สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2562

  • 07 September, 2019
  • อัญชัน ทรงพุทธิ์
ร้านสะดวกซื้อ OK-MART ผุดไอเดีย สั่งซื้อและส่งมอบของขวัญบนก้อนเมฆ

1. วันศุกร์ที่ 13 ก.ย. 62 เป็นวันไหว้พระจันทร์ สัปดาห์หน้ามีวันหยุดต่อเนื่องกัน 3 วัน ระหว่าง 13-15 ก.ย. 62

          เทศกาลไหว้พระจันทร์กำลังเวียนมาบรรจบอีกครั้ง ปีนี้วันไหว้พระจันทร์ตรงกับวันศุกร์ที่ 13 ก.ย. ทำให้สัปดาห์หน้าไต้หวันมีวันหยุดติดต่อกัน 3 วัน 

          สืบเนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีพายุไต้ฝุ่น 2-3 ลูกที่พัดเฉียดเข้าใกล้ ทำให้สภาพอากาศไต้หวันแปรปรวน มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เตือนระวังเป็นไข้หวัด และยิ่งใกล้ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ความต้องการพืชผักผลไม้เพิ่มสูงขึ้น ราคาจึงถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไต้ฝุ่นทำเขตพื้นที่เพาะปลูกฝนตกหนัก พืชผักพลไม้ขึ้นราคา

2. คนไต้หวันนิยมส่งมอบของขวัญให้ญาติมิตร ลูกค้า หรือบุคคลที่ต้องติดต่อธุรกิจ ในช่วงเทศกาลสำคัญ

          การส่งมอบของขวัญในช่วงเทศกาลสำคัญ อาทิ ตรุษจีน ไหว้พระจันทร์หรือไหว้บ๊ะจ่าง ในอดีตต้องเดินทางไปส่งมอบให้ด้วยตนเอง ต่อมาเริ่มนิยมใช้เมสเซนเจอร์  และพัฒนาเป็นธุรกิจโลจิสติกส์ในปัจจุบัน กระนั้นก็ดี ในช่วงเทศกาลมีคนใช้บริการมากเป็นพิเศษ บ.โลจิสติกส์ จะไม่รับประกันว่าจะสามารถส่งของทันกำหนดเวลา เหมือนช่วงเวลาปกติ

ชาวไต้หวันนิยมส่งมอบของขวัญให้ญาติมิตร ลูกค้า หรือบุคคลที่ต้องติดต่อธุรกิจ ในช่วงเทศกาลสำคัญ อย่างวันไหว้พระจันทร์

3. ร้านสะดวกซื้อ OK-MART ผุดไอเดีย สั่งซื้อและส่งมอบของขวัญบนก้อนเมฆ (雲端禮盒)

          ร้านสะดวกซื้อ OK-MART ผุดไอเดีย สั่งซื้อและส่งมอบของขวัญบนก้อนเมฆ (雲端禮盒) ลูกค้าสามารถโหลด แอปพลิเคชั่น ของ OK-MART ชื่อ OKAPP และเข้าไปเลือกซื้อสินค้าที่ OKmall เมื่อสั่งซื้อสินค้าแล้วจะได้รับ รหัสสินค้า สามารถส่งรหัสนี้ให้ผู้รับของขวัญ ผ่านทาง Line หรือ SMS จากนั้นสามารถไปรับของขวัญที่ร้านสะดวกซื้อ OK-MART สาขาใกล้บ้านได้ ทำให้หมดกังวลเรื่องของขวัญจะถึงมือผู้รับช้าเกินไป

ร้านสะดวกซื้อ OK-MART ผุดไอเดีย สั่งซื้อและส่งมอบของขวัญผ่านระบบคลาวด์ (雲端禮盒)

3. พ่อแม่ชาวไต้หวัน มอบเงินเป็นของขวัญแก่ลูกได้ปีละ 2.2 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยไม่ต้องเสียภาษีการให้ 10%

          สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีข่าวหนึ่งที่แม้จะไม่ใช่เป็นข่าวการเมืองหรือเป็นข่าวใหญ่โตอะไรมากมาย แต่ได้รับความสนใจและมีการพูดถกเถียงกันอย่างมากในสังคมของไต้หวัน นั่นคือข่าวมีคนลืมกระเป๋าสัมภาระไว้บนรถไฟความเร็วสูง ที่สำคัญข้างในใส่เงินสด 3 ล้านเหรียญไต้หวันเต็มกระเป๋า พนักงานรถไฟความเร็วสูงพบและแจ้งความ หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นของ ส.ส.คนดังของพรรครัฐบาล เจ้าของก็รับว่าจริงและให้ลูกชายไปรับคืนกลับไปแล้ว ข่าวนี้ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะปัจจุบัน ไม่ค่อยมีใครขนเงินสดก้อนเบ้อเริ่มไปไหนมาไหน แถมกระเป๋าใบดังกล่าว ไม่ได้ล็อกกุญแจ เจ้าทิ้งไว้บนรถเป็นเวลานานกว่าจะนึกขึ้นได้ว่า กระเป๋าใส่เงินสด 3 ล้านเหรียญใบดังกล่าวลืมไว้บนรถ ทำให้มีคนคิดไปต่างๆ นาๆ ส่อไปในทำนองมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลกันหรือไม่?

          เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา บนรถไฟความเร็วสูง ขบวนที่วิ่งจากภาคใต้มายังภาคเหนือ หลังจากรถเทียบท่าและผู้โดยสารลงไปหมดแล้ว พนักงานพบกระเป๋าสัมภาระใบหนึ่ง ไม่ได้ล็อคกุญแจและไม่มีเจ้าของ เปิดออกมาดู ถึงกับตะลึง เป็นเงินเต็มกระเป๋า นับได้ 3 ล้านเหรียญ จึงแจ้งความ หลังจากตรวจสอบแล้ว พบว่าเจ้าของกระเป๋าใบดังกล่าวเป็นของนานเฉินหมิงเหวิน ส.ส. ส.ส.พรรคดีพีพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล โดยบอกว่าเป็นเงินให้ลูกชายคนเล็กไปลงทุนทำธุรกิจเปิดร้านชานมไข่มุกที่ฟิลิปปินส์

          ผู้คนแสดงความเห็นต่างๆ นานๆ เช่น เป็นเงินบริจาคทางการเมืองหรือไม่ ถ้าเป็นเงินที่พ่อแม่ให้แก่ลูก ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีหากไม่เกิน 2.2 ล้านต่อปี มีการเลี่ยงภาษีการรับและการให้หรือไม่ และการนำเงิน 3 ล้านไปลงทุน ทำไมไม่ใช้วิธีโอนผ่านธนาคาร ฯลฯ

          จากเรื่องนี้ ก็เลยอยากจะนำเอาภาษีการให้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาษีมรดกของไต้หวันมาเล่าให้ฟังว่า ในไต้หวันหากพ่อแม่หรือบุคคลใดก็ตาม มอบเงินหรือสิ่งของ บ้านหรือที่ดินมูลค่าเกิน 2.2 ล้านเหรียญแต่ไม่เกิน 25 ล้านเหรียญไต้หวันต่อปีให้แก่ลูกหรือบุคคลใดบุคลหนึ่งในลักษณะให้โดยเสน่หา จะต้องเสียภาษี 10% และ 15% ส่วนที่เกิน 25 ล้านเหรียญ แต่ไม่เกิน 50 ล้านเหรียญ และ 20% ในส่วนที่เกิน 50 ล้านเหรียญไต้หวัน เพราะฉะนั้น พ่อแม่ที่ฉลาด จะทยอยถ่ายโอนทรัพย์สินให้แก่ลูกปีละไม่เกิน 2.2 ล้านเหรียญ โดยไม่ต้องเสียภาษีการให้

          ส่วนการนำเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศ ถ้าเป็นเงินสดเหรียญไต้หวัน ห้ามเกิน 100,000 เหรียญไต้หวัน ถ้าเป็นเงินตราต่างประเทศมูลค่าต้องไม่เกิน 10,000 USD. หากเกินจากนี้ ต้องขออนุญาตก่อน มิเช่นนั้น ส่วนที่เกินจะถูกยึด

          สำหรับการโอนเงิน เนื่องจากมีการปฏิบัติอย่างเข้มงวดตามกฎหมายต่อต้านการฟอกเงิน การโอนเงินแต่ละครั้งหากเกิน 500,000 เหรียญ ธนาคารมีหน้าที่ต้องตรวจสอบผู้โอนและผู้รับว่ามีปัญหาหรือไม่?

นายเฉินหมิงเหวินนำภาพบันทึกจากกล้อง CCTV ออกมาโชว์เพื่อยืนยันว่าเงินขนออกจากบ้านของ แต่ยังไมาสามารถดับกระแสความข้องใจได้