ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2562

  • 26 July, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
ภาคเกษตรขาดแคลนแรงงานหนัก

1. สื่อไต้หวันชื่นชม 2 แรงงานไทยรักสัตว์ ทำงานครบ 12 ปีแล้ว เสียค่าใช้จ่ายกว่า 50,000 พาสุนัขและแมวจรจัดกลับประเทศไทยด้วย

      ท่ามกลางเสียงประท้วงพฤติกรรมฆ่า-กินสุนัขและแมวของแรงงานบางชาติ กลับมีเสียงชื่นชมแรงงานไทย 2 สามีภรรยาที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน รับเลี้ยงดูสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก แต่ละเดือนควักเงินส่วนตัวหลายพันเหรียญเพื่อซื้ออาหารและพาไปรักษาโรค เมื่อทำงานครบ 12 ปีแล้วต้องเดินทางกลับประเทศ ยังทำเรื่องและซื้อตัวเครื่องบินพาน้องหมา 1 ตัว แมวอีก 5 ตัวกลับประเทศไทยด้วย การปฏิบัติและดูแลสัตว์เลี้ยงของแรงงานไทยคู่นี้ ได้รับการยกย่องจากกองคุ้มครองสัตว์นครเกาสงว่า เป็นผู้ที่ทำได้จริงตามสโลแกนเลี้ยงแล้วไม่ทอดทิ้ง และสื่อต่างๆ ในไต้หวันรายงานข่าวนี้ในเชิงชื่นชม

น.ส.ทวีวรรณ ธนะวงค์กับน้องหมาชื่อหย่างเล่อตัว หรือยาคูลล์ สุนัขจรจัดพันธุ์พื้นเมืองของไต้หวัน ภาพนี้ถ่ายที่บ้านในจังหวัดพะเยา (ภาพจากคุณทวีวรรณ)

      แรงงานไทยที่ได้รับการเชิดชูทั้ง 2 ได้แก่ น.ส.ทวีวรรณ ธนะวงค์ และนายนริทร์ สุขสอน จากอําเภอจุน จังหวัดพะเยา ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยาที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน 2 โรงงานจนครบ 12 ปีแล้ว โดยเดินทางมาทำงานที่โรงงานในไทเปเป็นแห่งแรกเป็นเวลา 3 ปี จากนั้นเดินทางมาทำงานที่บริษัทจิ้นทงเคมีคอลอินดัสเทรียล ซึ่งเป็นโรงงานขนาดครอบครัวผลิตสก็อตเทปยี่ห้อ King Wawk ที่เขตกังซาน นครเกาสงเป็นเวลา 9 ปี ในระหว่างที่ทำงานอยู่ในโรงงานแห่งที่ 2 นี้เอง น.ส.ทวีวรรณ ซึ่งเป็นคนรักสัตวเลี้ยงอยู่แล้ว มีโอกาสรับเลี้ยงสุนัขและแมว เพราะรอบๆ โรงงานมีแมวจรจัดหลายตัวออกลูกแล้วทิ้ง ลูกแมวตัวเล็กๆ วิ่งไปมาอยู่ในโรงงานอันตรายมาก เพราะมีรถโฟล์คลิฟท์ลำเลียงสินค้า อาจทับลูกแมวเหล่านี้ได้ นายจ้างจึงสอบถามความประสงค์ในการนำแมวไปเลี้ยงจากคนงานไทยในโรงงาน ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน 6 คู่ น.ส.ทวีวรรณรับอาสาทันที และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงดูแลน้องหมาและน้องแมว

น้องแมวจรจัดสัญชาติไต้หวันโชคดีที่เจอเจ้าของคนไทยใจเมตตา  (ภาพจากคุณทวีวรรณ)

      น.ส.ทวีวรรณเล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกเนื่องจากไม่มีความรู้ในเรื่องการทำหมันให้กับแมวและไม่รู้จะไปทำที่ไหนด้วย ทำให้แมวจรจัดที่รับเลี้ยงเพิ่มจำนวนมากขึ้นต่อเนื่อง จนช่วงสูงสุดรับเลี้ยงแมวจรจัดถึง 60 ตัว นอกจากต้องควักเงินส่วนตัวซื้ออาหารและพาแมวที่ป่วยเป็นโรคไปรักษาและฝังชิพลงทะเบียนแล้ว ยังต้องทำความสะอาดทั่วบริเวณโรงงานที่เหล่าน้องแมวทำความสกปรกและถ่ายเรี่ยราดทิ้งไว้ด้วย ต่อมามีชาวไต้หวันใจดีเห็นว่า แรงงานต่างชาติต้องเลี้ยงดูแมวจรจัดจำนวนมากเพียงลำพัง จึงแนะนำให้พาไปทำหมันที่โรงพยาบาลสัตว์ แรกๆ ตนไม่มั่นใจว่าจะช่วยเหลือด้วยความจริงใจหรือไม่ เกรงจะถูกหลอกนำไปปล่อย แต่ชาวไต้หวันผู้นี้รับประกันและชวนให้ไปด้วยกัน ตนจึงตกลงทดลองนำแมววัยเจริญพันธุ์ 2 ตัวไปทำหมันก่อน ในราคาตัวละ 2,000 เหรียญสำหรับแมวตัวเมีย และ 1,500 เหรียญสำหรับแมวตัวผู้ จากนั้นได้ทยอยนำแมวทั้งหมดไปทำหมัน สัตวแพทย์เห็นตนซึ่งเป็นแรงงานต่างชาติ แต่ดูแลแมวจรจัดอย่างเต็มควักเงินส่วนตัวทำหมันให้กับแมวจรจัด จึงลดราคาให้เหลือตัวละ 700 เหรียญ หลังมีการทำหมันและฝังชิพแล้ว จำนวนแมวจรจัดจึงไม่ได้เพิ่มขึ้น และทยอยลดลง เพราะแมวบางตัวที่โตเต็มที่แล้ว หายไปโดยไม่ได้กลับมาอีก

      อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ โรงงานมีการเปลี่ยนนายจ้าง นายจ้างใหม่ไม่ชอบให้แมวเข้าไปในโรงงาน จึงรับลูกสุนัขมาจากบ้านพักพิงสุนัขจรจัดมาตัวหนึ่ง เป็นหมาพื้นบ้านไต้หวันมาให้ยามรักษาการณ์เลี้ยง เพื่อไว้ไล่แมวไม่ให้เข้าไปเพ่นพ่านในโรงงาน แต่ยามไม่ได้เอาใจใส่ดูแลน้องหมาเท่าที่ควร ตนรู้สึกสงสารจึงแอบเอาอาหารไปให้กิน เกิดความผูกพันกับน้องหมาตัวน้อยนี้เป็นอย่างมาก นายจ้างเห็นตนดูแลน้องหมาตัวนี้เป็นอย่างดี จึงมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบดูแล ขณะที่ตนแบ่งเวลาว่างจากการทำงาน มาดูแลสัตว์เลี้ยงตัวโปรดเหล่านี้ โดยได้แรงช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานทั้งที่เป็นชาวไต้หวันและแรงงานไทยด้วยกัน

น.ส.ทวีวรรณ ธนะวงค์ ผู้รักษ์สัตว์ ได้รับการชื่นชมจากหน่วยงานและสื่อไต้หวันเป็นอย่างมาก (ภาพจากคุณทวีวรรณ)

      ต่อมาเมื่อต้นปี 2561 เป็นช่วงเวลาทีน.ส.ทวีวรรณทำงานในไต้หวันใกล้ครบ 12 ปี ต้องเดินทางกลับบ้าน ในอดีตทุกครั้งตนและสามีลากลับบ้านไปพักร้อน จะฝากน้องหมาและแมวให้เพื่อนร่วมงานช่วยดูแล แต่ครั้งนี้ เมื่อครบสัญญาแล้ว ต้องเดินทางกลับโดยไม่สามารถกลับมาทำงานต่อ จึงมีความคิดที่จะพาน้องหมา 1 ตัว และน้องแมวซึ่งยังเหลืออยู่ 5 ตัว กลับประเทศไทยด้วย แต่ไม่รู้จะเริ่มที่ขั้นตอนไหน โชคดีที่ได้ลูกสาวนายจ้าง ล่ามและบริษัทจัดหางานไต้หวันให้ความช่วยเหลือ ตนวิ่งขึ้นลงไทเปและเกาสง ทำเรื่องพาสุนัขและแมวทั้ง 6 ตัวกลับประเทศไทย ด้วยการพาไปตรวจโรค ฉีดวัคซีนและขอใบรับรองต่างๆ จากนั้นยื่นขออนุญาตนำสัตว์เลี้ยงออกนอกประเทศ และติดต่อยื่นคำร้องขออนุญาตนำสัตว์เข้าในราชอาณาจักรต่อด่านกักกันสัตว์ของไทย หลังได้รับอนุญาตแล้วก็ซื้อกรงและจองตั๋วเครื่องบินให้กับสัตว์เลี้ยงทุกตัว รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินเรื่องประมาณ  50,000 เหรียญ ซึ่งน.ส.ทวีวรรณ กล่าวขอบคุณนายจ้างบริษัทจิ้นทง ล่ามและบริษัท SHOU SHIN ALIENS LABOURER AGENCY CO., LTD. กองคุ้มครองสัตว์นครเกาสง ตลอดจนเพื่อนร่วมงานทั้งไต้หวันและไทยที่ให้ความช่วยเหลือในการทำเรื่องกลับ แถมยังได้บริจาคเงินซื้อกรงและตั๋วเครื่องบินของน้องหมาด้วย ขณะนี้ น.ส.ทวีวรรณ และสามีอาศัยอยู่ที่จังหวัดพะเยาว์กับลูกๆ และน้องหมาน้องแมวทั้งหกตัวอย่างมีความสุข โดยนำเงินที่เก็บได้จากการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเป็นทุนไปประกอบธุรกิจค้าขายออนไลน์ ด้วยการไปเรียนเทคนิคการตัดต่อคลิป และเปิดสอนทางออนไลน์ น.ส. ทวีวรรณกล่าวว่า....   

2. แรงงานสูงวัย แถมยังขาดแคลนหนัก ช่างไม้แบบวันละ 2,800 เหรียญยังหาคนเข้าทำงานไม่ได้ วงการก่อสร้างไต้หวันเป็นห่วงเทคนิคฝีมือจะขาดช่วง

        ปัญหาเกิดน้อย แต่อยู่นาน กำลังบั่นทอนศักยภาพในการแข่งขันของไต้หวัน ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานไปแทบทุกวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมการก่อสร้าง ที่ในอดีตไต้หวันมีชื่อเสียงไม่น้อยหน้าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ปัจจุบัน เจ้าของบริษัทก่อสร้างทั้งหลาย ต่างร้องโอดครวญหาคนงานก่อสร้างทั้งระดับล่าง ระดับกลางจนถึงระดับสูงไม่ได้ ทำให้โครงการก่อสร้างสำคัญหลายโครงการต้องล่าช้าออกไป เพราะไม่มีผู้รับเหมากล้าไปประมูล เนื่องจากกลัวหาคนงานเข้าทำงานไม่ได้นั่นเอง

บริษัทก่อสร้างไต้หวันโอดครวญ หาคนงานเข้าทำงานไม่ได้ นำเข้าแรงงานต่างชาติเงื่อนไขค่อนข้างเข้มงวด (ภาพจาก udn.com)

        ภาวะขาดแคลนแรงงานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไซต์งานทุรกันดารเท่านั้น แม้แต่โครงการรอบๆ เมืองก็เช่นกัน อย่างงานซ่อมบำรุงทางด่วนใกล้ตัวเมืองหรือโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน จำเป็นต้องเลื่อนกำหนดแล้วเสร็จออกไปจากเดิมอีก 3 ปี เลื่อนเปิดใช้งานต้นปี 2567 เนื่องจากขาดแคลนแรงงานและบริษัทรับเหมาไม่มั่นใจจะนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ตามต้องการ

โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวนหลังที่ 3 ต้องล่าช้ากว่ากำหนด 3 ปี เพราะหาคนงานเข้าทำงานไม่ได้

        นายเฉินเจ๋อเหริน ผอ.ฝ่ายก่อสร้างที่ 1 กรมทางด่วน กระทรวงคมนาคมกล่าวว่า โครงการก่อสร้างที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านขึ้นไป มีสิทธิ์ยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ ดังนั้น ปัจจุบันโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ล้วนร้องว่า หาคนงานท้องถิ่นเข้าทำงานไม่ได้ จะต้องนำเข้าแรงงานต่างชาติ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานก่อสร้างทางด่วนผู้นี้กล่าวว่า ทุกวันนี้ โครงการก่อสร้างสำคัญไม่สามารถหาแรงงานท้องถิ่นเข้าทำงานได้ ทำให้ผู้ประกอบการหวั่นเกรงกันว่า เทคนิคด้านการก่อสร้าง จะขาดช่วง ไม่มีผู้สืบทอดฝีมือในงานก่อสร้างต่อไป

งานก่อสร้างในชนบทยิ่งหาคนงานเข้าทำงานได้ยาก

        ภาวะขาดแคลนแรงงานดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะทำให้โครงการก่อสร้างล่าช้าออกไป ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือ โครงการก่อสร้างจำนวนมากขาดผู้ประมูล เนื่องจากผู้รับเหมาไม่มั่นใจจะแล้วเสร็จตามกำหนดเวลาได้ เพราะขาดแคลนแรงงาน ผู้ประกอบการจำนวนมากกล่าวว่า แม้จะจ่ายค่าจ้างสูง อย่างเช่น ช่างไม้แบบทั่วไป จ่ายค่าจ้างวันละ 2,800 เหรียญ แต่ก็ยังหาคนงานท้องถิ่นเข้าทำงานไม่ได้ ดังนั้นจึงเรียกร้องรัฐบาล ทบทวนผ่อนลายมาตรการและเงื่อนไขการนำเข้าแรงงานต่างชาติในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้รับเหมาสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้มากขึ้น มิเช่นนั้น จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของไต้หวันอย่างหนัก

แม้แต่งานก่อสร้างในตัวเมืองยังหาคงานได้ยากเช่นกัน

3. ภาคเกษตรขาดแคลนแรงงานหนัก ต้องอาศัยแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงาน ทำอัตราส่วนการหลบหนีนายจ้างของแรงงานต่างชาติยังคงสูงลิ่ว

        แม้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพยายามลดจำนวนชาวต่างชาติที่พำนักและทำงานในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย ด้วยการผลักดันโครงการลดหย่อนโทษให้ชาวต่างชาติเหล่านี้เข้ามอบตัว ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาจนถึง 30 มิ.ย. ที่ผ่านมานี้ สามารถส่งกลับชาวต่างชาติผิดกฎหมาย ซึ่งรวมแรงงานที่หลบหนีนายจ้างและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่อยู่เลยกำหนดวีซ่า 25,967 คน แต่ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ ยังคงสูงประมาณ 50,000 คน สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่จำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีไม่ได้ลดน้อยลงไป มาจากมีนายจ้างว่าจ้างและมีที่ไป โดยเฉพาะภาคการเกษตร เนื่องจากไต้หวันยังไม่อนุญาตให้ภาคการเกษตรนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ แม้จะประกาศให้กิจการฟาร์มโคนม สามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ แต่โควตาน้อยมาก และมีเงื่อนไขเข้มงวด ส่งผลเกษตรกรเจ้าของสวนจำนวนหนึ่ง ลักลอบว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงาน

งานเกษตรเป็นอีกประเภทหนึ่งที่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ต้องเสี่ยงใช้คนงานต่างชาติผิดกฎหมาย

        สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเมืองหยุนหลินกล่าวว่า แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายจำนวนมาก หลบซ่อนตัวทำงานตามไร่สวนต่างๆ คล้ายชนเผ่าเร่ร่อนที่เคลื่อนย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ และเพื่อความอยู่รอด นายจ้างจำนวนไม่น้อยยอมถูกปรับหรือแม้กระทั่งยอมเสี่ยงต่อการดำเนินคดีทางอาญา ยังมีการว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายต่อไป ยกตัวอย่างโรงงานคัดบรรจุผักและผลไม้แห่งหนึ่งในเมืองหยุนหลิน เพิ่งจะถูกจับข้อหาว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย 13 คนไปหมาดๆ ไม่นานต่อมา ได้รับแจ้งและตรวจพบว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายอีก 25 คน คราวนี้ จับนายจ้างและนายหน้าเถื่อนดำเนินคดีทางอาญา เจ้าหน้าที่ถึงกับส่ายหัวและถามว่า ไม่กลัวติดคุกหรือไง นายจ้างตอบว่า กลัวซิ แต่กลัวโรงงานไปไม่รอดมากกว่า

โรงงานคัดบรรจุผักและผลไม้แห่งหนึ่งในเมืองหยุนหลิน ถูกจับข้อหาว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายติดต่อกัน 2 ครั้ง 

        จากคดีข้างต้น จะเห็นได้ว่า ภาวะขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตรอยู่ในระดับรุนแรงจนถึงขั้นวิกฤตแล้ว ที่นาๆ ดีๆ นับหมื่นไร่ต้องถูกทิ้งให้รกร้าง เพราะไร้คนทำ เกษตรกรบางคนที่ยังทู่ซี้ทำต่อไป ก็ต้องแอบว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงาน ซึ่งต้องเผชิญกับการลงโทษปรับเงินจำนวนมาก จึงมีการเรียกร้องให้รัฐบาลส่วนกลาง โดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน พิจารณาทบทวนห้ามนำเข้าแรงงานภาคการเกษตร มิเช่นนั้น ที่นาและไร่สวนในเมืองต่างๆ ทางภาคกลาง จะต้องถูกทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า นอกจากนี้ เทคโนโลยีทางการเกษตร ซึ่งเป็นสิ่งภาคภูมิใจของไต้หวัน ก็จะไร้การสืบทอดอย่างน่าเสียดาย  

ตามไร่สวนทางภาคกลางและภาคใต้ของไต้หวัน จะพบเห็นแต่แรงงานสูงวัย

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง