ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2562

  • 08 November, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
นายจ้างไต้หวันส่วนใหญ่พึ่งพาบริษัทจัดหางานในการนำเข้าและดูแลแรงงานต่างชาติ

1. กลุ่ม NGO เรียกร้องรัฐบาลห้ามเรือประมงจ้างลูกเรือในต่างประเทศ เนื่องจากตกเป็นเครื่องมือขบวนการค้ามนุษย์ได้ง่าย

      แนวร่วมกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนลูกเรือประมงต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่ม NGO ของไต้หวัน กล่าวเรียกร้องว่า การว่าจ้างลูกเรือประมงในต่างประเทศโดยตรง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน เป็นต้นเหตุของฆาตกรรมกลางทะเลและเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะลูกเรือประมงจากประเทศอาเซียน ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด ดังนั้นไต้หวันควรจะปฏิบัติตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 188 หรือ c188 ว่าด้วยการทำงานในภาคการประมงโดยเร็ว เพื่อยกมาตรฐานกฎหมายให้เทียบเท่าระดับสากล จึงจะช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติอย่างเต็มที่ได้ ตามความคาดหวังของนานาชาติ

ไม่ว่าการว่าจ้างลูกเรือประมงและการทำงานล้วนเกิดขึ้นนอกเขตน่านน้ำ กลายเป็นปัญหาปวดหัวในการบริหารและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกเรือประมง

      แนวร่วมกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนลูกเรือประมงต่างชาติกล่าวว่า องค์การแรงงานระหว่างประเทศได้จัดการประชุมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ลูกเรือประมง หรือโครงการ Sea forum for Fisher ณ เกาะบาหลี อินโดนีเซีย เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเรียกร้องรัฐที่เป็นเจ้าของตลาดและรัฐที่เป็นเจ้าของเรือ จะต้องนำอนุสัญญา c188 ว่าด้วยแรงงานประมงทะเลเป็นพื้นฐานในการปรับแก้กฎหมายเพื่อกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาแรงงานบังคับและค้ามนุษย์ในงานด้านประมง ภายในเวลา 1 ปี จึงเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานดำเนินการปรับแก้กฎหมายตามอนุสัญญา c188 ด้วย

ลูกเรือประมงต่างชาติทำงานและอยู่กินบนเรือเกือบตลอดทั้งปี

      แนวร่วมกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนลูกเรือประมงต่างชาติกล่าวว่า ปัจจุบันนายจ้างเรือประมงของไต้หวัน มีการว่าจ้างลูกเรือประมง 2 ระบบด้วยกัน ระบบแรกคือผ่านการอนุมัติจากกระทรวงแรงงาน ซึ่งนายจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ลูกเรือประมงต่างประเทศจะได้รับการคุ้มครองด้านค่าจ้างและเงื่อนไขการทำงาน ขณะที่มีเจ้าของเรือประมงอีกจำนวนหนึ่ง ไม่ผ่านการอนุมัติจากกระทรวงแรงงาน ทำการว่าจ้างลูกเรือประมงนอกเขตแดนไต้หวัน อย่างที่มาเลเซีย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เป็นต้น ลูกเรือประมงที่ผ่านการว่าจ้างในระบบนี้ ไม่มีหลักประกัน ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง และไม่สามารถตรวจสอบได้ จากสถิติเจ้าของเรือประมงที่ถูกกรมประมงลงโทษเนื่องจากฝ่าฝืนกฎระเบียบพบว่า เรือประมงที่ว่าจ้างลูกเรือประมงต่างชาติโดยไม่ผ่านการอนุญาตของกระทรวงแรงงาน มีสัดส่วนสูงถึง 41% ของเรือประมงที่ถูกลงโทษทั้งหมด ซึ่งโดยมากจะมีการบังคับและขูดรีดลูกเรือประมงต่างชาติ โดยเป็นแรงงานบังคับและแรงงานขัดหนี้ หรือการบังคับใช้แรงงานแทนการชำระหนี้ ซึ่งลูกเรือประมงที่ตกเป็นเหยื่อของแรงงานขัดหนี้ มักถูกหลอกให้ขึ้นเรือทำงานโดยแทบไม่ได้รับ หรือไม่ได้รับค่าแรงเลย ทำให้แทบจะไม่มีโอกาสใช้หนี้ได้

กลุ่ม NGO ไปประท้วงหน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป เรียกร้องรัฐบาลสั่งห้ามเรือประมงจ้างลูกเรือในต่างประเทศ เนื่องจากตกเป็นเครื่องมือขบวนการค้ามนุษย์ได้ง่าย

      แนวร่วมกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนลูกเรือประมงต่างชาติเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานออกประกาศ ห้ามเจ้าของเรือประมงจ้างลูกเรือในต่างประเทศโดยไม่ผ่านการอนุญาตของกระทรวงแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือประมงในเขตหรือนอกเขตน่านน้ำทะเล จะต้องผ่านการอนุมัติของกระทรวงแรงงาน เพื่อให้แรงงานต่างชาติในตำแหน่งลูกเรือประมง ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายทั้งหมด

ลูกเรือประมงต่างชาติในไต้หวันมีทั้งที่ผ่านการอนุญาตว่าจ้างจากกระทรวงแรงงานและเจ้าของเรือประมงว่าจ้างลูกเรือประมงในต่างประเทศ

      จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนสิงหาคมปีนี้ ลูกเรือประมงที่ได้รับอนุญาตว่าจ้างจากกระทรวงแรงงาน 12,381 คน ในจำนวนนี้มาจากอินโดนีเซียมากที่สุด 9,223 คน ฟิลิปปินส์ 1,699 และเวียดนาม 1,429 คน ขณะที่เจ้าของเรือประมงที่ทำการว่าจ้างลูกเรือประมงนอกเขตแดนไต้หวันโดยไม่ผ่านการอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน คาดว่ามีจำนวนพอๆ กับที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน หรืออาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ โดยลูกเรือประมงเหล่านี้ ทำงานหนักแต่ได้รับค่าจ้างน้อย และต้องทำงานอยู่บนเรือกลางทะเลเวิ้งว้างนานหลายเดือน จึงทำให้เกิดเหตุฆาตกรรม ทารุณกรรมบ่อยมาก และเป็นประเด็นที่ไต้หวันถูกรายงานการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ รวมถึงกลุ่ม NGO ทั้งในและต่างประเทศติเตือนและเรียกร้องให้แก้ไขปรับปรุงเป็นประจำ

สภาพเรือประมงเข้าเทียบท่าหลบพายุไต้ฝุ่นที่ท่าเรือซูอ้าว เมืองอี๋หลาน

2. ค่าจ้างขึ้นต่ำ 23,800 เหรียญ เริ่มมีผล 1 ม.ค. 63 แรงงานต่างชาติได้รับค่าจ้างเพิ่มเดือนละ 700 เหรียญ จ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม 24 เหรียญ ขณะที่นายจ้างช่วยจ่ายเพิ่ม 69 เหรียญ รัฐบาลช่วยจ่ายสมทบเพิ่ม 10 เหรียญต่อคนต่อเดือน

      เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่จะปรับขึ้นเป็น 23,800 เหรียญ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ปี 2563 ที่จะถึงนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันได้ประกาศปรับขึ้นวงเงินประกันภัยแรงงาน จากขั้นต่ำสุด 23,100 เหรียญเป็น 23,800 เหรียญตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบจำนวน 2,960,000 คน ในจำนวนนี้ รวมแรงงานต่างชาติภาคการผลิต 450,000 คนด้วย

      ตามที่คณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ มีมติในที่ประชุมเมื่อ 14 สิงหาคมปีนี้ ปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2563 เดือนละ 700 เหรียญ จาก 23,100 เหรียญ เป็น 23,800 เหรียญ หรือปรับขึ้น 3.03% โดยมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. ปี 2563 เป็นต้นไป ทำให้วงเงินขั้นต่ำของประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพ ซึ่งอิงตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อค่าจ้างขั้นต่ำปรับสูงขึ้น ต้องปรับขึ้นตามไปด้วย แน่นอน เบี้ยประกันภัยต้องจ่ายเพิ่มเล็กน้อย

1 ม.ค. 63 แรงงานต่างชาติได้รับค่าจ้างเพิ่มเดือนละ 700 เหรียญ เป็นเดือนละ 23,800 เหรียญไต้หวัน

      ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 63 เป็นต้นไป แรงงานต่างชาติจะได้รับค่าจ้างเดือนละ 23,800 เหรียญ เพิ่มขึ้นเดือนละ 700 เหรียญ ไม่ใช่แค่ค่าจ้างเพิ่มอย่างเดียว ค่าโอทีก็เพิ่มขึ้นด้วย เพราะคิดจากฐานเงินเดือนที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่จ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพเพิ่มเดือนละ 24 เหรียญ แต่นายจ้างนอกจากต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มแล้ว เบี้ยประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพที่ต้องรับผิดชอบให้แก่ลูกจ้างต้องเพิ่ม 69 เหรียญต่อเดือนต่อคน และรัฐบาลต้องจ่ายสมทบให้เพิ่มขึ้น 10 เหรียญต่อคนต่อเดือน

สภาพการทำงานของแรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าแห่งหนึ่งที่นครเถาหยวน

      เบี้ยประกันภัยแรงงานสำหรับแรงงานต่างชาติอยู่ที่ 10% ของวงเงินเอาประกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะอิงกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรือ 23,800 เหรียญ เบี้ยประกันภัยแรงงานที่ต้องจ่ายทั้งหมด 2,380 เหรียญ ในจำนวนนี้นายจ้างจ่าย 70% หรือ 1,666 เหรียญ เพิ่มขึ้นจากเดิมเดือนละ 49 เหรียญ ลูกจ้างรับผิดชอบ 20% หรือ 476 เหรียญ จ่ายเพิ่มเดือนละ 14 เหรียญ  รัฐบาลจ่ายสมทบให้ 10% หรือ 238 เหรียญ จ่ายเพิ่ม 7 เหรียญต่อเดือนต่อคน

      ส่วนประกันสุขภาพซึ่งมีอัตราเบี้ยประกัน 4.69% ของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน นายจ้างจ่าย 60% หรือ 670 เหรียญต่อเดือนต่อคน นายจ้างจ่ายเพิ่มขึ้น 20 เหรียญ ลูกจ้างรับผิดชอบ 30% หรือ 335 เหรียญต่อเดือน ลูกจ้างจ่ายเพิ่ม 10 เหรียญต่อเดือน รัฐบาลจ่ายสมทบให้ 10% หรือ 108 เหรียญ เพิ่มขึ้น 3 เหรียญต่อคนต่อเดือน สรุปปีใหม่นี้เป็นต้นไป แรงงานต่างชาติได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นเดือนละ 700 เหรียญ รวมทั้งค่าโอทีเพิ่มตาม ขณะที่จ่ายเบี้ยประกันเพิ่มเดือนละ 24 เหรียญ นายจ้างจ่ายเพิ่ม 69 เหรียญและรัฐบาลจ่ายเพิ่ม 10 เหรียญต่อคนต่อเดือน

       นับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำติดต่อกันทุกปี โดยเมื่อปี 2559 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นเป็น 20,009 เหรียญ ปี 2560 ปรับเป็น 21,009 เหรียญ 2561 ปรับเป็น 22,000 เหรียญ 2562 ปรับเป็น 23,100 เหรียญ และในปี 2563 ที่จะถึงนี้ จะปรับขึ้นเป็น 23,800 เหรียญ

กลุ่มผู้อนุบาลน่าเห็นใจที่สุด ไม่ได้ปรับขึ้นค่าจ้างตามกฎหมาย แต่ต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มตามไปด้วย

3. ผลการประเมินบริษัทจัดหางานประจำปี 2019 ได้รับเกรด A 333 บริษัท ขณะที่มี 46 บริษัทได้เกรด C หากติดต่อกัน 2 ปีซ้อน จะไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจัดหางานอีกต่อไป

        เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพในการให้บริการของบริษัทจัดหางานในไต้หวัน ขจัดบริษัทจัดหางานที่ไร้คุณภาพและไม่ยอมปรับปรุงแก้ไขให้ออกจากตลาดแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันได้จัดให้มีการประเมินคุณภาพของบริษัทจัดหางานในไต้หวันเป็นประจำทุกปี โดยปี 2019 นี้ มีบริษัทจัดหางานไต้หวันที่เข้ารับการประเมิน 1,420 บริษัท ขณะที่มี 371 บริษัท เนื่องจากได้รับการประเมินเป็นเกรด A ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน จึงได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องเข้ารับการประเมินในปีนี้ และผลการประเมินดังกล่าว กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศแล้ว สามารถเป็นข้อมูลแก่นายจ้างและแรงงานต่างชาติในการเลือกใช้บริการของบริษัทจัดหางาน

ภาพบริษัทจัดหางประท้วงการแก้กฎหมายอนุญาตให้แรงงานต่างชาติต่อสัญญาในไต้หวันได้

        ผลการประเมินพบว่า ในจำนวนบริษัทจัดหางานไต้หวันที่เข้ารับการประเมินในปีนี้ 1,042 บริษัท บริษัทจัดหางานที่ได้รับเกรด A หรือได้รับคะแนนการประเมิน 90 คะแนนขึ้นไป จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน มี 333 บริษัท ครองสัดส่วน 32% บริษัทจัดหางานที่ได้รับเกดร B หรือได้รับคะแนนประเมินระหว่าง 70-89 คะแนน มี 663 บริษัท ครองสัดส่วน 63.6% ส่วนบริษัทจัดหางานที่ได้รับคะแนนประเมินต่ำกว่า 70 คะแนน หรือได้รับเกรด C มี 46 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 4.4% ซึ่งถือเป็นเกรดต่ำสุด จะต้องรีบปรับปรุงแก้ไข และบริษัทใดได้รับเกรด C ติดต่อกัน 2 ปี จะไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจจัดหางานในปีต่อไป หรือต้องปิดตัวเองลง หลังจากที่ใบอนุญาตฉบับปัจจุบันหมดอายุลงแล้ว เท่ากับเป็นการบังคับให้ต้องปิดตัวเองจากตลาดแรงงานไปโดยปริยาย

กระทรวงแรงงานมีควบคุมคุณภาพการให้บริการแรงงานต่างชาติและนายจ้างของบริษัทจัดหางานไต้หวันด้วยวิธีประเมินเป็นประจำทุกปี

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง