สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2562

  • 06 July, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
เรือนจำซินจู๋ เป็นเรือนจำแห่งแรกในเอเชียที่นำเอาระบบสุนัขเรือนจำมาใช้เมื่อ 13 ปีที่แล้ว

1. มาตรการใหม่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป

          สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกของเดือนก.ค.เริ่มครึ่งหลังของปี รัฐบาลไต้หวันประกาศใช้มาตรการใหม่ๆหลายมาตรการ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในไต้หวันของเพื่อนผู้ฟังได้แก่

1 ก.ค.เป็นต้นไป ไต้หวันมีกฎหมายและมาตรการใหม่ๆ  หลายอย่างเริ่มมีผลบังคับใช้ โดยเฉพาะด้านการจราจร

         1) ห้ามให้หลอดดูดพลาสติกแก่ลูกค้า ร้านค้าในหน่วยงานราชการ สถานศึกษาของรัฐ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า รวมถึงร้านอาหารฟาสต์ฟูด จะไม่ให้หลอดดูดพลาสติกแก่ลูกค้า หลังจากที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารสามารถให้หลอดดูดที่เป็นทำจากวัสดุที่ย่อยสลายได้ ร้านค้าที่ฝ่าฝืนครั้งแรกจะถูกเตือน 1 ครั้งหากทำผิดซ้ำจะถูกปรับเป็นเงินตั้งแต่ 1,200-6,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป คาดแต่ละปีสามารถลดการใช้หลอดพลาสติกได้100 ล้านหลอด

ห้ามร้านค้าในหน่วยงานราชการ สถานศึกษาของรัฐ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า รวมถึงร้านอาหารฟาสต์ฟูด ให้หลอดดูดพลาสติกแก่ลูกค้าอีกต่อไป

        2) ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่จักรยานทั่วไป  จักรยานไฟฟ้า ปรับ 600-1,200 เหรียญไต้หวัน หากปฏิเสธไม่ยอมรับการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ มีโทษปรับ 2,400 เหรียญไต้หวัน

         ขี่รถจักรยานยนต์เมาแล้วขับครั้งแรก ปรับตั้งแต่ 15,000-90,000 เหรียญไต้หวัน ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ขับรถยนต์เมาแล้วขับ จากเดิมปรับ ตั้งแต่ 19,500-90,000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นเป็นปรับตั้งแต่ 30,000-120,000 เหรียญไต้หวัน หากภายใน 5 ปี กระทำผิดเมาแล้วขับซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จะลงโทษปรับด้วยอัตราโทษสูงสุด จักรยานยนต์ 90,000 เหรียญ รถยนต์ 85,000- 120,000 เหรียญ เมาแล้วขับซ้ำตั้งแต่ครั้งที่ 3 ขึ้นไป บวกโทษปรับเพิ่มครั้งละ 90,000 เหรียญ ปฏิเสธไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์มีโทษปรับเพิ่ม ตั้งแต่ 90,000-180,000 เหรียญไต้หวัน ภายใน 5 ปี กระทำผิดซ้ำตั้งแต่ครั้งที่ 2 ขึ้นไป ปรับเพิ่มครั้ง 180,000 เหรียญ  นอกจากถูกปรับแล้ว ยังถูกพักใบอนุญาตขับขี่ ครั้งแรกรถจักรยานยนต์ ถูกพัก 1 ปี รถยนต์ 2 ปี

         นอกจากนี้ ผู้ที่โดยสารที่นั่งมากับคนขับที่เมาแล้วขับ อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจะถูกลงโทษปรับ 600-3,000 เหรียญไต้หวัน อายุ 20 ปีขึ้นไปปรับ 1,500-1,900 (กลางคืน) 2,200-3,000 (กลางวัน) ฐานไม่ห้ามปรามคนขับแล้วยังนั่งรถร่วมไปด้วย

ผู้โดยสารที่นั่งมากับคนขับที่เมาแล้วขับ จะถูกลงโทษปรับเงินสูงสุด 3,000 เหรียญ ฐานไม่ห้ามปรามแถมยังนั่งรถร่วมไปด้วย

         3) ขึ้นรถเมล์ในกรุงไทเปและนครนิวไทเป ต้องแตะบัตรทั้งขาขึ้นและขาลง ผู้ฝ่าฝืนจะไม่ได้รับส่วนลดค่าโดยสารเมื่อต่อรถไฟฟ้า หรือจักรยานยูไบค์

         4) รถยนต์ที่จอดในที่จอดรถสาธารณะในกรุงไทเปนานเกินกว่า 30 วัน จะถูกลากไปยังยังลานจอดรถยนต์ที่ทำผิดกฏจราจรเวลา 15 วัน หากไม่ยอมจ่ายค่าจอดรถภายในเวลา 15 วันจะถูกขายทอดตลาดภายในเวลา 3 เดือน

         5) ผู้ขับขี่รถยนต์รถจักรยานยนต์ต้องรอให้คนพิการทางสายตาเดินข้ามทางม้าลาย ไม่ว่าจะไฟแดงหรือไฟเขียว ฝ่าฝืนปรับ  2,400-7,200 เหรียญไต้หวัน

         นำสิ่งของไปวางบนทางม้าลายเป็นอุปสรรคต่อการจราจรปรับ 3,000-6,000 เหรียญไต้หวัน หากทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตปรับ 6,000-12,000 เหรียญไต้หวัน

         6) ทำสิ่งของตกหล่นบนทางด่วน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาทำความสะอาดมากกว่า 30 นาทีขึ้นไปปรับ 3,000 เหรียญไต้หวันต่อ 1เลน

2. สุนัขเรือนจำ ทำประโยชน์ 2 ชั้นให้กับผู้ต้องขังและสุนัขจรจัด

         แนะนำเรือนจำซินจู๋ เรือนจำไต้หวันที่มีเอกลักษณ์ ทำประโยชน์ 2 ชั้นให้กับผู้ต้องขังและสุนัขจรจัด ด้วยการปรับอุปนิสัยและอารมณ์ของผู้ต้องขัง ให้มีความภาคภูมิใจและเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา โดยเรือนจำซินจู๋เปิดคอร์สฝึกสุนัขจรจัด ทั้งนักโทษและสุนัขจรจัดต่างพบคุณค่าชีวิตใหม่

เรือนจำซินจู๋ เป็นเรือนจำแห่งแรกในเอเชียที่นำเอาระบบสุนัขเรือนจำมาฝึกฝนผู้ต้องขัง 

         อย่างที่เรารูดีว่า น้องหมา สัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนซื่อสัตว์ของมนุษย์ นอกจากเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคนจำนวนมากแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นหมานำทางของคนพิการ เป็นสุนัขกู้ภัย สุนัขดมกลิ่นตรวจจับสิ่งเสพติดให้โทษเป็นต้น แต่คงจะมีน้อยคนนักที่รู้ว่า น้องหมายังเป็นสุนัขเรือนจำ ช่วยขัดเกลาอุปนิสัยของผู้ต้องขัง และช่วยให้หลังพ้นโทษแล้วมีอาชีพมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ช่วยฟื้นฟูความมั่นใจ หรือจะเรียกน้องหมาเหล่านี้ เป็นหมอสุนัขก็ไม่ผิด

ภาพบรรยากาศการฝึกสุนัขของผู้ต้องขัง (ภาพจาก udn.com)

         ทัณฑสถานที่ว่านี้ ได้แก่เรือนจำซินจู๋  ริเริ่มนำเอาระบบสุนัขเรือนจำมาใช้ตั้งแต่ปีค.ศ. 2006 โดยมีครูฝึกสุนัขที่มีความเชี่ยวชาญมาสอนเทคนิคการฝึกสุนัขจรจัดให้แก่ผู้ต้องขัง สุนัขจรจัดที่ผ่านการฝึกแล้ว เปิดให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจรับไปเลี้ยงต่อไปได้ โครงการนี้ สร้างความผูกพันระหว่างผู้ต้องขังกับสุนัขจรจัด ไม่เพียงแต่ช่วยให้สุนัขจรจัดจำนวนมากมีบ้านมีเจ้าของ มีคนดูแลเอาใจใส่ จนกลับมาเป็นสุนัขที่ฉลาด เป็นที่รักของผู้รับไปเลี้ยงแล้ว ยังทำให้ผู้ต้องขังได้รับการฝึกฝนด้านจิตใจ มีความอดทน ทำให้ตระหนักและเคารพในชีวิต ไม่ว่าจะชีวิตคนหรือชีวิตสัตว์ ส่งผลให้ 13 ปีที่ผ่านมา ทำสถิติใหม่ ยังไม่ปรากฎผู้ต้องขังที่เข้าร่วมโครงการสุนัขเรือนจำ หลังพ้นโทษแล้ว กระทำผิดซ้ำถูกจับเข้าเรือนจำอีก

ภาพการฝึกสุนัขของผู้ต้องขัง (ภาพจาก chinatimes.com)

           เรือนจำซินจู๋  นำเอาระบบสุนัขเรือนจำมาใช้เป็นแห่งแรกของเอเชีย สุนัขจรจัดที่เข้าโครงการสุนัขเรือนจำของเรือนจำซินจู๋ จัดส่งให้โดยสมาคมสัตว์เลี้ยงจรจัดวั่งๆ ส่วนใหญ่จะมีอายุไม่เกิน 1 ปี และมีท่าทางฉลาด อาจารย์เฉินจวี้หลง ครูฝึกสุนัขชื่อดังเดินทางไปช่วยสอนเทคนิคการฝึกสุนัขจรจัดให้แก่ผู้ต้องขังเป็นประจำทุกวันพฤหัสบดี ผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจมาก ผู้ต้องขังไม่เพียงได้ความมั่นใจกลับคืนมา ทำให้เกิดความรักและคุ้มครองสัตว์ เรียนรู้การรักและคุ้มครองตัวเอง ให้คุณค่ากับชีวิต และสุนัขจรจัดที่ไม่มีผู้ให้ความรัก หลังจากได้รับการฝึกฝนแล้ว สามารถอยู่เป็นเพื่อนผู้ต้องขังชราและผู้ที่ต้องขังยาว ด้วยการปลอบใจและให้การสนับสนุนทางใจ ยังสามารถช่วยเจ้าหน้าที่เรือนจำเดินตรวจตรา คอยระวังคุ้มครอง และเปิดให้ประชาชนมารับไปเลี้ยงได้ด้วย จนถึงขณะนี้ ฝึกฝนสุนัขจรจัดจนจบคอร์สแล้ว 76 ตัว ในจำนวนนี้ ถูกคนรักน้องหมารับไปเลี้ยงแล้ว 70 ตัว และในจำนวนนี้ มี 4 ตัว เจ้าของที่รับไปเลี้ยงก็คือนักโทษที่พ้นโทษแล้วนั่นเอง

สุนัขจรจัดที่ผ่านมการฝึกมาแล้ว ฉลาด แสนรู้ เปิดให้ประชาชนรับไปเลี้ยง

          โครงการนี้ กล่าวได้ว่านำประโยชน์ 2 ชั้นมาสู่ผู้ต้องขังกับสุนัขจรจัด กล่าวคือ ทั้งผู้ต้องขังและสุนัขจรจัด ที่ถูกสังคมมองว่าเป็นชีวิตชายขอบ ต่างค้นพบคุณค่าแห่งการดำรงชีวิตอยู่ต่อไปซึ่งกันและกัน

ยังมีการเปิดสอนวิชาตัดแต่งขนและเสริมสวยน้องหมา เพื่อให้ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษแล้วไปประกอบธุรกิจของตัวเองได้