ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562

  • 25 October, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
แรงงานไทยเป็นแรงงานต่างชาติชุดแรกที่เดินทางมาทำงานในไซต์งานก่อสร้างของไต้หวัน
ไต้หวันเปิดให้แรงงานต่างชาติเข้าร่วมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาขับรถยกและควบคุมเครนได้เป็นครั้งแรก

1. ไต้หวันเปิดนำเข้าครบ 30 ปี แรงงานต่างชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในสังคมไต้หวันไปแล้ว นักวิชาการเรียกร้องรัฐบาลเปลี่ยนแนวความคิดจากสกัดกั้น อนุญาตให้ย้ายถิ่นเพื่อดึงดูดให้แรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันได้อย่างถาวรต่อไป

        ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมายเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2532 แรงงานต่างชาติชุดแรกที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันเป็นคนงานไทย ทำงานในไซต์งานก่อสร้างทางด่วนสาย 3 ระยะเวลาผ่านไป 30 ปี ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติกว่า 710,000 คน กระจายทำงานในภาคส่วนต่างๆ ของไต้หวัน อาทิ ภาคการผลิต ก่อสร้าง ประมง และภาคสวัสดิการสังคม กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดเสียมิได้ของสังคมไต้หวันไปแล้ว นักวิชาการด้านแรงงานกล่าวเรียกร้องรัฐบาลทบทวนนโยบายของเมื่อ 30 ปีที่แล้ว จากการนำเข้าเพื่อทดแทนภาวะขาดแคลนแรงงานและพยายามสกัดกั้นไม่ให้แรงงานต่างชาติย้ายถิ่น มาเป็นแรงงานต่างชาติช่วยสร้างโอกาสทำงานให้กับแรงงานท้องถิ่น และภายใต้สถานการณ์ที่อัตราการเกิดตกต่ำ ภาวะขาดแคลนแรงงานไม่สามารถจะแก้ไขได้ รัฐบาลควรจะมองการณ์ไกล พิจารณาให้มีการย้ายถิ่น เพื่อดึงดูดให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมืออยู่ทำงานในไต้หวันตลอดไป แน่นอน นี่ไม่ใช่เป็นประเด็นของกระทรวงแรงงานแต่เพียงกระทรวงเดียว แต่เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องนำมาขบคิด

โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในไต้หวัน ส่วนใหญ่ว่าจ้างแรงงานไทย

        เพื่อสนองความต้องการด้านแรงงานสำหรับโครงการเมกกะโปรเจกต์ของรัฐระยะ 6 ปี คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ซึ่งก็คือกระทรวงแรงงานในอดีต อนุญาตให้นำเข้าแรงงานก่อสร้างเป็นชุดแรก เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 30 ปีที่แล้ว 2 ปีต่อมา ประกาศอนุญาตให้ผู้ประกอบการภาคการผลิตที่ขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง 6 ประเภทรวม 15 ตำแหน่งงาน ประกอบด้วยอุตสาหกรรมทอและฟอกย้อมผ้า อุตสาหกรรมโลหะขั้นมูลฐาน หล่อและหลอมโลหะ อุตสาหกรรมโลหะภัณฑ์ อุตสาหกรรมผลิตและประกอบเครื่องจักรกล อิเลคทรอนิกส์และเครื่องจักรไฟฟ้า สามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้

อุตสาหกรรมทอและฟอกย้อมผ้าขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ต้องพึ่งพาคนงานต่างชาติ

        นอกจากอุตสาหกรรมการผลิตแล้ว เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2535 อนุญาตให้องค์กรหรือครอบครัวที่มีผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ช่วยตนเองไม่ได้ นำเข้าผู้อนุบาลต่างชาติได้ รวมถึงผู้ช่วยงานบ้าน และลูกเรือประมงต่างชาติ ส่วนทางด้านภาคการผลิตก็ขยายประเภทอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงานและสามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้จากเดิม 6 ประเภท 15 ตำแหน่งงานมาเป็น 68 ประเภทอุตสาหกรรม

ภาคการผลิตได้รับอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ

        เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2535 คณะกรรมการการแรงงานในสมัยนั้น ประกาศเกณฑ์การจัดเก็บค่าบริการจัดหางานและค่าบริการดูแลของบริษัทจัดหางานที่เป็นผู้จัดส่งและดูแลแรงงานต่างชาติ ประกาศนี้ เป็นที่มาของการอนุญาตให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าบริการดูแลจากแรงงานต่างชาติได้ จากนั้นมีการปรับประเภทกิจการที่อนุญาตให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ โดยเพิ่มกิจการชำแหละเนื้อสัตว์และภาคการเกษตร จนกระทั่งยอดจำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2562 แรงงานต่างชาติในไต้หวันมีจำนวน 711,001 คน ทำงานในภาคการผลิต 452,412 คน ภาคสวัสดิการสังคม 258,589 คน ในจำนวนนี้ เป็นผู้อนุบาลในองค์กร 15,200 คน ผู้อนุบาลในครัวเรือน 241,562 คน และผู้ช่วยงานบ้าน 1,826 คน

ผู้อนุบาลต่างชาติกว่า 240,000 คน ทำงานดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุอยู่ในบ้านของนายจ้าง

        ด้านประเทศผู้ส่งออกจากที่อนุญาตให้ส่งออกแรงงานมาทำงานที่ไต้หวันได้ 6 ประเทศ แต่ปัจจุบันส่งออกจริง 4 ประเทศ ได้แก่ไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ส่วนมองโกเลียและมาเลเซียไม่มีการส่งออกแรงงานมายังไต้หวันเลย และในจำนวน 4 ประเทศที่ส่งออกแรงงานมายังไต้หวัน อินโดนีเซียส่งออกมากที่สุด 271,583 คน ซึ่งส่วนใหญทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน เวียดนามอยู่อันดับ 2 มีจำนวน 223,433 คน ตามด้วยฟิลิปปินส์ 155,560 คน ส่วนแรงงานไทยจากแรกเริ่มครองแชมป์มีจำนวนมากเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด จนถึงปี 2549 ถูกอินโดนีเซียเบียดตกลงมา จนปัจจุบันเหลือจำนวนเพียง 60,423 คน  

เรือประมงของไต้หวันต้องพึ่งพาลูกเรือประมงจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

        ศจ.เฉิงจือเยว  จากสถาบันวิจัยแรงงาน มหาวิทยาลัยแห่งชาติเจิ้งจื้อ (NCU) กล่าวว่า นโยบายด้านแรงงานควรมองการณ์ไกลไปถึง 10-20 ปีข้างหน้าว่า ความพึ่งพิงแรงงานต่างชาติของไต้หวันเป็นเช่นไร ปัจจุบัน ไต้หวันไม่เพียงแต่ประสบปัญหาอัตราการเกิดที่ตกต่ำและภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรงเท่านั้น ยังต้องแข่งขันกับประเทศอื่นๆ เช่นญี่ปุ่นเป็นต้น ให้เงื่อนไขที่ดีกว่าเพื่อดึงดูดแรงงานต่างชาติไปทำงาน ไต้หวันนอกจากได้เปรียบในเรื่องความเคารพด้านสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังควรพิจารณาในแง่มุมให้สิทธิ์แก่แรงงานต่างชาติที่มีทักษะสามารถย้ายถิ่นเพื่อดึงดูดให้อยู่ทำงานในไต้หวันตลอดไป และแน่นอน คงไม่ใช่เป็นภาระหน้าที่ของกระทรวงแรงงานเพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น

นักวิชาการเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณานโยบายแรงงานต่างชาติที่มีทักษะให้สามารถย้ายถิ่นอยู่ทำงานในไต้หวันได้ตลอดไป

        ด้าน รศ. ซินปิ่งหลงจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันชี้ว่า ในอดีต ไต้หวันจะใช้นโยบายสกัดกั้น เกรงว่าการนำเข้าแรงงานต่างชาติในจำนวนที่มากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น โดยเฉพาะแรงงานสูงอายุอาจตกงาน แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะกิจการที่เป็นงานหนัก มีความเสี่ยงสูงและอันตราย ไม่สามารถหาแรงงานท้องถิ่นเข้าทำงานได้ ส่งผลให้ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก โครงสร้างแรงงานเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก นโยบายด้านแรงงานก็ควรเปลี่ยนตามไปด้วย ไม่ควรมองจากจำนวนแรงงานต่างชาติ แต่ควรจะพิจารณาจากมุมมองการนำเข้าแรงงานต่างชาติ จะช่วยสร้างโอกาสการทำงานให้แก่แรงงานท้องถิ่นมากน้อยเท่าไหร่ อย่างไร?  

นักวิชาการกล่าวว่า แรงงานต่างชาติมีส่วนช่วยให้แรงงานท้องถิ่นมีงานทำมากขึ้น

2. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติของไต้หวัน มีแรงงานต่างชาติขอใช้ข้อสอบภาษาแม่กำกับถึง 293 คน ยื่นขอใช้ข้อสอบที่มีภาษาไทยกำกับ 22 คน

        การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติครั้งที่ 3 ประจำปี 2562 ได้จัดส่งใบอนุญาตสอบเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีกำหนดจะจัดการสอบในวันที่ 3 พ.ย. นี้ โดยการทดสอบครั้งนี้ จัดเป็นครั้งแรกที่อนุญาตให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบด้านการขับรถยกและควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้าสามารถยื่นขอใช้ข้อสอบภาษาต่างประเทศได้ ปรากฎว่า มีแรงงานต่างชาติยื่นขอใช้ข้อสอบภาษาแม่ 293 คน ในจำนวนยื่นขอใช้ข้อสอบภาษาไทย 22 คน

ไต้หวันเปิดให้แรงงานต่างชาติเข้าร่วมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาขับรถยกและควบคุมเครนได้เป็นครั้งแรก

        ศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยว่า การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติครั้งที่ 3 ประจำปี 2562 มีผู้สมัครสอบจำนวน 75,250 คน ได้เพิ่มข้อสอบภาคทฤษฎีที่มีภาษาอินโดนีเซีย เวียดนาม อังกฤษและไทย ภาษาใดภาษาหนึ่งกำกับ หรือข้อสอบที่เป็นเสียงอ่านภาษาจีน ให้แรงงานต่างชาติได้เลือกสอบได้ตามแต่ความถนัด โดยต้องระบุในใบสมัครและเลือกได้วิธีเดียวเท่านั้น ปรากฎว่า มีแรงงานต่างชาติสมัครสอบและยื่นขอใช้ข้อสอบที่มีภาษาแม่กำกับจำนวน 293 คน ในจำนวนนี้ เป็นคนงานอินโดนีเซียสมัครเข้าร่วมการทดสอบควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้าและขอใช้ข้อสอบภาษาอินโดนีเซียจำนวน 22 คน ในส่วนการทดสอบขับรถยกหรือโฟล์คลิฟท์ ยื่นขอใช้ข้อสอบภาษาเวียดนาม 95 คน ภาษาอินโดนีเซีย 79 คน ภาษาอังกฤษ 75 คน และภาษาไทย 22 คน โดยแรงงานต่างชาติเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะนายจ้างส่งเข้าร่วมการทดสอบ

ไต้หวันเปิดให้แรงงานต่างชาติเข้าร่วมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาขับรถยกและควบคุมเครนได้เป็นครั้งแรก

       ศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงานเตือนว่า การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติครั้งที่ 3 ประจำปี 2562 ได้จัดส่งใบอนุญาตสอบเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีกำหนดจะจัดการสอบในวันที่ 3 พ.ย. นี้ ผู้เข้าร่วมการทดสอบจะต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของตนว่าถูกต้องหรือไม่? และต้องไปตรวจสถานที่สอบตามที่ระบุในใบอนุญาตสอบให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการเดินทางผิดที่ ทำให้เสียโอกาสในการสอบ

ไต้หวันเปิดให้แรงงานต่างชาติเข้าร่วมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาขับรถยกและควบคุมเครนได้เป็นครั้งแรก

       แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตจำนวนไม่น้อย มีความจำเป็นต้องขับรถโฟล์คลิฟท์ หรือควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้า ทาวเวอร์เครนเพื่อขนย้ายหรือลำเลียงวัสดุอุปกรณ์ในโรงงานหรือไซต์งาน ซึ่งต้องผ่านการอบรมและมีใบรับรองผ่านการทดสอบ แต่ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติมีปัญหาด้านภาษา ทำให้การสอบใบรับรองเป็นเรื่องยาก กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงเปิดให้แรงงานต่างชาติสอบใบรับรองขับรถโฟล์คลิฟท์และควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้าได้ โดยให้เลือกข้อสอบภาษาจีนที่มีภาษาต่างประเทศภาษาใดภาษาหนึ่งกำกับ ได้แก่ ภาษาไทย เวียดนาม อินโดนีเซียและอังกฤษ หรือเลือกข้อสอบที่เป็นเสียงอ่านภาษาจีนได้

ไต้หวันเปิดให้แรงงานต่างชาติเข้าร่วมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาขับรถยกและควบคุมเครนได้เป็นครั้งแรก

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง