ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2562

  • 03 May, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
แก๊งลักรถแรงงานอินโดนีเซีย รับออเดอร์ลักรถจักรยานไฟฟ้าตามสั่งจัดส่งถึงหอพักผู้ชื้อ

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันมอบหมายให้ศึกษาหาแหล่งนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่ม นักวิชาการเสนออินเดียเหมาะสมที่สุด

        ท่ามกลางภาวะความต้องการด้านแรงงานในไต้หวันยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับมีประเทศคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น อาทิ ญี่ปุ่นและเกาหลีเป็นต้น รวมถึงกฎหมายไต้หวันมีการจำกัดแรงงานต่างชาติทำงานได้เพียง 12 ปี ส่งผลให้แรงงานต่างชาติที่จะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมีแนวโน้มลดลง กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงมอบหมายหน่วยงานวิชาการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำเข้าแรงงานต่างชาติแหล่งใหม่เพิ่มเติม

        หน่วยงานวิชาการที่ได้รับมอบหมายดังกล่าวได้แก่ มูลนิธิวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจื้อเฉียง (Tze Chiang Foundation) เพื่อศึกษาแนวโน้มและนโยบายการส่งออกแรงงานของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกแรงงานและมาตรการการรับมือ กระทรวงแรงงานกล่าวว่า รายงานการศึกษาดังกล่าว จะนำมาประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับนโยบายการนำเข้าแรงงานต่างชาติในอนาคต

ความต้องการแรงงานยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับมีประเทศคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น ไต้หวันจึงต้องหาแหล่งนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่ม

        แหล่งข่าวเปิดเผยว่า  นักวิชาการได้เสนอเพิ่มการนำเข้าแรงงานจากแหล่งใหม่ ได้แก่ พม่า กัมพูชา บังคลาเทศและอินเดีย โดยในจำนวนนี้ มีเพียงอินเดีย ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ ง่ายต่อการสื่อสาร ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันกำลังอยู่ระหว่างประสานติดต่อกับอินเดียเกี่ยวกับเรื่องการจัดส่งแรงงานมาทำงานที่ไต้หวัน ส่วนพม่าและบังคลาเทศ ติดขัดที่ปัญหาไม่สามารถตั้งสำนักงานตัวแทนของไต้หวันได้ ทำให้ขาดหน่วยงานที่จะดูแลเรื่องการออกวีซ่าเข้าเมืองให้กับแรงงานจาก 2 ประเทศนี้ได้ ด้านกัมพูชา เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่มีนโยบายจะจัดส่งแรงงานมาทำงานที่ไต้หวัน

        รายงานการศึกษาฉบับนี้กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ของประเทศผู้ส่งออกแรงงานต่างชาติในปัจจุบันทั้ง 4 ประเทศ ซึ่งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2560 ที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เฉลี่ยอยู่ที่ 4.9% โดยประเทศไทยมีอัตราการเติบโตพอๆ กับไต้หวัน แต่อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ 6% พม่าสูงถึง 8% ประเทศเหล่านี้ มีเศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนมีรายรับรายจ่ายสูงขึ้น และมีความต้องการแรงงานภายในประเทศสูงขึ้น จึงมีแนวโน้มไม่ส่งเสริมการส่งออกแรงงานไปทำงานต่างประเทศอีกต่อไป

ประเทศผู้ส่งออกแรงงานในอาเซียน มีเศรษฐกิจเติบโตสูงขึ้น ความต้องการแรงงานภายในประเทศเพิ่มขึ้น มีแนวโน้มส่งออกน้อยลง

        ยกตัวอย่างเช่น ตำแหน่งผู้อนุบาลในประเทศไทย มีค่าจ้างสูงพอๆ กับในไต้หวัน สำหรับเวียดนามมีโอกาสทำงานเพิ่มมากขึ้น จากการลงทุนของนักธุรกิจต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนอินโดนีเซียได้หยุดการส่งออกผู้อนุบาลไปทำงานในแถบตะวันออกกลางแล้วตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา และจะทยอยลดการส่งออกไปยังประเทศเอเชียอื่นๆ เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ และมาเก๊าเป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากนายจ้างไต้หวันสามารถรับประกันเงื่อนไขการจ้างของฝ่ายอินโดนีเซียได้ เช่นค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงานและที่พักเป็นต้น กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียยังคงจะอนุญาตให้ส่งออกแรงงานของตนมาทำงานที่ไต้หวันได้ต่อไป ด้านฟิลิปปินส์ เนื่องจากปัจจัยด้านศาสนา การสื่อสารด้านภาษา รวมถึงสวัสดิการเป็นต้น แรงงานฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ มีแนวโน้มต้องการไปทำงานที่ประเทศตะวันตก โดยเฉพาะแคนาดา

แรงงานฟิลิปปินส์ในไต้หวันเป็นแรงงานต่างชาติกลุ่มใหญ่อันดับ 3 รองจากอินโดนีเซียและเวียดนาม

         รายงานยังกล่าวว่า ประเทศที่มีโอกาสกลายเป็นผู้ส่งออกแรงงานมายังไต้หวันมากที่สุดประเทศหนึ่ง ได้แก่อินเดีย ซึ่งมีประชากรสูงถึง 1,300 ล้านคน และมีกำลังแรงงานจำนวนมากซึ่งมีอายุโดยเฉลี่ยเพียง 26 ปีเท่านั้น ประชากรยังมีโอกาสเติบโตอีก 50 ปี และไม่มีปัญหาแรงกดดันด้านการทูต เป็นเขตพื้นที่ที่ไต้หวันควรพิจารณานำเข้าแรงงานเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะ 6 รัฐทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างรัฐอัสสัมเป็นต้น

อินเดียมีกำลังแรงงานจำนวนมาก อายุโดยเฉลี่ยเพียง 26 ปีเท่านั้น

        ส่วนประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เช่น พม่า กัมพูชา ลาวและศรีลังกา ประเทศที่นำเข้าแรงงานอย่างญี่ปุ่นและเกาหลี ยังไม่ได้ติดต่อนำเข้าแรงงานจากประเทศเหล่านี้ จึงเป็นเขตพื้นที่ที่มีศักยภาพค่อนข้างสูงสำหรับ รายงานเน้นว่า นโยบายแรงงานต่างชาติ ไม่ควรจะมองในด้านเดียวเท่านั้น ควรจะพิจารณาพร้อมกับความต้องการด้านกำลังแรงงานของประเทศโดยรวม ตลอดจนต้องสอดคล้องกับนโยบายด้านอุตสาหกรรมและระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว

2. แรงงานอินโดนีเซียหัวหมอ ตั้งแก๊งทำธุรกิจแบบไม่ใช้เงินลงทุน รับออเดอร์จากคนบ้านเดียวกัน ลักรถจักรยานไฟฟ้าขายตามสั่งจัดส่งถึงหอพัก

        ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติในนครไถหนานจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน เพราะรถจักรยานไฟฟ้าที่เพิ่งซื้อมาหายตามๆ กัน มีการไปแจ้งความ ตำรวจดำเนินตรวจสอบ สามารถจับแก๊งลักรถ ซึ่งประกอบด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 5 คน ที่พิเศษคือ พวกเขาจะขโมยรถตามใบสั่งของลูกค้า ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน โดยจะจัดส่งถึงหอพักของลูกค้าทั่วไต้หวัน เช่นในไถหนาน เกาสงและไทจง ผ่านร้านบริการรับส่งรถ รถจักรยานไฟฟ้าราคาคันละ 20,000-28,000 เหรียญไต้หวัน หากสั่งซื้อจากแก๊งลักรถแก๊งนี้จ่ายในราคาเพียง 8,000-10,000 เหรียญเท่านั้น ทำให้มีการสั่งซื้อกันมาก กลายเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างคึกคัก

ภาพจากกล้อง CCTV แรงงานอินโดนีเซียตั้งแก๊งลักรถจักรยานไฟฟ้าขายตามสั่งจัดส่งถึงหอพั

        ตำรวจนครไถหนานแถลงว่า แรงงานต่างชาตินิยมขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า เพราะราคาไม่แพงและไม่ต้องสอบใบขับขี่ให้ยุ่งยาก แต่เริ่มจากปีใหม่นี้เป็นต้นมา ในนครไถหนาน โดยเฉพาะเขตพื้นที่หย่งคังเป็นต้น มีคดีแจ้งความรถจักรยานไฟฟ้าหายหลายสิบคดี แรงงานเวียดนามรายหนึ่งโร่แจ้งความว่า ตนเพิ่งซื้อรถจักรยานไฟฟ้ามามาดๆ ใช้ยังไม่ถึง 3 วัน จอดทิ้งไว้ข้างถนนหน้าสถานีรถไฟไถหนาน จากนั้นไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หลังเลิกราเพื่อเดินทางกลับหอพัก ปรากฎว่ารถจักรยานไฟฟ้าคันโปรดของตนอันตรธานหายไปเสียแล้ว ร้อนรนมาก จึงรีบมาแจ้งความ ตำรวจกล่าวว่า แต่ละสัปดาห์จะมีคนมาแจ้งความรถหายเฉลี่ย 5 คัน ซึ่งผู้แจ้งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ จึงมีการตรวจสอบ ทั้งจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกลาดตระเวนตามที่ต่างๆ เพิ่มการตรวจตราจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และมีการตรวจสอบตามโรงงานต่างๆ ที่มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่หลายสิบโรงงาน พบแรงงานต่างชาติสวมเสื้อแดงคนหนึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัย เพราะจัดส่งรถจักรยานไฟฟ้าผ่านร้านบริการรับส่งครั้งละหลายคัน และส่งเป็นประจำ หลังสอดส่องนาน 2 วัน ในที่สุดเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เข้าจับกุมแรงงานอินโดนีเซียรายนี้ ซึ่งชื่อว่า อันคา ขณะที่กำลังขโมยรถจักรยานไฟฟ้าคันหนึ่งได้คาหนังคาเขา จากคำให้การของนายอันคา ตำรวจตามไปจับกุมสมาชิกแก๊งซึ่งเป็นแรงงานอินโดนีเซียเช่นกันได้อีก 4 คน พร้อมรถจักรยานไฟฟ้าที่ขโมยมาและยังไม่ได้จัดส่งให้ลูกค้า 4 คัน ทั้งหมดรับสารภาพว่าขโมยรถขายตามใบสั่งซื้อ โดยได้กำไรจากการลักรถขายหลายแสนเหรียญไต้หวัน ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งให้อัยการดำเนินคดีข้อหาโจรกรรม ส่วนรถทั้ง 4 คัน ได้ตามหาและส่งคืนให้เจ้าของแล้ว

        ตำรวจยังกล่าวถึงขั้นตอนการขโมยรถที่ค่อนข้างจะมืออาชีพของแก๊งนี้ว่า มีการโฆษณาขายรถจักรยานไฟฟ้ามือสองสภาพใหม่ที่เจ้าของร้อนเงินในราคาถูก โดยโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กเป็นภาษาพื้นบ้านจาวา เมื่อมีผู้สั่งซื้อ จะออกตระเวนหาเป้าหมายตามสถานที่ที่มีคนไปจอดรถจักรยานไฟฟ้าไว้ค่อนข้างมาก โดยจะเลือกรถจักรยานไฟฟ้าในสภาพใหม่ เมื่อขโมยรถมาแล้ว ยังไม่ส่งให้ลูกค้าทันที แต่จะจะนำไปจอดทิ้งไว้ที่ที่จอดรถใกล้โรงงาน 2-3 วัน จากนั้น จะมีเพื่อนร่วมงานคนอื่นขับขี่ไปยังร้านบริการส่งรถเพื่อส่งให้ลูกค้าต่อไป

ภาพจากกล้อง CCTV แรงงานอินโดนีเซียตั้งแก๊งลักรถจักรยานไฟฟ้าขายตามสั่งจัดส่งถึงหอพั

3. ผงะ! ทะลายแก๊งค้ายาเสพติดชาวเวียดนาม เปิดปาร์ตี้ยาไอซ์มอมเมาเพื่อนร่วมชาติและส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน พบปืนและยาเสพติดอื้อ

      นายเหวียน แรงงานเวียดนามอายุ 24 ปี เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ไม่ตั้งใจทำงาน ทำอยู่ได้ 2 ปีก็หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ตั้งตัวเป็นเจ้าพ่อ เช่าโรงงานเก่าแห่งหนึ่งในเขตหลงจิ่ง นครไทจง เพื่อเปิดเป็นผับ จัดปาร์ตี้ยาเสพติดชักชวนเพื่อนร่วมชาติมามั่วสุมเสพยาเสพติด แต่เนื่องจากช่วงกลางคืนมักจะเปิดเสียงเพลงดังรบกวนความสงบสุขของชาวบ้าน จึงมีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งความ  สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ พบมีแรงงานต่างชาติพักอาศัยอยู่ที่นั่นและมีคนแปลกหน้าเข้าออกประจำ จึงจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจู่โจมตรวจค้นเมื่อเช้าตรู่วันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา ตรวจพบแรงงานเวียดนาม 3 คนเสพยาเสพติด แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายอีก 5 คน จับของกลางเป็นยาไอซ์ 107 ซอง ปืนสั้นดัดแปลง 1 กระบอกพร้อมกระสุนปืน 1 นัด แรงงานเวียดนามทั้ง 4 คนถูกส่งดำเนินคดีข้อหามีอาวุธปืนและยาเสพติดไว้ในครอบครอง โดยนายเหวียนหัวหน้าแก๊งถูกกักขังห้ามเยี่ยมห้ามประกัน

นายเหวียน แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายตั้งตนเป็นหัวหน้าแก๊งขายยาเสพติด

      ขณะที่ตำรวจบุกเข้าไป นายเหวียนกำลังจะเดินออกจากผับ เมื่อเห็นตำรวจตกใจรีบควักซองบุหรี่ออกจากกระเป๋ากางเกงออกมาโยนทิ้ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรับไว้ได้ พบในซองบุหรี่มียาไอซ์แบ่งย่อยบรรจุอยู่ในซองพลาสติกจำนวน 10 ซอง น้ำหนัก 4.65 กรัม ขณะที่คนงานเวียดนามอีก 2 คนเห็นมีตำรวจบุกเข้ามา กระโดดหน้าต่างวิ่งหนี แต่วิ่งได้ไม่ถึง 50 เมตรอาการอยากเสพยาเสพติดกำเริบ ทำเข่าอ่อนวิ่งต่อไปไม่ไหว ต้องนอนข้างถนนรอให้ตำรวจมาจับโดยดี

ตรวจพบยาเสพติดบรรจุเป็ยซองพร้อมขายกว่า 100 ซอง

      จากการตรวจค้น พบยาเสพติดบรรจุอยู่ในซองพลาสติกจำนวน 107 ซอง น้ำหนัก 67 กรัม อุปกรณ์เสพยาเสพติด 2 ชุด นอกจากนี้ ยังพบปืนสั้นที่ดัดแปลงมาจากปืนอัดลม 1 กระบอก พร้อมกระสุน 1 นัด นายเหวียนยอมรับว่าเป็นเจ้าของปืน แต่ได้มาเพราะเป็นของแถมซื้อยาจากเอเย่นต์ใหญ่ นอกจากแรงงานเวียดนามแล้ว ยังพบแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายอีก 6 คน พักรวมอยู่ที่เดียวกันด้วย ในจำนวนนี้มี 1 คนที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่อยู่เลยกำหนด จากการตรวจปัสสาวะ พบแรงงานเวียดนามทั้ง 4 คนและนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซีย มีปัสสาวะสีม่วง ถูกควบคุมตัวส่งดำเนินคดี ในจำนวนนี้ นายเหวียน ต้องสงสัยในคดีที่รุนแรง อัยการขอให้ศาลอนุมัติกักขังห้ามเยี่ยมห้ามประกัน ส่วนแรงงานผิดกฎหมายคนอื่นๆ ถูกนำตัวไปสถานกักกันเพื่อรอการเนรเทศส่งกลับประเทศ

ปืนสั้นที่ดัดแปลงมาจากปืนอัดลม 1 กระบอก แรงงานเวียดนามอ้างว่า เป็นของแถมซื้อยาจากเอเย่นต์ใหญ่