ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2562

  • 03 July, 2019
  • อัญชัน ทรงพุทธิ์
คุณบุญสันต์ บัณฑิตใหม่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

1. มาตรการลดหย่อนโทษของสตม.สิ้นสุดลงแล้ว ตั้งแต่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป จะตรวจเข้มและกลับมาปรับสูงสุด 10,000 เหรียญ ห้ามเข้าไต้หวัน 8 ปี

         สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไต้หวัน ได้จัดโครงการพิเศษให้การลดหย่อนโทษสำหรับผู้เข้ารายงานตั้งตั้งแต่ 1 ม.ค. จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. นี้ ในระหว่างโครงการ แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่าที่เข้ารายงานตัว จะไม่ถูกกักกัน และจะได้รับการลดหย่อนโทษปรับจากสูงสุด 10,000 เหรียญไต้หวันเหลือ 2,000 เหรียญไต้หวัน และลดระยะเวลาถูกจำกัดเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน โดยโครงการนี้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไต้หวันจัดโครงการพิเศษให้การลดหย่อนโทษสำหรับผู้เข้ารายงานตั้งตั้งแต่ 1 ม.ค. จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 62

         นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้เป็นต้นไป สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะยังตรวจเข้มต่อไป และจะหารือกับกระทรวงแรงงานเพื่อเพิ่มโทษนายจ้างที่ว่าจ้างและบริษัทจัดหางานที่จัดหางานชาวต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันะอัตราค่าปรับและโทษสำหรับชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายจะกลับมาเหมือนเดิม กล่าวคือจะต้องเสียค่าปรับตามกำหนดเวลาที่หลบหนีหรืออยู่เกินกำหนดดังนี้

         ไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 2,000 เหรียญไต้หวัน

         11 วันขึ้นไป ไม่เกิน 30 วัน เสียค่าปรับ 4,000 เหรียญไต้หวัน

         31 วันขึ้นไป ไม่เกิน 60 วัน เสียค่าปรับ 6,000 เหรียญไต้หวัน

         61 วันขึ้นไป ไม่เกิน 90 วัน เสียค่าปรับ 8,000 เหรียญไต้หวัน

         91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน

ระหว่างมาตรการลดหย่อนโทษ มีชาวต่างชาติทั้งที่เข้ามอบตัวและถูกตรวจพบถูกส่งกลับประเทศ 25,967 คน

         นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันและอยู่เลยกำหนดวีซ่า เดิมจะถูกจำกัดห้ามเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน 3-5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะถูกตรวจพบหรือเข้ามอบงานตัว จะถูกจำกัดสิทธิ์การเดินทางเข้าไต้หวันเป็นเวลานานถึง 8 ปี

นายชิวฟงกวง ผบ.สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไต้หวัน

2. น่าเชิดชู แรงงานอินโดนีเซียเก็บกระเป๋าสตางค์ได้นำส่งสถานีตำรวจ เจ้าของสุดดีใจ สื่อไต้หวันชื่นชมแรงงานต่างชาติ

         เมื่อกลางเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา 2 แรงงานอินโดนีเซียที่เมืองเจียอี้ เก็บกระเป๋าสตางค์ของชาวไต้หวันได้ นำส่งสถานีตำรวจเพื่อคืนให้เจ้าของ เนื่องจากสื่อภาษาจีนไม่ได้ ตำรวจต้องใช้แอพมือถือแปลภาษาจึงรู้วัตถุประสงค์และสถานที่เก็บกระเป๋าสตางค์ได้ ซึ่งตำรวจสามารถตามหาเจ้าของมารับคืนภายในเวลาสั้นๆ เจ้าของดีใจมาก เพราะในกระเป๋าสตางค์มีบัตรสำคัญหลายใบ และขอให้ตำรวจติดต่อแรงงานอินโดนีเซียทั้ง 2 เพื่อแสดงความขอบคุณ

         ในไต้หวันมีกฎหมายระบุชัดเจนว่า ผู้เก็บทรัพย์สินเงินทองของผู้อื่นได้ หากไม่นำส่งคืนให้เจ้าของ จะถูกแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์ และผู้เก็บทรัพย์สินเงินทองของผู้อื่นได้ เมื่อนำส่งคืนให้เจ้าของมีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนคิดเป็น 10% ของมูลค่าทรัพย์สินเงินทองที่เก็บได้ แต่พลเมืองดีส่วนใหญ่เก็บกระเป๋าสตางค์ของผู้อื่นได้ นำไปส่งสถานีตำรวจ ไม่ได้หวังค่าตอบแทนแต่อย่างใด

2 แรงงานอินโดนีเซียเก็บกระเป๋าสตางค์นำส่งสถานีตำรวจเพื่อคืนให้เจ้าของ เนื่องจากสื่อภาษาจีนไม่ได้ ตำรวจต้องใช้แอพมือถือแปลภาษาจึงรู้วัตถุประสงค์และสถานที่เก็บกระเป๋าสตางค์ได้

3. อยู่ไต้หวันใช้เวลาว่างก็เรียนจบ ป.ตรีได้! เชิญชวนแรงงานไทยในไต้หวัน สมัครเรียนมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชจากสำนักงานแรงงานไทย ไทเป

อยู่ไต้หวันใช้เวลาว่างก็เรียนจบ ป.ตรีได้! แรงงานไทยในไต้หวันสามารถใช้เวลาว่างเว้นจากการทำงาน สมัครเรียนมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ รูปแบบมหาวิทยาลัยเปิดและใช้ระบบการศึกษาทางไกลแห่งเดียวในประเทศไทย แม้จะจบเพียง ม. 3 ก็สมัครเรียนได้ ขณะนี้มีแรงงานไทยในไต้หวันทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จนสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาบัตรปริญญาตรีไปแล้วหลายสิบคนแล้ว และอยู่ในระหว่างเรียนประมาณ 20 คน

         สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดจากสำนักงานแรงงานไทย ไทเปได้ ที่ 02-27011413 #215 ขอสายคุณน้ำฝน

นางลัพธวรรณ วอลช์ ผอ. สนร. ไทเป มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับนางอธิชา โล๋ และ น.ส. ญาณัจฉรา แซ่หวู่ 2 ชาวไทยในไต้หวันที่เรียนจบ ป.ตรี มสธ.

4. คุณบุญสันต์ บัณฑิตใหม่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วอีกหลายท่าน แบ่งปันประสบการณ์การเรียน มสธ. ผ่านสำนักงานแรงงานไทย...คลิกฟังคำให้สัมภาษณ์จากรายการออนไลน์

คุณบุญสันต์ บัณฑิตใหม่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เชิญชวนเพื่อนแรงงานไทย ใช้เวลาว่างเว้นจากการทำงาน เรียนต่อกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผ่านสำนักงานแรงงาน ไทเป