ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2562

  • 29 May, 2019
  • อัญชัน ทรงพุทธิ์
มหาวิทยาลัยไคหนานในนครเถาหยวน

1. ไต้หวันเข้าสู่หน้าฝน มักจะมีฝนฟ้าคะนอง ก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเป็นอันตรายได้

       เตือนแรงงานไทยต้องระวัง  หลีกเลี่ยงไปในป่าหรือแม่น้ำลำธาร โดยเฉพาะในช่วงฝนใกล้ตก และไม่ควรไปจับปลาในแม่น้ำลำคลองมากิน เพราะนอกจากอันตรายจากภัยธรรมชาติแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพด้วย เนื่องจากปลาในแม่น้ำลำคลองมักจะปนเปื้อนไปด้วยสารเคมีและโลหะหนัก เมื่อรับประทานจะทำให้มีสารตกค้างสะสมในร่างกาย โดยทั่วไปแล้ว คนไต้หวันจะไม่ทานปลาจากแม่น้ำลำคลอง โดยจะหาซื้อปลาและอาหารทะเลจากตลาดสด ร้านขายสัตว์น้ำและซุปเปอร์มาเก็ตหรือไฮเปอร์มาเก็ต ฯลฯ ซึ่งมีการควบคุมมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือแรงงานไทยขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย

       แรงงานไทยนิยมไปจับปลาตามแม่น้ำลำคลอง และเคยเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้วหลายสิบคน เมื่อบ่ายวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ภาคเหนือของไต้หวันมีฝนตกหนัก ทำให้มีน้ำป่าไหลหลาก คนงานไทย 3 คน ไปทอดแหจับปลาและย่างปลากินกันใต้สะพานต้าฮั่นซี (大漢溪) ในเขตอิงเกอ นครนิวไทเป เกิดน้ำป่าไหลหลาก 1 ใน 3 คนงานไทยหนีไม่ทัน ยืนโดดเดี่ยวบนก้อนหินท่ามกลางกระแสน้ำป่าที่ไหลเชี่ยว สภาพการณ์ค่อนข้างอันตราย เพื่อนอีก 2 คน รีบโทรศัพท์แจ้งความ หน่วยกู้ภัยใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงกว่าจะช่วยเหลือแรงงานไทยอายุ 37 ปีผู้นี้ขึ้นฝั่งมาได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเห็นใบหน้าที่อิดโรยของเขา แนะจะส่งไปรับการตรวจเช็คร่างกายที่โรงพยาบาล แต่แรงงานไทยปฏิเสธบอกว่า ตนไม่ได้รับบาดเจ็บเพียงแค่ขวัญเสีย กลับโรงงานไปพักผ่อนคงจะดีขึ้น

แรงงานไทยยืนบนก้อนหินท่ามกลางกระแสน้ำหลากที่ไหลเชี่ยวรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

แรงงานไทยทอดแหจับปลามาย่างกินใต้สะพานทางด่วน  ขณะมีฝนตกหนักและมัน้ำป่าไหลหลาก

2. ระวังถูกหลอก! ข่าวรับสมัครคนงานไทยอายุ 18-50 ปีมาทำงานและเรียนในไต้หวัน ค่าใช้จ่ายคนละ 120,000 บาทนั้น มหาวิทยาลัยไคหนานยืนยันไม่เคยมอบหมายให้บจง.ไปรับสมัครนักศึกษา

       ช่วงนี้มีโฆษณาเปิดรับสมัครคนงานไทยเดินทางมาทำงานและเรียนในไต้หวันส่งว่อนในสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นงานตัวใหม่ลักษณะวีซ่าเรียนและทำงานผ่านกระทรวงศึกษาธิการของไต้หวัน เรียนวันละ 4 ชั่วโมง บจง.และมหาวิทยาลัยจะหาโรงงานที่พักให้ หรือหากไม่ชอบเราสามารถหาเองได้ และรับสมัครผู้ที่มีความสนใจอายุระหว่าง 18-50 ปี แม้จะเคยมาทำงานที่ไต้หวันครบ 12 ปีแล้วก็สามารถมาทำงานและเรียนตามโครงการนี้ได้ และจากข้อมูลของแรงงานไทยที่สนใจโทรศัพท์สอบถามกับบริษัทจัดหางานที่เปิดรับสมัครทราบว่า ผู้สนใจจะต้องชำระค่าใช้จ่ายก่อนการเดินทาง 100,000-120,000 บาท โดยต้องวางเงินงวดแรก 40,000 บาท เป็นค่าประกันวีซ่าทันทีที่สมัคร ที่เหลือชำระก่อนการเดินทาง โดยจะรับจำนวน 200 คน และจะเดินทางช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้

       ปรากฏว่ามีแรงงานไทยจำนวนมากสนใจ อยากให้ญาติพี่น้องของตนมาทำงานที่ไต้หวันตามโครงการนี้ แต่ก็เกรงว่าจะถูกหลอก จึงมีการสอบถามมายังรายการจำนวนมาก 

       จากการตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาที่ถูกอ้างชื่อ ได้แก่มหาวิทยาลัยไคหนาน (開南大學 Kainan University : KNU) แล้ว ได้รับการยืนยันว่า ไม่มีโครงการในลักษณะนี้ นายจ้าวซื่อฉี (趙世琦) รอง ผอ.ฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยไคหนานยืนยันหนักแน่นว่า ไม่เคยมอบหมายให้บริษัทจัดหางานหรือศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศใดๆ ช่วยรับสมัครนักศึกษาไทยมาเรียนต่อที่ไต้หวัน จึงขอให้อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา

       ด้านกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานของไต้หวัน แถลงว่า ปัจจุบันอนุญาตให้สถาบันการศึกษาระดับอาชีวะศึกษาและมหาวิทยาลัย รับนักศึกษาต่างชาติมาศึกษาต่อที่ไต้หวันได้ แต่ต้องมีเงื่อนไขดังนี้

       - เป็นการเข้าศึกษาต่อในระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ ทั้งในระดับอาชีวะและอุดมศึกษา หลังเข้าเรียนแล้ว สามารถยื่นขออนุญาตทำงานต่อกระทรวงแรงงานได้ แต่การเรียนในสถาบันสอนภาษา จะต้องเรียนครบ 1 ปีแล้ว จึงจะยื่นขออนุญาตทำงานได้

       - ใบอนุญาตทำงานมีอายุ 6 เดือน นอกจากช่วงปิดภาคเรียนแล้ว แต่ละสัปดาห์จำกัดการทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมง ผู้ฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และหากเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกลงโทษปรับ 30,000 – 150,000 เหรียญไต้หวัน

       - นักศึกษาต่างชาติที่หยุดการเรียนหรือไม่เรียนต่อ หากใบอนุญาตทำงานยังไม่หมดอายุ ต้องคืนใบอนุญาตทำงานให้กับสถาบันการศึกษาที่ตนศึกษาอยู่

3. กฎหมายคนเข้าเมืองและเศรษฐกิจใหม่ที่จะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติอายุงาน 6 ปีขึ้นไป ยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ยังไม่ผ่านสภานิติบัญญัติ

4. น่าเป็นห่วง แรงงานไทยจำนวนมากไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพ เมื่ออายุมากขึ้นโรคต่างๆ ทยอยเกิดอาการ

5. อุทธาหรณ์เตือนใจให้ดูแลสุขภาพตั้งแต่ต้น ประสบการณ์การดูแลคนป่วยของแรงงานไทย

6. ในไต้หวันมีระบบประกันสุขภาพที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยควรไปพบแพทย์ หรือไปรับการรักษายังสถานพยาบาล อย่ารับประทานยากันเองโดยซื้อหาหรือพกมาจากไทย หรือให้ญาติส่งมาทางไปรษณีย์

ดูแลรักษาสุขภาพของตนเองตั้งแต่บัดนี้ เมื่อยามแก่ชราจะได้มีสุขภาพช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาผู้อนุบาล