ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562

  • 15 May, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
เข้าสู่เทศกาลถือศีลอด ก.แรงงานไต้หวันขอความร่วมมือนายจ้างควรเคารพความเชื่อทางศาสนาของแรงงานมุสลิม

1. ตำรวจเตือนมาด้วยความหวังดี ห้ามทะเลาะวิวาทตีกัน เพราะคนชนะส่งขึ้นศาล คนแพ้ส่งรพ. (不要打架,打贏上法院,打輸上醫院 )

       เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำนักงานแรงงาน ไทเป ร่วมกับกองแรงงาน นครนิวไทเปและตำรวจต่างด้าวจากสถานีตำรวจนครนิวไทเป เดินทางไปประชาสัมพันธ์ระเบียบกฎหมายและลดละเลิกอบายมุขแก่แรงงานไทยในนิคมอุตสาหกรรมหลินโข่ว นครนิวไทเป รายการวันนี้นำเอาประเด็นสำคัญของการประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ มาเล่าให้เพื่อนแรงงานไทยท่านอื่นได้รับฟังด้วยดังนี้

คนงานเวียดนามที่เถาหยวน ถูกจับดำเนินคดีหลังเมาแล้วแทงเพื่อนเสียชีวิต

       - หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุนำไปสู่การทะเลาะวิวาทหรือชกต่อยกัน นอกจากจะถูกลงโทษปรับเงินแล้ว ยังอาจมีโทษจำคุก กรณีที่ทำร้ายคู่กรณีจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และเมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ไม่ควรเข้าร่วมในเหตุการณ์ แต่ควรจะโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจทำสโลแกนประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ว่า 不要打架,打贏上法院,打輸上醫院 (ห้ามทะเลาะวิวาทตีกัน เพราะคนชนะส่งขึ้นศาล คนแพ้หามส่งรพ.)

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาในกลุ่มแรงงานต่างชาติ

       2. ห้ามมีพฤติกรรมเมาแล้วขับ ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะประเภทไหน นอกจากอันตรายต่อชีวิตของตนเองและผู้อื่นแล้ว ผู้กระทำผิดยังจะถูกปรับหนัก ถูกจำคุกหรือถูกเนรเทศด้วย

       3. ห้ามข้องแวะหรือเกี่ยวพันยาเสพติด และไม่เป็นคนอยากรู้อยากลองในสิ่งที่ผิดกฎหมาย

กลุ่มแรงงานไทยที่นครนิวไทเปถูกจับข้อหามั่วสุมเสพยาเสพติดในหอพัก

       4. ห้ามเล่นการพนัน เพราะจะสร้างความรำคาญให้แก่ผู้อื่นและเป็นสิ่งผิดกฎหมายอาจถูกจับ

คนงานไทยเล่นการพนันในหอพักโดนรวบ

       5. ห้ามลักทรัพย์ หรือเอาสิ่งของของผู้อื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ

       6. การทำร้าย ทารุณ ฆ่าหรือทานเนื้อสัตว์เลี้ยง เช่นสุนัขและแมว เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ มีโทษรุนแรงถึงขั้นจำคุก หลังพ้นโทษแล้ว จะถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันอีก

       7. กรณีที่รู้หรือเห็นเพื่อนแรงงานต่างชาติ ถูกนายจ้างทำร้าย ทารุณ กักขังหน่วงเหนี่ยว จำกัดเสรีภาพหรือถูกยึดเอกสารสำคัญส่วนตัว ควรแจ้งข้อมูลไปที่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955

ยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของแรงงานต่างชาติ

2. เข้าสู่เทศกาลถือศีลอด ก.แรงงานไต้หวันขอความร่วมมือนายจ้างควรเคารพความเชื่อทางศาสนาของแรงงานมุสลิม

      เทศกาลถือศีลอดหรือเดือนรอมฎอนของชาวมุสลิม เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมาไปจนถึงวันที่ 4 มิ.ย. การถือศีลอด เป็นความตั้งใจในการประกอบศาสนกิจเพื่ออัลเลาะห์ของชาวมุสลิม ในไต้หวันมีแรงงานอินโดยนีเซีย 270,000 คน ในจำนวนนี้ กว่า 90% เป็นชาวมุสลิม เมื่อถึงเทศกาลถือศีลอด พวกเขาจะอดอาหาร งดเครื่องดื่ม อดการบริโภคทุกชนิด รวมทั้งงดเว้นการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างชาย-หญิง และจะต้องระมัดระวังตนเองไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งต้องห้ามของศาสนาและการกระทำใดๆ ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของพระเจ้า อาทิ ทางมือ ด้วยการทำร้าย หรือหยิบฉวย ลักขโมย ทางเท้า ด้วยการก้าวย่างไปสถานที่ต้องห้าม ทางตา ด้วยการจ้องมอง ดูสิ่งลามก ทางหู ด้วยการฟังสิ่งไร้สาระ การฟังคำนินทาให้ร้าย และทางปาก ด้วยการโกหก โป้ปด ให้ร้าย พูดเรื่องไร้สาระ หยาบคาย   โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้ถือศีลอดได้สัมผัสและรับรู้ถึงความทุกข์ยากลำบาก ได้เรียนรู้ถึงอุปสรรคต่างๆ ของการดำเนินชีวิต และเมื่อได้สัมผัสได้รับรู้ถึงความทุกข์ยากแล้ว จะส่งผลให้ผู้ถือศีลนั้นรู้จักอดกลั้นอดทนทั้งต่อความหิวโหย ต่อความโกรธ ความปรารถนาแห่งอารมณ์ และสิ่งยั่วยวนนานับประการ ซึ่งผลที่ได้จากความเพียรคือการพัฒนาตนเองไปในทางที่ดี จิตสงบ ไม่ฟุ้งซ่านและพร้อมที่จะเผชิญและฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆ นานา มุ่งสู่ความสำเร็จ

แรงงานอินโดนีเซียซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม เริ่มเทศกาลถือศีลอดตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมาไปจนถึงวันที่ 4 มิ.ย. 62 เป็นเวลา 1 เดือน

      เนื่องจากในไต้หวันมีแรงงานมุสลิมที่มาจากอินโดนีเซียมากกว่า 2.7 แสนคน กระทรวงแรงงาน ได้ขอความร่วมมือนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานมุสลิมว่า ควรเคารพความเชื่อทางศาสนาของแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มความยืดหยุ่นในเวลาทำงาน และเอาใจใส่แรงงานของตน อนุญาตให้แรงงานมุสลิมปฏิบัติศาสนกิจตามหลักศาสนา ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ทำให้แรงงานข้ามชาติทำงานในไต้หวันได้อย่างสบายใจและช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานข้ามชาติด้วย

แรงงานอินโดนีเซียในเมืองจีหลง ขณะทำพิธีละหมาด