ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2562

  • 07 June, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
จับ 2 น้าหลานใจโหด ขายสุนัขจรจัดให้แรงงานเวียดนาม

1. ยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์ ช่วยนายจ้างประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 33 ล้านเหรียญไต้หวัน

       เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและอำนวยความสะดวกแก่นายจ้างที่ประสงค์จะว่าจ้างแรงงานต่างชาติ เริ่มตั้งแต่ต้นปีมานี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันได้เปลี่ยนรูปแบบการยื่นคำร้องขออนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติจากเดิมที่ต้องนำเอกสารที่เป็นแผ่นกระดาษเดินทางไปยื่นขอยังเคาน์เตอร์ของกระทรวงแรงงานในเวลาทำการ มาเป็นยื่นขอผ่านระบบออนไลน์ อยู่ที่บ้านก็ทำได้และยื่นขอได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประหยัดเวลาจากเดิมที่ต้องใช้ประมาณ 12 วันทำการ ลดลงเหลือ 7 วันทำการ นอกจากนี้ ยังช่วยให้นายจ้างประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงค่าแสตมป์ในการส่งเอกสารยื่นคำร้อง คิดเป็นเงินปีละประมาณ 33 ล้านเหรียญไต้หวัน

       ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้เริ่มโครงการยื่นคำร้องที่เกี่ยวกับการทำงานและแรงงานต่างชาติผ่านระบบออนไลน์ควบมาตั้งแต่เดือนพ.ค. 2559 เป็นต้นมา โดยเปิดให้ยื่นเรื่องได้ที่เคาน์เตอร์แบบดั้งเดิมและผ่านระบบออนไลน์ และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา การยื่นเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างชาติและใบอนุญาตทำงานเปลี่ยนเป็นยื่นผ่านระบบออนไลน์ทางเดียว

       นายเฉินชางปัง ผอ.ศูนย์กิจการแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า การยื่นเรื่องผ่านระบบออนไลน์ ช่วยประหยัดเวลาลงได้อย่างมาก การยื่นแบบดั้งเดิม เฉพาะส่งเอกสารและส่งกลับ ต้องใช้เวลาประมาณ 12 วัน หากเอกสารไม่ครบต้องเพิ่มเติมจะนานกว่านี้ แต่การยื่นผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่ยื่นเรื่องจนอนุมัติใช้เวลา ไม่เกิน 7 วัน นอกจากประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยนายจ้างและบริษัทจัดหางานประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย เฉพาะค่าเดินทางและค่าแสตมป์ สามารถประหยัดได้ปีละ 33 ล้านเหรียญไต้หวัน

2. เอาจริง! สตม.ไต้หวันกวาดล้างขนานใหญ่ต่อเนื่อง วันเดียวจับชาวต่างชาติผิดกฎหมาย 165 คน ชาวเวียดนามมากสุด

       เพื่อลดจำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายซึ่งมีจำนวนประมาณ 50,000 คน และชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวแต่อยู่เลยกำหนดโดยหางานทำอย่างผิดกฎหมาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 487 นาย ออกปฏิบัติการตรวจสอบตามแหล่งที่มีชาวต่างชาติทำงานอย่างผิดกฎหมายต่างๆ กว่า 140 แห่ง ประกอบด้วยไซต์งานก่อสร้าง ร้านค้าหรือร้านอาหารที่ให้บริการลูกค้าชาวต่างชาติ และสถานบันเทิงเป็นต้น เพียงวันเดียว สามารถจับกุมชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้ 165 คน ในจำนวนนี้ประกอบด้วยชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่หลบหนีไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย 74 คน แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย 91 คน นายจ้างที่ว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยมิได้รับอนุญาต 52 คน และจับนายหน้าจับเถื่อนได้ 6 คน

ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้สเมืองรับการอบรมก่อนออกปฏิบัติการ

ตรวจสอบชาวต่างชาติผิดกฎหมายตามสถานที่ต่างๆ

ตรวจข้อมูลส่วนบุคคลโดยพิมพ์ลายนิ้วมือบนเครื่องสแกน

       นายชิวฟงกวง ผบ.สตม.กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ ใช้มาตรการแบบนุ่มนวล ผสมกับปฏิบัติตรวจสอบแบบจู่โจม หวังลดยอดจำนวนชาวต่างชาติผิดกฎหมายในไต้หวันลง และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ ผบ.สตม.ของไต้หวันผู้นี้ กล่าวเรียกร้องให้ชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่า และแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย รีบเข้ารายงานตัวภายในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการพิเศษของ สตม. โดยผู้เข้ารายงานตัวตามกำหนดเวลาดังกล่าว จะไม่ถูกกักกัน และจะได้รับการลดหย่อนโทษปรับจากสูงสุด 10,000 เหรียญไต้หวันเหลือ 2,000 เหรียญไต้หวัน และลดระยะเวลาถูกจำกัดการเดินทางเข้าไต้หวันด้วย

จับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ไปหลบซ่อนตามเล้าไก่

       โครงการพิเศษของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ให้การลดหย่อนโทษสำหรับแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าที่เข้ารายงานตัว เริ่มมาตั้งแต่ 1 ม.ค. สิ้นสุดลง วันที่ 30 มิ.ย. นี้ และช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในไต้หวันอย่างผิดกฎหมายและแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างเข้ารายงานตัวแล้ว 12,535 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวไทย 549 คน

 

สตม.ไต้หวันกวาดล้างขนานใหญ่ต่อเนื่อง วันเดียวจับชาวต่างชาติผิดกฎหมาย 165 คน ชาวเวียดนามมากสุด

3. ทำลายสถิติ! สตม.ไต้หวัน ส่งผู้ถูกกักกันชาวต่างชาติกลับประเทศวันเดียว 40 คน

       สืบเนื่องจากสตม.ไต้หวันเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างและจับกุมชาวต่างชาติผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา และในวันแรกจับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่า 165 คน และยังจะปฏิบัติการต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ส่งผลให้สถานกักกันแออัด สตม.จำเป็นต้องเร่งดำเนินการส่งผู้ถูกกักกันชาวต่างชาติที่เสียค่าปรับ มีตั๋วเครื่องบินและเอกสารการเดินทางพร้อมแล้วกลับประเทศ โดยเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ระดมกำลังเจ้าหน้ากว่า 50 นาย เพื่อคุมตัวผู้ถูกกันกันชาวต่างชาติกลับประเทศจำนวน 40 คนไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน เพื่อส่งกลับประเทศ ถือเป็นการส่งกลับผู้ถูกกักกันล็อตเดียวในวันเดียวมากที่สุด

ชาวอินโดนีเซียผิดกฎหมายถูกส่งกลับวันเดียว 40 คน ทำลายสถิติส่งกลับชาวต่างชาติผิดกฎหมายมากสุด

       จากสถิติใหม่ล่าสุดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนเมษายน 2562 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวนทั้งหมด 49,157 คน ในจำนวนนี้ แรงงานอินโดนีเซียมีจำนวนหลบหนีมากที่สุด 23,143 คน ครองอัตราส่วน 47% แรงงานเวียดนามอยู่อันดับสอง มีจำนวน 22,607 คน ครองสัดส่วน 46% อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,610 คน คิดเป็นสัดส่วน 5.3% สำหรับแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวน 796 คน คิดเป็นสัดส่วน 1.6% ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 660 คน เพศหญิง 136 คน

เจ้าหน้าที่ สตม. ส่งอำลาถึงประตูทางเข้าขึ้นเครื่องบิน

4. จับ 2 น้าหลานใจโหด รับน้องหมาจรจัดมาเลี้ยง แล้วขายต่อให้แรงงานเวียดนามนำไปฆ่ากิน

       2 น้าหลานแซ่ชิวที่เมืองเหมียวลี่ อาศัยช่องโหว่ของขั้นตอนการรับสุนัขจรจัดไปเลี้ยง ขอรับเลี้ยงสุนัขจรจัดจากศูนย์คุ้มครองสัตว์เหมียวลี่กว่า 20 ตัว จากนั้นนำไปขายต่อให้แรงงานเวียดนามเชือดแล้วปรุงเป็นอาหาร กลุ่มคนรักสัตว์เห็นผิดสังเกต แจ้งความและร่วมมือกับตำรวจดำเนินการตรวจสอบ จึงพบว่าสุนัขจรจัดที่ 2 น้าหลานแซ่ชิวรับไปเลี้ยง ถูกนำไปขายต่อให้แรงงานเวียดนามในราคาตัวละเพียง 200-300 เหรียญ น่าสงสาร น้องหมาทั้งหมดกลายเป็นอาหารอันโอชะของแรงงานเวียดนามไปแล้ว น้าหลานแซ่ชิวใจโหดคู่นี้ พร้อมด้วยแรงงานเวียดนามที่รับซื้อน้องหมาไปฆ่ากินถูกจับดำเนินคดี ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์

จับ 2 น้าหลานใจโหด แสร้งทำเป็นคนใจบุญรับเลี้ยงสุนัขจรจัด แต่แอบขายให้แรงงานเวียดนามทำเป็นอาหาร

        เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ จิตอาสาของสมาคมคุ้มครองสัตว์เลี้ยงจรจัดที่เมืองซินจู๋ เห็น 2 น้าหลานแซ่ชิวยื่นขอรับสุนัขจรจัดจำนวน 3 ตัวไปเลี้ยง แต่เดือนถัดมา เห็นกลุ่มคนรักสัตว์แชร์ภาพชาย 2 คนในเมืองเหมียวลี่กำลังใช้เครื่องจับสุนัขจรจัด หน้าตาเหมือนกับ 2 น้าหลานที่ตนได้เห็นไปยื่นขอรับสุนัขจรจัดจากศูนย์คุ้มครองสัตว์ไปเลี้ยง จึงดำเนินการตรวจสอบเป็นการส่วนตัวติดตามไปดูที่บ้าน พบเลี้ยงสุนัขจรจัดไว้ 17 ตัว และมีบางส่วนหายสาบสูญ จึงแจ้งความต่อกองคุ้มครองสัตว์เลี้ยงเมืองเหมียวลี่ จัดส่งเจ้าหน้าที่พร้อมตำรวจไปตรวจสอบที่บ้านของชายทั้ง 2 ดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่กองคุ้มครองสัตว์ตรวจสอบทะเบียนสุนัขจรจัดที่ถูกรับเลี้ยง ปรากฎว่าหายไปหลายตัว 2 น้าหลานให้การอ้างว่า ก่อนหน้านี้ มีการพ่นยาฆ่าเชื้อในเล้าไก่ สารเคมีพ่นถูกสุนัขจรจัด จนเป็นเหตุให้สุนัขจรจัดตายไปหลายตัว และสุนัขที่ตาย ได้ใช้วิธีทิ้งลงลำคลอง แม้รู้ว่าโกหก แต่เนื่องจากมีหลักฐาน เจ้าหน้าที่กองคุ้มครองสัตว์ได้แต่ปรับเพียง 30,000 เหรียญเท่านั้น

จิตอาสาศูนย์คุ้มครองสุนัขและแมวจรจัด เอาใจใส่ดูแลสุนัข แต่ไม่นึกว่า จะมีคนใจบาปทำทีรับเลี้ยงแต่นำไปขาย

       อย่างไรก็ตามตำรวจไม่ได้ลดละความพยายาม ยังคงติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พบว่าสุนัขที่ 2 น้าหลานคู่นี้รับมาเลี้ยงดูมีจำนวนมากถูกส่งไปยังบ้านของนายจวง เพื่อนที่เขตต้าเจี่ย นครไทจง หลังจากนั้นไม่เคยเห็นสุนัขเหล่านี้อีกเลย ตำรวจจึงขอหมายค้นจากศาล เข้าไปตรวจสอบยังบ้านของนายจวง พบขน ป้ายและปลอกคอสุนัข บนกำแพงยังมีคราบเลือดกระเด็นติดอยู่ จึงค้นหาไปตามกลิ่นเหม็นเน่า พบกะโหลกและกระดูกขาเจ้าตูบ เมื่อมีหลักฐานชัดเจนเช่นนี้ 2 น้าหลานแซ่ฉิวจึงรับสารภาพว่า สุนัขจรจัดที่รับมาเลี้ยง ถูกนำมาขายให้แก่นายจวงตัวละ 200-300 เหรียญ นายจวงฆ่าและชำแหละเนื้อสุนัขขายต่อให้แรงงานเวียดนามต่อไป ตำรวจจึงจับกุม 2 น้าหลานแซ่ชิว นายจวง รวมทั้งแรงงานเวียดนามที่รับซื้อเนื้อสุนัขทั้งหมด ส่งดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ลดละความพยายาม ตรวจพบ 2 น้าหลานขายสุนัขจรจัดให้เพื่อนแล้วขายต่อให้แรงงานเวียดนาม