ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2562

  • 24 May, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
ไต้หวันเปิดให้ฟาร์มโคนมนำเข้าแรงงานต่างชาติได้แล้ว

1. วิจัยพบแรงงานต่างชาติ 11.9% ถูก บจง.เรียกเก็บค่าต่อสัญญาใหม่ และแรงงานอินโดนีเซียได้รับการต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันมากสุด

        กระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้นักวิชาการวิจัยและประเมินผลจากการยกเลิกกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 เพื่อศึกษาผลกระทบจากการยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน เมื่อทำงานครบสัญญา 3 ปี รายงานฉบับนี้ออกมาแล้ว สรุปผลกระทบโดยรวมเป็นไปในเชิงบวกต่อการบริหารของฝ่ายนายจ้างและช่วยลดภาระหนี้สินของแรงงานต่างชาติได้จริง นายจ้างและบริษัทจัดหางานส่วนใหญ่พึงพอใจกับขั้นตอนการยื่นขอต่อสัญญาใหม่ที่ง่ายและสะดวก และไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตหรือภาคสวัสดิการสังคม การยื่นขอต่อสัญญาใหม่และการเปลี่ยนนายจ้าง ส่วนใหญ่ยังคงยื่นขอผ่านบริษัทจัดหางาน ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้บริษัทจัดหางานบางราย มีการเรียกเก็บค่าต่อสัญญาใหม่ในสัดส่วน 11.9%

ในภาพเป็นแรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าในเถาหยวนแห่งหนึ่ง

        รายงานฉบับนี้กล่าวว่า นับตั้งแต่สภานิติบัญญัติของไต้หวัน ผ่านการแก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 ยกเลิกข้อบังคับให้แรงงานต่างชาติจะต้องเดินทางกลับประเทศอย่างน้อย 1 วัน หลังทำงานครบ 3 ปี โดยอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 59 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2561 มีแรงงานต่างชาติได้รับการต่อสัญญาใหม่และเปลี่ยนนายจ้างใหม่แล้ว 121,630 คน ในจำนวนนี้ ได้รับการต่อสัญญาใหม่จำนวน 116,273 คน ครองสัดส่วน 95.6%  ส่วนการเปลี่ยนนายจ้างใหม่มีจำนวน 5,357 คน ครองสัดส่วนเพียง 4.4% แรงงานต่างชาติที่ได้รับการต่อสัญญาใหม่และเปลี่ยนนายจ้างใหม่ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานอินโดนีเซีย ทำงานในภาคการผลิต อายุงานระหว่าง 6-9 ปี นอกจากนี้ ขณะทำการสัมภาษณ์แรงงานต่างชาติพบว่า มีแรงงานต่างชาติ 11.9% ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญาใหม่ และ 2 ใน 3 ของจำนวนนี้กล่าวว่า ถูกเรียกเก็บค่าต่อสัญญาใหม่เพิ่ม 10,000-20,000 เหรียญไต้หวัน

แรงงานอินโดนีเซียซึ่งมีจำนวนมากที่สุด ได้รับการต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันมากที่สุดเช่นกัน

        รายงานกล่าวว่า หลังอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้แล้ว ปัญหาการขาดช่วงของบุคลากรที่นายจ้างเคยประสบก่อนการแก้กฎหมายยังคงมีอยู่เหมือนเดิม แต่แรงงานต่างชาติมีสิทธิ์ในการลากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวและมีความยืดหยุ่นในการวางแผนวันลาของตนมากขึ้น โดยช่วงการลาแตกต่างไปตามแรงงานแต่ละชาติ และมีแนวโน้มจะกระจุกตัวอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ปัญหาขาดแคลนคนงานที่จะมารับช่วงระหว่างที่แรงงานต่างชาติลากลับบ้าน ดูเหมือนว่าจะหนักว่าเดิม ทั้งนี้รายงานวิจัยพบว่า แรงงานอินโดนีเซียมักจะนิยมลากลับบ้านในช่วงเทศกาลถือศีลอดหรือช่วงเดือนรอมฎอน ประมาณเดือนมิ.ย.-ก.ค. คนงานฟิลิปปินส์จะลาในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่สากล ส่วนแรงงานเวียดนามและไทย นิยมลากลับบ้านในช่วงเทศกาลตรุษจีนเสียเป็นส่วนใหญ่

แรงงานแต่ละชาตินิยมเดินทางกลับไปพักร้อนหรือเยี่ยมครอบครัวในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

        รายงานกล่าวว่า ผลจากการแก้กฎหมายการจ้างงาน อนุญาตให้แรงงานต่างชาติต่อสัญญาใหม่ที่ไต้หวันได้ แรงงานเวียดนามสามารถประหยัดเงินได้คนละ 45,000-90,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนแรงงานไทยประหยัดได้คนละ 15,000-20,000 เหรียญไต้หวัน

การอนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่ในไต้หวันมีประโยชน์ต่อแรงงานต่างชาติอย่างยิ่ง แต่การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ทั่วถึง

        รายงานฉบับนี้ ได้เสนอกระทรวงแรงงานจัดทำสัญญามาตรฐานระหว่างนายจ้างและแรงงานต่างชาติที่ประสงค์ต่อสัญญาใหม่ และปรับปรุงระบบการรายงานให่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดข้อพิพาทให้น้อยลง ในด้านการประชาสัมพันธ์และการปฏิบัติตามกฎหมาย แนะให้กระทรวงแรงงานจะต้องดำเนินการลงโทษบริษัทจัดหางานที่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการต่อสัญญากับแรงงานต่างชาติให้หนักและเอาจริงเอาจังมากขึ้น นอกจากนี้ กองแรงงานท้องที่ควรจัดคอร์สสอนภาษาอาเซียนให้กับนายจ้างหรือผู้บริหารระดับกลางและล่าง และสอนภาษาจีนให้แก่แรงงานต่างชาติ เพื่อลดปัญหาที่เกิดจากการสื่อสารไม่รู้เรื่อง  

รายงานวิจัยแนะให้กระทรวงแรงงานจะต้องดำเนินการลงโทษบจง.ที่เรียกเก็บค่าต่อสัญญากับแรงงานต่างชาติให้หนักและเอาจริงเอาจังมากขึ้น

2. ไต้หวันเปิดให้ฟาร์มโคนมนำเข้าแรงงานต่างชาติได้แล้ว แต่อนุญาตให้นำเข้าได้แห่งละไม่เกิน 1 คน เกษตรกรบ่น รัฐบาลคิดนโยบายในห้องแอร์

        นายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการการเกษตรประกาศเปิดให้ฟาร์มโคนมแบบครัวเรือนสามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้แล้ว ในระยะแรกเปิดให้นำเข้าได้จำนวน 400 คน แต่มีเงื่อนไขว่า ผู้ยื่นขอจะต้องเป็นเจ้าของฟาร์มโคนมขนาดครอบครัว ยังไม่อนุญาตให้ฟาร์มโคนมขนาดใหญ่ในรูปแบบนิติบุคคลนำเข้า และจะต้องมีจำนวนโคนม 80 ตัวขึ้นไป ในฟาร์มต้องมีผู้ทำงานที่มีประกันภัยเกษตรกรอย่างน้อย 4 คน จึงจะได้รับอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ไม่เกิน 1 คน ประมาณการว่า แรงงานต่างชาติในภาคการเกษตรชุดแรกจะสามารถเดินทางมาทำงานในฟาร์มโคนมของไต้หวันได้ในเดือนกรกฎาคมปีนี้

ฟาร์มโคนมแบบครัวเรือนสามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้แล้ว แห่งละ 1 คน ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป

        ต่อนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว เจ้าของฟาร์มโคนมรายหนึ่งในตำบลฝูซิง เมืองจางฮั่ว ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่มีฟาร์มเลี้ยงโคนมหนาแน่นที่สุดในไต้หวันและขาดแคลนแรงงานอย่างหนักกล่าวว่า แม้จะเป็นฟาร์มโคนมขนาดครอบครัว แต่ฟาร์มแต่ละแห่ง เลี้ยงโคนม 300-400 ตัวขึ้นไป เงื่อนไขของคณะกรรมการการเกษตรเข้มงวดเกินไป โดยเฉพาะกำหนดให้ฟาร์มโคนมที่มีคุณสมบัติยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ จะต้องมีแรงงานในฟาร์มที่มีประกันภัยเกษตรกรอย่างน้อย 4 คน ก็เพราะหาคนงานไม่ได้ จึงได้เรียกร้องขอเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ เจ้าหน้าที่รัฐบาลคิดมาตรการในห้องแอร์ ไม่สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร

จางฮั่วเป็นเขตพื้นที่ที่มีฟาร์มเลี้ยงโคนมหนาแน่นและขาดแคลนแรงงานหนักสุดในไต้หวัน

        จากสถิติของกองการเกษตร เมืองจางฮั่ว ปัจจุบันในเมืองจางฮั่วมีฟาร์มโคนมขนาดครอบครัว 97 แห่ง สหกรณ์การเกษตรของเมืองจางฮั่วกล่าวว่า ฟาร์มโคนมขนาดครอบครัวในเมืองจางฮั่วแต่ละแห่งมีจำนวนโคนม 300-400 ตัวขึ้นไป แต่ตามข้อกำหนดของคณะกรรมการการเกษตร ฟาร์มโคนมจะต้องเลี้ยงโคนมจำนวน 80 ตัวขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ไม่เกิน 1 คน โดยฟาร์มที่เลี้ยงโคนมจำนวน 80 ตัวกับฟาร์มที่มี 500 ตัว นำเข้าได้เท่ากัน ไม่เกิน 1 คน เป็นจำนวนที่น้อยเกินไป ประกอบกับมีเงื่อนไขอื่นที่เข้มงวด ทำให้ไม่เป็นที่จูงใจของเกษตรกร ทางสหกรณ์การเกษตรจะสะท้อนปัญหา ขอให้รัฐบาลพิจารณาผ่อนปรนการนำเข้ามากขึ้น

นอกจากฟาร์มโคนมแล้ว สวนชาซึ่งขาดแคลนแรงงานอย่างหนักก็เรียกร้องขอนำเข้าแรงงานต่างชาติ

        ด้านนายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการการเกษตรชี้แจงว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงโครงการนำร่อง โดยจะทดลองเปิดให้นำเข้าเป็นเวลา 1 ปี จากนั้นจะมีการประเมินและทบทวนใหม่ อย่างไรก็ตาม มาตรการเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ ไม่สามารถแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานของภาคการเกษตรได้โดยสิ้นเชิง รัฐบาลกำลังการแก้ปัญหาของเกษตรกรโดยการผลักดันให้ภาคการเกษตรยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ด้วยการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรเข้าช่วย อย่างในปีนี้ คณะกรรมการฯ ได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนเกษตรกรซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรจำนวน 800 ล้านเหรียญไต้หวันเป็นต้น

รัฐบาลแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตร ผลักดันให้ยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ด้วยการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรเข้าช่วย

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง