ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2562

  • 29 November, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
สาวอินโดผิดกฎหมายกับแฟนหนุ่มชาติเดียวกัน ขโมยตู้เซฟนายจ้างถูกจับ

1. แฉเหลี่ยม 3 แก๊งสาวปินส์ตุ๋นเพื่อนร่วมชาติทั่วไต้หวัน รับโอนเงิน 2 เดือนถึงบ้านให้ดอกและเงินต้นเพิ่ม 1 เท่าตัว แรงงานฟิลิปปินส์ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก

      ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นมา ในไต้หวันปรากฎแก๊งอาชญากรรมที่เป็นชาวฟิลิปปินส์ 3 แก๊ง หลอกเงินแรงงานชาติเดียวกันเป็นการเฉพาะ ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจมีชาวไต้หวันชักใยอยู่เบื้องหลัง สำหรับกลโกงของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ ซึ่งเป็นผู้อนุบาล เดิมเปิดรับโอนเงินใต้ดินให้กับคนบ้านเดียวกันอยู่แล้ว คราวนี้อาศัยเฟซบุ๊กโฆษณาและสร้างแรงจูงใจความอยากรวย โดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนมากๆ กับการลงทุนในระยะสั้นๆ ใครที่จะโอนเงินกลับประเทศ หากยินยอมออมเงินหรือลงทุนเป็นเวลา 2 เดือน ผลตอบแทนหรือเงินที่จะโอนกลับบ้านจะเพิ่มจาก 10,000 เหรียญ เป็น 20,000 เหรียญ เท่ากับว่า 2 เดือน ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยรวมกันเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว แรงงานฟิลิปปินส์จำนวนมากหลงเชื่อ ลงทุนในครั้งหรือ 2 ครั้งแรก ส่งเงินกลับบ้านได้รับเงิน 2 เท่าตามคำโฆษณาจริง ทำให้เหยื่อตายใจและเชื่อสนิท แต่เมื่อเพิ่มวงเดือนลงทุนมากขึ้น ก็จะถูกหลอกเงียบหายไป สูญเงินโดยไม่รู้จะไปเรียกร้องคืนได้จากใคร

แรงงานฟิลิปปินส์ที่ตกเป็นเหยื่อเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก (ภาพจาก Mirror Media)

        แรงงานฟิลิปปินส์ในนครไทจงที่ตกเป็นเหยื่อนับสิบ จึงไปแจ้งความต่อตำรวจ ตำรวจนครไทจงแถลงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า แก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาลฟิลิปปินส์ ซึ่งหารายได้ด้วยการช่วยเพื่อนคนบ้านเดียวกันโอนเงินกลับบ้านอยู่แล้ว คาดว่าน่าจะมีชาวไต้หวันเป็นายทุนใหญ่อยู่เบื้องหลังและสอนเทคนิคการต้มตุ๋นให้ อาศัยกลโกงแบบแชร์ลูกโซ่ฉบับง่าย โฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งไม่จำกัดเขตพื้นที่ โดยขณะนี้ มีขบวนการหากินด้วยการหลอกลวงเพื่อนร่วมชาติใหญ่สุด 3 แก๊งด้วยกัน ได้แก่ Totugn Jevy A Redidon, Vivian Catapang และ Liezl Cordero หัวโจกของทั้ง 3 แก๊ง ล้วนเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือนจากฟิลิปปินส์ พวกเธอจะแต่งชุดไฮโซ ประดับเครื่องเพชรเครื่องทอง โชว์ตัวในเฟซบุ๊ก สร้างแรงจูงใจความอยากรวยให้แก่เพื่อนๆ และจะโฆษณาชวนเชื่อว่า คุณก็ทำได้ หากลงทุนกับเรา โดยอัตราแลกเปลี่ยนเงินเหรียญไต้หวันกับเงินเปโซของฟิลิปปินส์ในปัจจุบันอยู่ที่ 1 เหรียญไต้หวันแลก 1.6 เปโซ ใครที่จะโอนเงินกลับบ้าน หากลงทุน 3 วัน หมายถึงยอมลงทุน 3 วัน แล้วค่อยโอนเงินกลับบ้าน จะได้เพิ่มจาก 1.6 เป็น 1.65 เปโซ 5 วัน ได้ 1.7 เปโซ 10 วันได้ 1.75 เปโซ ลงทุน 60 วันแล้วค่อยโอนเงินกลับจะได้ 3 เปโซ 70 วันได้ 4 เปโซ บางช่วงมีโปรโมชั่นพิเศษ โอน 1 โปโซ ลงทุน 50 วันแล้วค่อยโอนกลับบ้าน จะได้อัตราแลกเปลี่ยน 3.5 เปโซ พูดง่ายๆ คือ ลงทุน 2 เดือน จะได้ผลตอบแทนกว่า 1 เท่า หากคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยตามในไต้หวัน ผลตอบแทนร้อยละ 50 ต่อเดือน สูงจนน่าตกใจ

Totugn Jevy A Redidon, Vivian Catapang และ Liezl Cordero ผู้อนุบาลชาวฟิลิปปินส์ทั้ง 3 เป็นหัวโจกของแก๊งรับโอนเงินต้มตุ๋นเพื่อนร่วมชาติ (ภาพจาก Mirror Media)

ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่สูงจนน่าตกใจมาหลอกล่อให้เพื่อนร่วมชาติที่อยากรวยตกเป็นเหยื่อ (ภาพจาก Mirror Media)

        รายงานกล่าว หัวโจกและลูกมือทั้ง 3 แก๊ง ล้วนแต่เป็นผู้อนุบาลฟิลิปปินส์ เพราะมีเวลาในการประสานติดต่อกับลูกค้า แม้ขณะทำงาน เช่นเข็นอากงหรืออาม่าไปตามสวนสาธารณะ ยังสามารถตอบคำถามหรือส่งข้อความติดต่อกับเหยื่อที่ต้องการจะใช้บริการโอนเงินได้ ประกอบกับจะโฆษณาอ้างว่า มีชาวไต้หวันเป็นนักลงทุนอยู่เบื้องหลัง นำเงินไปลงทุนในกิจการด้านการเงิน และโลหะมีค่า แล้วยังโพสต์ภาพนาฬิกา เครื่องเพชร เครื่องทองและเครื่องใช้หรู โดยอ้างว่า เป็นสินค้าที่ลงทุน กำไรดีมาก จึงจ่ายเงินปันผลได้สูงถึงขนาดนี้ได้

มักจะโพสต์ภาพเครื่องทองล่อใจ โดยอ้างว่าเป็นสินค้าที่ลงทุน กำไรดีมาก จึงจ่ายเงินปันผลได้สูง (ภาพจาก Mirror Media)

        แรงงานฟิลิปปินส์ที่ตกเป็นเหยื่อ กระจายอยู่ทั่วไต้หวัน มีทั้งที่เป็นแรงงานที่ทำงานตำแหน่งผู้อนุบาล ผู้ช่วยงานบ้านและทำงานในโรงงาน นำเงินค่าจ้างที่ได้จากหยาดเหงื่อมาลงทุน หวังจะได้รับผลตอบแทนสูง แต่สุดท้ายสูญทั้งต้นและดอก อย่างแรงงานฟิลิปปินส์รายหนึ่งนามแฝงว่ามาเรีย ทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมแปรรูปการส่งออก เขตถานจื่น นครไทจง โอนเงินแบบลงทุนมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ละครั้งโอน 30,000 เหรียญ 1 เดือนให้หลัง ทางบ้านได้รับเงินแปโซมูลค่าเทียบเท่า 50,000 เหียญไต้หวัน ผลตอบแทนร่วม 1 เท่าตัว ทำให้เธอดีใจสุดๆ หลังได้กำไรถึง 2 ครั้ง ชักจะติดใจ ประจวบกับมีโปรโมชั่นพิเศษ จึงชักชวนเพื่อนๆ ในโรงงานเดียวกันและละแวกใกล้เคียงหลายสิบคน ระดมทุนได้ประมาณ 3 ล้านเหรียญไต้หวัน โอนให้ผู้อนุบาลเจ้าเก่า แต่ครั้งนี้ 2 เดือนผ่านไป ไม่มีบ้านใครได้รับเงินโอนจากไต้หวันแม้แต่เปโซเดียว จึงมีการแจ้งความ ตำรวจตรวจพบว่า ผู้อนุบาลที่เป็นหัวโจกแก๊งหลอกโอนเงิน Totugn Jevy เชิดเงินเหยื่อผู้เสียหายกว่า 24 ล้านเหรียญไต้หวันหายตัวจากไต้หวัน หนีกลับบ้านไปแล้ว มาเรียให้การกับตำรวจว่า รู้สึกเสียใจมาก ไม่เพียงแต่ตัวเองสูญเงิน เพื่อนๆ ที่ตนชักชวนระดมทุนต่างก็เดือดร้อน ตนไม่รู้จะอธิบายหรือสู้หน้าพวกเขาได้อย่างไร อีกหลายรายที่โอนเงินกลับบ้านหวังจะได้เงินเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปเป็นค่ารักษาพยาบาลของพ่อแม่ ก็ถูกหลอกและไม่รู้จะไปตามทวงคืนจากใคร

แรงงานฟิลิปปินส์ในนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปการส่งออก เขตถานจื่น นครไทจง ถูกหลอกสูญเงินนับร้อยคน (ภาพจาก Mirror Media)

        แม้เรื่องนี้จะเกิดขึ้นในกลุ่มแรงงานฟิลิปปินส์ แต่แรงงานไทยอย่างชะล่าใจ อาจตกเป็นเหยื่อจากกลโกงต่างๆ ได้ พึงจำไว้ว่า ความโลภ ความอยากมี อยากได้ คือต้นตอสำคัญที่ทำให้คนเราถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ ที่ใช้เหตุผลเข้าไปชักจูงและชักชวนให้นำเงินมาลงทุนก็เพื่อหวังผลตอบแทนก้อนโต แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการลงทุนอะไรที่จะให้ผลตอบแทนสูงๆ ในเวลาอันรวดเร็ว หากใครไม่อยากเป็นเบี้ยก็ควรยั้งคิดก่อนตัดสินใจ เพราะการลงทุนไม่ง่าย คนส่วนใหญ่แพ้ความโลภ ความสำเร็จชั่วข้ามคืน หรือการลงทุนอะไรก็ตาม ที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ ไม่มี เป็นการหลอกลวงทั้งหมด ต้องระวังไม่ควรหลงเชื่ออะไรง่ายๆ

ตลาดฟิลิปปินส์บนถนนจงซานในกรุงไทเป เป็นฐานของแก๊งต้มตุ๋น คึกคักมากในวันหยุด (ภาพจาก Mirror Media)

2. สุราเป็นเหตุ คนงานไทยโรงงานเดียวกันเมาแทงกันตาย (อีกแล้ว)

      เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 15 พ.ย. 62 ที่นครไทจง เกิดเหตุแรงงานไทยดื่มสุราแล้วทะเลาะแทงกันตายคดีหนึ่ง ผู้ตายคือ นายธนาวัฒน์ วงศรีทา อายุ 39 ปี มาจากจังหวัดอุดรธานี คนแทงคือนายปาราเมศ แสนจันทร์ อายุ 42 ปี มาจากจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งสองคนเดินทางมาทำงานพร้อมกันเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2560 กับนายจ้างรายเดียวกันคือ GIN YI STEEL ENTERPRISE CO.,LTD. ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเหล็กชะแลงที่ใช้ถอนตะปูในไซต์งานก่อสร้าง ว่าจ้างคนงานไทยชาติเดียว 5 คน ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมไถ้ผิง เขตไถ้ผิง นครไทจง

หน้าประตูทางเข้าโรงงานผลิตเหล็กชะแลงที่ใช้ถอนตะปูในไซต์งานก่อสร้าง ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุคนงานไทยเมาสุราแทงกันตาย

      ขณะเกิดเหตุ นายธนาวัฒน์ และนายปาราเมศ ทั้งสองนั่งดื่มสุราด้วยกันที่ห้องนั่งเล่นในหอพัก ต่างมีอาการเมาด้วยฤทธิ์สุราและเกิดมีปากเสียง นายปาราเมศ คว้าเหล็กชะแลงถอนตะปูผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่งวางอยู่ในห้องเป็นจำนวนมาก กระหน่ำตีที่หัวและแทงไปที่คอของนายธนาวัฒน์ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส กรามแหลก หัวถูกตีจนเละ และที่สำคัญคือถูกแทงที่คอจนเลือดไหลไม่หยุดเสียชีวิตคาที่ หลังเกิดเหตุ เพื่อนแรงงานไทยในหอพัก ได้แจ้งนายจ้างและนายจ้างโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจเดินทางมาถึงจับกุมนายปาราเมศ ซึ่งอยู่ในอาการเมาจัดพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง ในข้อหาฆ่าคนตาย หลังไปถึงโรงพักตำรวจจับเป่าลมเพื่อตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ พบสูงถึง 0.67 mg%

      เมื่อส่างเมาและรู้ว่าฆ่าเพื่อนเสียชีวิต นายปาราเมศรู้สึกตกใจอ้างว่า ตนไม่มีเจตนาจะฆ่าและไม่ได้แทงที่คอของผู้ตาย เพียงใช้ชะแลงตีที่หัวเพื่อสั่งสอน ไม่นึกว่าจะทำให้นายธนาวัฒน์เสียชีวิต ตำรวจควบคุมตัวส่งอัยการเพื่อดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตายต่อไป

ตำรวจจับนายปาราเมศ ซึ่งอยู่ในอาการเมาสุรา ข้อหาฆ่าคนตาย

      สุราจัดได้ว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของแรงงานไทยในไต้หวัน ในอดีต 10 ปีให้หลัง สมัยที่แรงงานไทยยังมีจำนวนมากนั้น เมื่อมีข่าวอาชญากรรมหรือฆ่ากันตาย ส่วนใหญ่จะเกี่ยวพันกับแรงงานไทย ระยะหลัง แรงงานเวียดนามมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แรงงานไทยลดน้อยลง จึงได้เสียตำแหน่งไปให้กับแรงงานเวียดนาม แต่หากเทียบอัตราส่วนกับยอดจำนวนแล้ว แรงงานไทยที่ก่อคดีอาชญากรรมและอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากฤทธิ์น้ำเมา ยังคงครองแชมป์ในบรรดาแรงงานต่างชาติในไต้หวันทั้ง 4 ชาติ

      การดื่มสุราเป็นประจำและดื่มจัด นอกจากจะเสียเงินและส่งผลต่อสุขภาพ ต่ออวัยวะภายในของร่างกาย และเป็นสาเหตุหลักในการเสียชีวิต ทั้งผลเสียในระยะสั้นและระยะสะสม หากดื่มสุราติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน จะส่งผลอย่างแน่นอนกับระบบความจำ ระบบประสาท ระบบเลือด ความดัน และที่ส่งผลโดยตรงต่ออวัยวะในร่างกายคือ "ตับ" แล้ว ยังทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ เนื่องจากผู้ที่ดื่มสุราหรือเหล้า มักมีความมั่นใจว่าไม่เมา มั่นใจว่ามีสติขับรถได้จริงๆ แต่ในความเป็นจริงนั้น โทษของสุราที่ดื่มเข้าไปจะไปกดประสาทส่วนกลาง ทำให้การรับรู้เรื่องราวต่างๆ เชื่องช้าลง และส่งกระทบผลต่อระบบการตัดสินใจ จึงยังไม่สามารถควบคุมตนเองได้เต็มร้อย ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่ได้สูงมาก

ตำรวจจับนายปาราเมศ ซึ่งอยู่ในอาการเมาสุรา ข้อหาฆ่าคนตาย

3. สาวอินโดผิดกฎหมายกับแฟนหนุ่มชาติเดียวกัน ขโมยเงินนายจ้างเก่า ยกไปทั้งตู้เซฟ แต่เปิดไม่ออกโดนจับ

      นางเฉิน แม่ค้าขายผักในตลาดสดที่เขตหลูจู๋ นครเถาหยวน ทำงานขายผักอย่างเหน็จเหนื่อยและประหยัดอดออมมานาน เก็บออมเงินไว้ในตู้เซฟทีละเล็กทีละน้อย แต่เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา หลักกลับจากขายผักที่ตลาดสดพบว่า ตู้เซฟอันตรธานหายไปเสียแล้ว กังวลเป็นอย่างยิ่งเพราะในตู้เซฟมีเงินเป็นหยาดเหงื่อจากการขายผัก 2,080,000 เหรียญไต้หวัน จึงโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจตรวจสอบกล้อง CCTV ละแวกบ้านร่วม 100 กล้อง ใช้เวลา 16 ชั่วโมง สามารถจับกุมหนุ่มสาวอินโดนีเซียคู่นี้ได้ที่บ้านเช่าในตัวเมืองนครเถาหยวน พร้อมตู้เซฟที่ยังไม่ได้เปิด เพราะเปิดไม่ออก และรถจักรยานไฟฟ้าที่ใช้ขนตู้เซฟอีก 1 คัน

สาวอินโดผิดกฎหมายกับแฟนหนุ่มชาติเดียวกัน ขโมยเงินนายจ้างเก่า ยกไปทั้งตู้เซฟ แต่เปิดไม่ออกโดนจับ

      หลังจากสอบปากคำจึงทราบว่า แรงงานหญิงอินโดนีเซียรายนี้ 1 ปีก่อนเคยเป็นลูกจ้างทำงานอยู่ที่บ้านของนางเฉิน แต่ทำงานได้เพียง 3 เดือนก็หลบหนีไป โดยได้นำกุญแจบ้านของนายจ้างไปปั้มติดตัวหนีไปด้วย เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่นางเฉินขายผักอยู่ในตลาด แรงงานหญิงอินโดนีเซียรายนี้พร้อมกับแฟนหนุ่มชาติเดียวกัน ใช้กุญแจสำรองที่นำติดตัวก่อนหลบหนีเปิดประตูบ้านของนายจ้างเก่า พยายามจะงัดตู้เซฟเพื่อขโมยเงิน แต่เปิดไม่ออก ทั้งสองจึงยกตู้เซฟที่หนัก 15 กก.ขึ้นรถจักรยานไฟฟ้าสีแดงไปทั้งตู้ เมื่อกลับไปถึงบ้านเช่า พยายามจะเปิดตู้เซฟ แต่งัดอย่างไรก็ไม่สามารถเปิดออกได้ และเพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับกุม แฟนหนุ่มได้ซื้อสีสเปรย์มาพ่นที่ตัวรถจักรยานไฟฟ้า จากเดิมสีแดงให้กลายเป็นสีเขียว

ตู้เซฟที่งัดอย่างไรก็เปิดไม่ออก

รถจักรยานไฟฟ้าสีแดงที่ใช้ขนตู้เซฟถูกพ่นเป็นสีเขียวเพื่อพรางตาตำรวจ

      ตำรวจตรวจดูจากกล้องวงจรปิด ตามไปถึงที่ข้างบ้านเช่า พบรถจักรยานไฟฟ้าคันที่ใช้ขนตู้เซฟจอดอยู่ข้างๆ แต่สีเปลี่ยนไปแล้ว ทีแรกตำรวจคิดว่าตามผิดที่ แต่เข้าใกล้ตรวจดู พบรถจักรยานไฟฟ้าเพิ่งจะพ่นสียังไม่แห้ง จึงดักรออยู่ห่างๆ ไม่นานเห็นแรงงานหญิงอินโดนีเซียในกล้องเดินเข้าไปที่บ้านเช่า จึงเข้าไปจับกุม และให้พาไปตามจับแฟนหนุ่มได้ที่โรงงานอีกแห่ง ทั้งสองรับสารภาพว่า ขโมยตู้เซฟของนายจ้างจริง แต่งัดอย่างไรก็ไม่สามารถเปิดได้ ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ต่อไป ส่วนนางเฉินรู้สึกดีใจและยิ้มออก เมื่อเปิดตู้เซฟพบเงินสด 2,080,000 เหรียญไต้หวันยังอยู่ครบตามจำนวน

นางเฉินรู้สึกดีใจและยิ้มออก เมื่อเงินสด 2,080,000 เหรียญไต้หวันยังอยู่ครบตามจำนวน

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง