับโลกที่ชื่อว่า One Billion Rising  หรือ 1,000 ล้านเสียง หยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง สร้างความยุติธรรมและความเท่าเทียมทางเพศให้เกิดขึ้น ซึ่งจัดขึ้นทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ สำหรับในไต้หวันปีนี้จัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 7 แล้ว

         ปัจจุบัน ผู้หญิงกว่าพันล้านคนบนโลก กำลังเผชิญกับความรุนแรง จากสถิติระบุว่า ผู้หญิงกว่า 1 ใน 3 ทั่วโลกที่ในช่วงชีวิตของพวกเธอต่างต้องประสบกับเหตุการณ์ความรุนแรง การถูกทุบตี การข่มขืน  องค์การสหประชาชาติระบุว่า กว่า 70%ของผู้หญิงทั่วโลกล้วนผ่านประสบการณ์ความรุนแรง ในสหรัฐอเมริกาหนึ่งในสามของผู้หญิงที่ถูกฆาตกรรมในแต่ละปี ถูกฆ่าจากแฟน สามีหรือคนใกล้ตัว และที่แอฟริกาใต้ ทุกๆ 6 ชั่วโมงจะมีผู้หญิงหนึ่งคนถูกฆาตกรรมจากแฟน สามีและคนใกล้ตัว  และในปี 2007 ในแต่ละวันผู้หญิงอินเดีย 22 คนจะถูกสามีฆาตกรรม เนื่องมาจากเรื่องของค่าสินสอด และในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก มีผู้หญิงกว่า 30 – 40% ถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน ในไต้หวัน แม้ปัญหานี้จะไม่รุนแรงเป็นพิเศษ แต่ก็เป็นข่าวให้ได้ยินเสมอ โดยเฉพาะผู้อนุบาลในครัวเรือน จึงมีการจัดแคมเปญรณรงค์ ภายใต้ชื่อ One Billion Rising หรือ 1,000 ล้านเสียง หยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง ชักชวนให้ผู้หญิงและคนที่รักผู้หญิง เดินก้าวออกมาจากที่ทำงาน ที่บ้าน และที่โรงเรียน และเต้นไปพร้อมกันให้เท้ากระทบลงบนพื้นโลก บอกต่อให้โลกได้รับรู้ถึงเรื่องราวความรุนแรงที่มีต่อผู้หญิง และแสดงให้เห็นถึงพลังและความกลมเกลียวของผู้หญิง

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้แก้ปัญหาการเก็บค่าหัวคิว ค่าต่อสัญญาและค่าซื้อตำแหน่งงานของบริษัทจัดหางาน

3. แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายตั้งแก๊งมอดไม้เพิ่มมากขึ้น ตำรวจติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อให้การตามล่ามีประสิทธิภาพสูงขึ้น

         กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยผลปฏิบัติการกวาดล้างและจับกุมผู้ต้องหาที่ฝ่าฝืนกฎหมายป่าไม้ พบว่าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าป่าลักลอบตัดไม้สงวนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จากเมื่อปี 2008-2011 มีเพียง 3 คน แต่ปี 2012-2017 เพิ่มขึ้นเป็น 129 คน เพื่อป้องกันแก๊งมอดไม้ตัดไม้ทำลายป่า กระทรวงยุติธรรมและกรมป่าไม้ จะติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจับกุมผู้กระทำผิด

แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานเวียดนาม เข้าร่วมขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามมากขึ้น ในภาพเป็นอีกแก๊งหนึ่งที่ถูกจับ

         รายงานของกระทรวงยุติธรรมระบุว่า คดีลักลอบตัดไม้สงวนเกิดขึ้นมากที่สุดในเมืองหนานโถว เจียอี้ เหมียวลี่ ไถตงและซินจู จากสถิติพบว่า ตั้งแต่ปี 2008 ถึง 2017 ช่วงระยะเวลา 10 ปี จับผู้ต้องหาตัดไม้หวงห้ามได้แล้ว 8,821 คน ในจำนวนนี้ ร้อยละ 60 ถูกสั่งฟ้อง ศาลพิพากษาจำคุก 4,395 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าร่วมขบวนการตัดไม้หวงห้ามเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในระยะแรก แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายรับจ้างตัดไม้ แต่2-3 ปีมานี้ มีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายจำนวนหนึ่งผันตัวเองจากลูกจ้างกลายมาเป็นเถ้าแก่ว่าจ้างเพื่อนร่วมชาติเข้าร่วมขบวนการตัดไม้หวงห้าม โดยส่วนใหญ่เป็นไม้สนไซเพรส หรือไม้สนฮิโนกิราคาแพง เพื่อป้องกันและยับยั้งการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายป่าไม้ กระทรวงยุติธรรมร่วมกับกรมป่าไม้ จะติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจับกุมผู้กระทำผิด

สภาพการณ์ลักลอบตัดไม้หวงห้ามและของกลางที่ยึดได้

4. จับ 10 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายขายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ

         ยาเสพติดไม่ได้ระบาดเฉพาะในกลุ่มแรงงานไทยเท่านั้น แรงงานเวียดนามก็มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น อย่างที่เกาสง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีแรงงานเวียดนามกลุ่มหนึ่งในเขตกังซาน นครเกาสงเสพและขายยาเสพติดให้แก่แรงงานชาติเดียวกัน จึงมีการตรวจสอบ พบนายดึน แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายและพวก ตั้งตัวเป็นแก๊งขายยาไอซ์ให้แก่แรงงานเวียดนามด้วยกัน จึงมีการสนธิกำลังตำรวจในนครเกาสง ภายใต้การนำของอัยการศาลท้องถิ่นเกาสง บุกทะลายแหล่งที่พักอาศัยของแรงงานเวียดนามกลุ่มนี้ จับชาวเวียดนาม 10 คนข้อหาจำหน่ายยาเสพติด ในจำนวนนี้เป็นแรงงานผิดกฎหมาย 9 คน อีก 1 คนเดินทางเข้าสู่ไต้หวันโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยว ในที่พักยังยึดของกลางเป็นชุดอุปกรณ์ใช้สำหรับเสพยาไอซ์ได้ 5 ชุด พร้อมเศษยาเสพติดบางส่วน ทั้งหมดถูกส่งดำเนินคดีข้อหาค้าและเสพยาเสพติดให้โทษ

         ปัญหายาเสพติดได้ลามไปถึงกลุ่มแรงงานเวียดนาม ซึ่งดูเหมือนว่าจะรุนแรงกว่าในกลุ่มแรงงานไทย ทั้งนี้เนื่องจากแรงงานไทยที่เสพหรือขายยาไอซ์ มักจะเป็นรายย่อย แตกต่างไปจากแรงงานเวียดนามที่ทำกันเป็นแก๊งเป็นขบวนการ

จับ 10 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายขายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ