ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

  • 23 August, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
ปัญหายาเสพติดในกลุ่มแรงงานต่างชาติรุนแรงขึ้น

1. ไต้หวันปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเดือนละ 700 เหรียญ เป็น 23,800 เหรียญ เริ่มใช้ 1 ม.ค. 63

      เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานไต้หวันได้เรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีหน้า หลังจากใช้เวลาเจรจาต่อรองกันนานกว่า 6 ชาวโมง ที่ประชุมมีมติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือน 3.03% หรือปรับขึ้นเดือนละ 700 เหรียญ จากปัจจุบัน 23,100 เหรียญเป็น 23,800 เหรียญ ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงสำหรับคนท้องถิ่นที่ทำงานหารายได้เสริมหรือผู้ทำงานเป็นรายชั่วโมง ปรับจากชั่วโมงละ 150 เหรียญเป็น 158 เหรียญ ปรับขึ้น 5.33%  

คณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำจัดการประชุมเมื่อ 14 ส.ค. ที่ผ่านมานี้

      แรงงานที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ มีจำนวน 2,381,000 คน ประกอบด้วยแรงงานท้องถิ่นที่แจ้งเอาประกันกองทุนประกันภัยแรงงาน ณ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในวงเงินค่าจ้างขั้นต่ำจำนวน 1.36 ล้านคน แรงงานต่างชาติที่ทำงานในภาคการผลิตจำนวน 465,000 คน และยังมีแรงงานท้องถิ่นหรือนักศึกษาที่ทำงานเป็นรายชั่วโมงจำนวน 556,000 คน กลุ่มนี้จะได้รับค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงจากปัจจุบันชั่วโมงละ 150 เหรียญ เพิ่มเป็น 158 เหรียญ

     กระทรวงแรงงานจะนำมติที่ประชุมดังกล่าว เสนอต่อสภาบริหาร หลังได้รับอนุมัติแล้ว จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 ทั้งนี้ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินขึ้นบริหารประเทศเมื่อปี 2559 เป็นต้นมา มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำติดต่อกัน รวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ปีแล้ว โดยในปี 2557 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำยังอยู่ที่เดือนละ 19,273 เหรียญ ต่อมาในปี 2558 ปรับขึ้น 3.81% เป็น 20,008 เหรียญ ปี 2560 ปรับขึ้นเป็น 21,009 เหรียญ ปี 2561 ปรับเป็น 22,000 เหรียญ ปี 2562 ที่ผ่านมา ปรับเป็น 23,100 เหรียญ และปีใหม่ 2563 จะปรับขึ้นเป็น 23,800 เหรียญไต้หวัน

     และเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ประกาศอย่างเป็นทางการ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือน 23,800 เหรียญ ค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงสำหรับคนท้องถิ่นที่ทำงานหารายได้เสริมหรือผู้ทำงานเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 158 เหรียญ มีผลใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป

นางสวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงานประการมติที่ประชุมปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 700 เหรียญ

2. โหด! แรงงานเวียดนามทวงหนี้พนัน จับเพื่อนร่วมชาติทรมานไลฟ์สด เรียกค่าไถ่ 20 เท่าของหนี้ที่ติดค้าง ถูกตำรวจเถาหยวนจับได้ทั้งแก๊ง

      เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ นายหว่าน แรงงานเวียดนามที่เดินทางมาทำงานในเขตหลูจู๋ นครเถาหยวน เนื่องจากเล่นหวยเวียดนามติดค้างหนี้การพนันร่วม 70,000 เหรียญไต้หวัน ไม่มีเงินจ่ายถูกเจ้าหนี้ซึ่งเป็นแรงงานเวียดนามเช่นกันพร้อมพวกจับตัวไปขังอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในเมืองซินจู๋ เรียกค่าไถ่จากพ่อแม่ของลูกหนี้ เป็นเงิน 1,100 ล้านด่อง หรือ 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือประมาณ 20 เท่าของจำนวนหนี้ที่ติดค้าง โดยได้ทุบตีและทรมานลูกหนี้ และใช้สื่อโซเชียลไลฟ์สด เมื่อพ่อแม่ของนายหว่านเห็นลูกชายถูกทรมานกับตา ต้องรีบไปขอยืมเงินจากญาติพี่น้องและแหล่งกู้เงินนอกระบบ แล้วโอนเงินเข้าบัญชีตามจำนวนและบัญชีที่แรงงานเวียดนามแก๊งนี้เจาะจง

แรงงานเวียดนามจับเพื่อนร่วมชาติทรมานไลฟ์สด เรียกค่าไถ่ 20 เท่าของหนี้พนัน ถูกตำรวจเถาหยวนจับได้ทั้งแก๊ง

      เพื่อนของนายหว่านที่ทราบเรื่อง เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ได้โทรศัพท์แจ้งความต่อสถานีตำรวจเขตหลูจู๋ ทางตำรวจจึงมีการตรวจสอบและวางแผนช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกลักพาตัวรายนี้ จนเมื่อบ่ายวันที่ 8 ส.ค. อัยการจากสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นเถาหยวน สนธิกำลังจากหลายหน่วยงาน บุกทะลายบ้านพักของแรงงานเวียดนามกลุ่มนี้ จับกุมนายเหวียน อายุ 21 ปี หัวโจกและพวก รวม 4 คน เป็นชาย 3 หญิง 1 พร้อมช่วยเหลือนายหว่านซึ่งอยู่ในสภาพถูกซ้อมอย่างสะบักสะบอมจนมีบาดแผลทั่วร่างกายออกมาได้ นำส่งรักษาที่โรงพยาบาล โดยขณะนี้นายหว่านอาการปลอดภัยแล้ว

แรงงานเวียดนามจับเพื่อนร่วมชาติทรมานไลฟ์สด เรียกค่าไถ่ 20 เท่าของหนี้พนัน ถูกตำรวจเถาหยวนจับได้ทั้งแก๊ง

      ตำรวจแถลงว่า นายหว่าน อายุ 27 ปี เล่นหวยใต้ดินเวียดนามกับแรงงานชาติเดียวกัน ซึ่งมีนายเหวียนเป็นหัวโจก ติดหนี้ประมาณ 70,000 เหรียญไต้หวันแต่ไม่มีกำลังจะจ่าย ถูกนายเหวียนและพวกอีก 3 คนจับตัวไปขังไว้ที่บ้านพักในเมืองซินจู๋ ตั้งแต่คืนวันที่ 2 ส.ค. โดยมีการทุบตีทรมาน แล้วใช้มือถือของนายหว่านเองโทรศัพท์หาพ่อแม่และถ่ายคลิปเหตุการณ์ให้ได้ชมแบบสดๆ เรียกค่าไถ่เป็นเงิน 20 เท่าของหนี้ที่ติดค้าง พ่อแม่ของเหยื่อเมื่อเห็นลูกชายถูกทำร้ายและทรมาน ต้องรีบไปยืมเงินจากญาติพี่น้องและแหล่งเงินกู้นอกระบบ จากนั้นโอนเงินเข้าบัญชีตามที่เจาะจง

      ทางฝ่ายตำรวจหลังจากช่วยเหลือนายหว่านออกมาได้และจับกุมแรงงานเวียดนามแก๊งนี้ดำเนินคดีแล้ว กองความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมปราบปรามคดีอาญา สำนักงานตำรวจ ได้ประสานไปยังตำรวจเวียดนาม ขอให้ระงับบัญชีของแรงงานเวียดนามแก๊งนี้ เพื่อเอาเงินคืนให้แก่พ่อแม่ของนายหว่าน

      ขณะเดียวกัน โฆษกสำนักงานตำรวจกล่าวเรียกร้องแรงงานต่างชาติว่า การทำงานอยู่ในต่างแดน จะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของท้องถิ่นนั้นๆ อย่าข้องแวะอบายมุขต่างๆ ไม่ว่าจะยาเสพติดให้โทษ เล่นการพนันหรือดื่มสุรา ฯลฯ และได้เรียกร้องนายจ้าง บริษัทจัดหางาน ควรจะให้ความห่วงใยและดูแลเอาใจใส่แรงงานต่างชาติของตนที่ว่าจ้าง

แรงงานเวียดนามจับเพื่อนร่วมชาติทรมานไลฟ์สด เรียกค่าไถ่ 20 เท่าของหนี้พนัน ถูกตำรวจเถาหยวนจับได้ทั้งแก๊ง

3. แรงงานผิดกฎหมายชาวอินโดนีเซียและเวียดนามจับมือขายยาเสพติดให้แรงงานต่างชาติและชาวไต้หวันถูกจับดำเนินคดี

      นายเหวียน วาน ต่วน แรงงานผิดกฎหมายชาวเวียดนาม ขายยาเสพติดในเขตพื้นที่ภาคกลาง กลุ่มลูกค้าไม่เพียงแต่มีแรงงานต่างชาติเท่านั้น ยังมีชาวไต้หวันด้วย โดยจับมือกับนายอามาน แรงงานผิดกฎหมายชาวอินโดนีเซีย ป้อนยาเสพติดซึ่งกันและกัน และเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ จะไม่ส่งข้อความหรือพูดคุยทางเมสเซ็นเจอร์ถึงสถานที่ส่งมอบยาเสพติด แต่ใช้มือถือถ่ายป้ายบ้านเลขบริเวณจุดรับของให้กัน ทำให้ตำรวจตรวจสอบยากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในที่สุดก็ถูกจับจนได้ และเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ ถูกอัยการสั่งฟ้องข้อหาค้ายาเสพติดให้โทษ ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ผลิต ลำเลียงขนส่งหรือจำหน่ายยาเสพติดประเภท 2 ได้แก่เมล็ดฝิ่น กัญชา แอมเฟตามีน มีโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป (ปรับไม่เกิน 7 ล้านเหรียญไต้หวัน)

อาคารศาลท้องถิ่นไทจง

      ในสำนวนฟ้องของอัยการระบุว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ตำรวจตรวจพบและจับกุมนายเจิ้ง ชายชาวไต้หวันข้อหาเสพและมีแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จากการสอบสวนพบแหล่งซื้อยาเสพติดมาจากนายเหวียนวานต่วน อายุ 28 ปี แรงงานผิดกฎหมายชาวเวียดนาม ซึ่งใช้เฟซบุ๊กเมสเซ็นเจอร์ ติดต่อและขายแอมเฟตามีนให้แก่นายเจิ้ง จำนวน 7 กรัม ในราคา 13,000 เหรียญไต้หวัน เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ปีนี้ วันรุ่งขึ้นนายเหวียนยังได้ส่งรูปภาพและข้อความอีกว่า มีก้อนใหญ่กว่า หากต้องการต้องเร็ว ตำรวจจึงเกลี้ยกล่อมนายเจิ้งให้ความร่วมมือ ล่อซื้อยาเสพติดอีก จนสามารถจับกุมนายเหวียนได้

      นายเหวียนให้การซักทอดไปถึงนายอามาน แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายอีกรายหนึ่งว่า ทั้งสองจับมือกันป้อนยาเสพติดซึ่งกันและกัน บางครั้งลูกค้าต้องการซื้อยาเสพติดในปริมาณมาก จะขอให้นายอามานป้อนยาเสพติดให้ตนก่อน ตำรวจตามไปจับกุมนายอามานได้อีก 1 คน จากการสอบสวนพบว่า นายอามาน นอกจากป้อนยาเสพติดให้นายเหวียนแล้ว ยังเป็นเอเย่นต์รายใหญ่สำหรับขายยาเสพติดจำพวกแอมเฟตามีนให้แก่แรงงานอินโดนีเซียในเขตพื้นที่ภาคกลาง และมีเพื่อนร่วมชาติเป็นลูกค้าเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ สำนักงานอัยการไทจง สั่งฟ้องแรงงานต่างชาติทั้ง 2 ในข้อหากระทำผิดต่อกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ ผลิต ลำเลียงขนส่งหรือจำหน่ายยาเสพติดประเภท 2 ได้แก่เมล็ดฝิ่น กัญชา แอมเฟตามีน มีโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 7 ปีขึ้นไป (ปรับไม่เกิน 7 ล้านเหรียญไต้หวัน)

ปัญหายาเสพติดในกลุ่มแรงงานต่างชาติรุนแรงขึ้น

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง