ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2562

  • 01 November, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
ของกลางเป็นซิมการ์ดค่ายต่างๆ ที่ยังไม่ได้แจก 2,000 ใบ

1. ส.ส.ไต้หวันเสนอขยายเวลาทำงานผู้อนุบาลต่างชาติจาก 14 ปีเป็น 23 ปี แต่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา กระทรวงแรงงานเน้น การขยายระยะเวลาทำงาน สู้อนุญาตให้แรงงานต่างชาติย้ายถิ่นไม่ได้

        เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมานี้ คณะกรรมาธิการสังคม สวัสดิการ สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติของไต้หวัน มีการพิจารณากฎหมายการจ้างงาน ในที่ประชุม มีส.ส.หลายคนเสนอให้ขยายระยะเวลาทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติจากปัจจุบันที่อนุญาตให้ทำงานได้ไม่เกิน 14 ปี เป็น15 ปี 20 ปีและ 23 ปี โดยส.ส.เหล่านี้กล่าวว่า ผู้อนุบาลส่วนใหญ่อยู่ดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอยู่ในครอบครัวของนายจ้าง มีความผูกพันกลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวไปแล้ว แต่เมื่อทำงานครบ 14 ปี จะต้องเดินทางกลับประเทศ นายจ้างต้องหาคนใหม่มาเริ่มต้นกันใหม่ เป็นการเพิ่มภาระให้กับครอบครัวที่ต้องว่าจ้างผู้อนุบาล

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการสังคม สวัสดิการ สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติของไต้หวัน เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 62

        นายหลินหมิงอวี้ รมช.กระทรวงแรงงานกล่าวว่า จากข้อมูลเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในไต้หวันมีผู้อนุบาลต่างชาติในครัวเรือน 241,074 คน ในจำนวนนี้ อายุการทำงานใกล้ครบ 14 ปีมี 5,023 คน ด้านนางหวงชิวกุ้ย อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า สำหรับระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติ สังคมของไต้หวันมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป การขยายระยะเวลาแบบไม่มีที่สิ้นสุดไม่ใช้วิธีแก้ปัญหาที่ดี ควรจะนำมาพิจารณารวมกับนโยบายการย้ายถิ่นในระยะยาว ซึ่งกฎหมายคนเข้าเมืองและเศรษฐกิจใหม่ ที่คณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติยื่นต่อสภาได้คำนึงถึงจุดนี้แล้ว

กระทรวงแรงงานเน้น การขยายระยะเวลาทำงาน สู้อนุญาตให้แรงงานต่างชาติย้ายถิ่นไม่ได้

        แม้จะมีสมาชิกสภานิติบัญญัติเสนอให้มีการขยายระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้อนุบาล แต่ไม่มีข้อสรุป โอกาสที่จะขยายเวลาทำงานมีน้อย ดังนั้นแทนที่จะมาเสนอประเด็นที่เป็นไปได้ยาก เหล่าส.ส.ควรจะเร่งพิจารณากฎหมายคนเข้าเมืองและเศรษกิจใหม่ให้ผ่านสภาโดยเร็ว น่าจะเป็นทางแก้ปัญหาโดยสิ้นเชิงและถูกต้องที่สุด ทั้งนี้ร่างกฎหมายคนเข้าเมืองและเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งจะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่อยู่ทำงานเกิน 6 ปีและมีทักษะ สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมืออยู่ทำงานในไต้หวันได้โดยไม่จำกัดระยะเวลา ถูกส่งเข้าไปในสภารอการพิจารณา โดยถูกจัดเป็นญัตติเร่งด่วนตั้งแต่การประชุมสภาสมัยที่แล้ว มาในการประชุมสมัยที่ 2 ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาก็ถูกจัดให้เป็นญัตติเร่งด่วนเช่นกัน แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการพิจารณา ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า จะได้รับการพิจารณาผ่านสภาในการประชุมสมัยนี้ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในสิ้นเดือนธันวาคมปีนี้หรือไม่?

ผู้อนุบาลส่วนใหญ่อยู่ดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอยู่ในครอบครัวของนายจ้าง มีความผูกพันกลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวไปแล้ว

2. สตม. ไต้หวันปฏิบัติการพิเศษ วันเดียวตรวจจับชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้ 387 คน ชาวอินโดนีเซียมีจำนวนมากที่สุด

        เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไต้หวันสนธิกำลังกับหน่วยยามฝั่งและกรมสอบสวนคดีเป็นต้น ปฏิบัติการพิเศษตรวจจับชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยทั่วไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย วันเดียวตรวจพบและจับกุมชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้ 387 คน ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าง 240 คน โดยเป็นแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายมากที่สุด 122 คน แรงงานเวียดนาม 112 คน  ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่ไม่เดินทางกลับตามกำหนดจำนวน 147 คน ประกอบด้วยชาวเวียดนาม 82 คน อินโดนีเซีย 51 คน ขณะเดียวกันจับกุมนายหน้าจัดหางานเถื่อน 35 คน นายจ้างว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 140 คน

ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ วันเดียวตรวจจับชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้ 387 คน

        แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ตรวจพบและถูกจับกุมที่นครนิวไทเปหลายคน บนร่างกายสักลายเป็นภาษาจีนมีความหมายว่า ไม่เสียใจ (不後悔 อ่านว่า ปู๋โฮ่วหุ่ย) แรงงานเวียดนามเหล่านี้กล่าวว่า ไม่เสียใจเลยที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน แต่เสียใจที่เลือกเดินทางผิดด้วยการหลบหนีนายจ้าง หากมีโอกาสแก้ตัว จะไม่หลบหนีไปทำงานอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เด็ดขาด

บนร่างกายแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายหลายคนสักลายเป็นภาษาจีน 不後悔 อ่านว่า ปู๋โฮ่วหุ่ย แปลว่า ไม่เสียใจ

        นายชิวฟงกวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยไต้หวันกล่าวว่า โครงการลดหย่อนโทษสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ารายงานตัว ระหว่าง 1 ม.ค.-30มิ.ย. ปีนี้ แม้จะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่เพื่อจูงใจชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยหรือทำงานอย่างผิดกฎหมายในไต้หวัน ให้เข้ารายงานตัวเพื่อเดินทางกลับประเทศ โดยหลักการแล้ว ผู้เข้ามอบตัวจะได้รับอนุญาตไม่ต้องไปอยู่ในสถานกักกัน แต่ต้องเสียอัตราค่าปรับตามกฎหมายดังนี้  

        ไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 2,000 เหรียญไต้หวัน

        11 วันขึ้นไป ไม่เกิน 30 วัน เสียค่าปรับ 4,000 เหรียญไต้หวัน

        31 วันขึ้นไป ไม่เกิน 60 วัน เสียค่าปรับ 6,000 เหรียญไต้หวัน

        61 วันขึ้นไป ไม่เกิน 90 วัน เสียค่าปรับ 8,000 เหรียญไต้หวัน

        91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน

        นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันและอยู่เลยกำหนดวีซ่า จะถูกจำกัดสิทธิ์การเดินทางเข้าไต้หวันเป็นเวลานานถึง 8 ปี

จับแรงงานเวียดนามขายเนื้อหมูที่ตลาดสดในนครนิวไทเป

        จากสถิติใหม่ล่าสุดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2562 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติทั้งหมด 711,001 คนโดยในจำนวนนี้ หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวนทั้งหมด 47,885 คน ในจำนวนนี้ แรงงานอินโดนีเซียมีจำนวนหลบหนีมากที่สุด 22,856 คน ครองอัตราส่วน 47.73% แรงงานเวียดนามอยู่อันดับสอง มีจำนวน 21,861 คน ครองสัดส่วน 45.6% อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,366 คน คิดเป็นสัดส่วน 4.94% สำหรับแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวน 801 คน คิดเป็นสัดส่วน 1.67% ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย 661 คน เพศหญิง 140 คน

3.  ทลายแก๊งหลอกคนงานต่างชาติเปิดซิมแบบเติมเงินฟรี แต่แจกเบอร์เดียว อีก 4 เบอร์ขายต่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในราคาเบอร์ละ 1,500-3,000 เหรียญ แรงงานต่างชาตินับพันอาจตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

      หน่วยต่อต้านแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กรมคดีอาญาของไต้หวัน แต่ละเดือนสั่งปิดเลขหมายโทรศัพท์ที่มีปัญหานับร้อยเบอร์ แต่จากการวิเคราะห์และตรวจสอบพบว่า มีร้านขายซิมโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินหรือพรีเพดการ์ด อาศัยวิธีแจกฟรีแก่แรงงานต่างชาติ แล้วขอถ่ายเอกสารสำคัญ ซึ่งสามารถนำไปยื่นขอเปิดซิมจากค่ายโทรศัพท์ได้ถึง 5 ค่าย ค่ายละ 1 เบอร์ แต่แจกคืนให้แรงงานต่างชาติเพียงเบอร์เดียว อีก 4 เบอร์นำไปขายต่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในราคาเบอร์ละ 1,500-3,000 เหรียญ ตำรวจทลายแก๊งแจกซิมฟรี จับชาวเวียดนามที่เป็นหัวโจกพร้อมพวก 12 คน จ้างแรงงานหญิงเวียดนามเป็นพนักงานเร่แจกซิมตามที่ต่างๆ แล้วนำเอกสารสำคัญของเหยื่อไปยื่นขอเปิดซิมจากค่ายโทรศัพท์เดือนละกว่า 10,000 เลขหมาย ยึดของกลางเป็นซิมการ์ดค่ายต่างๆ ที่ยังไม่ได้แจก 2,000 ใบ หากนำไปขายต่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะได้เงินไม่ต่ำกว่า 3 ล้านเหรียญไต้หวัน

ยึดของกลางเป็นซิมการ์ดแบบเติมเงินของค่ายต่างๆ ที่ยังไม่ได้แจกกว่า 2,000 ใบ

      โฆษกตำรวจแถลงว่า จากการวิเคราะห์เลขหมายโทรศัพท์ที่มีปัญหาพบว่า นายหยิน อายุ 45 ปี อดีตแรงงานชาวเวียดนาม ต่อมาแต่งงานกับคนบ้านเดียวกันตั้งรกรากอยู่ในนครเถาหยวนและยึดอาชีพขายซิมโทรศัพท์มือถือแก่เพื่อนร่วมชาติ โดยร่วมมือกับนายหลิน อายุ 42 ปี ชาวไต้หวัน จ้างหญิงเวียดนามทั้งผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และที่เป็นแรงงานต่างชาติหลบหนีจากนายจ้างจำนวนมาก เร่แจกซิมโทรศัพท์มือถือฟรี ตามโรงพยาบาลในนครเถาหยวนและไทจง สถานที่ชุมนุมของแรงงานต่างชาติ อาทิ ร้านค้าหน้าหรือหลังสถานีรถไฟในเมืองต่างๆ โดยหลอกล่อให้แรงงานต่างชาติว่าเป็นซิมแจกฟรีแถมค่าโทรศัพท์ 50-100 เหรียญ โดยผู้รับต้องแสดงบัตรประจำตัวสำคัญ 2 ใบ ส่วนใหญ่ได้แก่บัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC และบัตรประกันสุขภาพ พนักงานหญิงชาวเวียดนามจะนำไปสแกนหรือใช้มือถือถ่ายเก็บไว้ จากนั้นนำไปยื่นขอเปิดซิมจากค่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 ค่าย ค่ายละ 1 เลขหมาย แต่แจกคืนให้แรงงานต่างชาติเพียงเบอร์เดียว ที่เหลืออีก 4 เบอร์นำไปขายต่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในราคาเบอร์ละ 1,500-3,000 เหรียญ

นายหยิน อายุ 45 ปี อดีตแรงงานชาวเวียดนาม ถูกจับข้อหาแจกซิมฟรีหลอกแรงงานต่างชาติ

      ตำรวจตรวจพบว่า นายหยินยึดอาชีพธุรกิจโทรศัพท์มาเป็นเวลานานถึง 10 ปีแล้ว ปัจจุบัน จ้างคนชาติเดียวกัน ซึ่งมีตั้งแต่หญิงเวียดนามที่มาแต่งงานหรือที่เรียกกันว่าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ รวมถึงแรงงานหญิงเวียดนามที่หลบหนีนายจ้างหลายสิบคน ไปเร่แจกซิมฟรีแก่แรงงานต่างชาติ แล้วนำหลักฐานของคนงาน รวมกับใบยื่นขอเปิดซิมจากค่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 ค่าย ซึ่งมีทั้งที่คนงานลงนามเองและที่พนักงานเซ็นชื่อแทน ซึ่งเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ประมาณ 10,000 เลขหมายต่อเดือน ตำรวจกำลังตรวจสอบแหล่งที่ไปของเลขหมายโทรศัพท์เหล่านี้ คาดว่าจะเกี่ยวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ยึดของกลางเป็นซิมการ์ดแบบเติมเงินของค่ายต่างๆ ที่ยังไม่ได้แจกกว่า 2,000 ใบ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง