สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562

  • 30 November, 2019
  • อโศก ศรีจันทร์
ชาวประมงในเขตจินซาน ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจับปลา ไม่ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ

1. ชวนไปไหว้พระวัดหินหรือสือโถวเมี่ยวที่เถียนเหลียว เกาสง วัดทรงแปลกจากฝีมือแรงงานไทย

          สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวนายเย่ควนสือ รองผู้ว่าการนครเกาสง ได้เดินทางไปเยี่ยมและแสดงความขอบคุณองค์กรที่ให้การสงเคราะห์และให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสตามชนบทในนครเกาสง มีโอกาสไปเยือนวัดแห่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคนงานไทย เลยอยากนำมาเล่าให้ฟังในช่วงของสโมสรผู้ฟังในวันนี้

สือโถวเมี่ยวหรือวัดหิน (石頭廟) บางคนก็เรียกไท่กั๋วเมี่ยว (泰國廟 แปลว่าวัดไทย) เนื่องจากแรงงานประมาณ 500 คนที่ตกงานช่วยก่อสร้าง โดยพยายามจะสร้างเป็นรูปทรงวัดไทยโดยไม่มีแบบแปลน

          วัดที่ว่านี้ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านซินซิง เขตเถียนเหลียว (田寮區新興村) พื้นที่ชนบทในนครเกาสง เป็นวัดที่ก่อสร้างในรูปทรงแปลกตาอย่างยิ่ง คือทั้งวัดสร้างโดยเปลือกหอยและก้อนหินน้อยใหญ่จากทะเลจำนวนมากนำมาวางเรียงซ้อนกัน ภายในวัดประดิษฐานเทพองค์ต่างๆ ทั้งพระแม่กวนอิม จี้กง 18 อรหันต์และถู่ตี้กงหรือเจ้าที่เป็นต้น โดยวัดนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ฉือเสวียนเซิ่งเทียนกง (慈玄聖天宮) แต่ชาวบ้านแถวนั้นจะเรียกสือโถวเมี่ยว หรือวัดหิน (石頭廟) บางคนก็เรียกไท่กั๋วเมี่ยว (泰國廟แปลว่าวัดไทย) ทำไมถึงเรียกวัดหินหรือวัดไทย เรื่องนี้ต้องย้อนอดีตไปเมื่อปี 2536 หรือเมื่อ 26 ปีที่แล้ว ขณะนั้นฉือเสวียนเซิ่งเทียนกง เป็นเพียงศาลเจ้าเล็กๆ ตั้งอยู่บนเนินเขา ช่วงเวลานั้นมีคนงานไทยร่วม 500 คนมาทำงานก่อสร้างทางด่วนสาย 3 ช่วงเกาสง แคมป์พักคนงานไทยตั้งอยู่ใกล้ศาลเจ้า โชคร้ายที่บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างทางด่วนประสบปัญหาด้านการเงิน ทำให้งานก่อสร้างหยุดชะงัก ไม่เพียงแต่ติดค้างค่าจ้างเท่านั้น อาหารการกินของคนงานไทยก็ไม่สามารถจัดให้ได้ตามปกติ ทำให้คนงานไทยกลุ่มนี้เดือดร้อนมาก เมื่อเจ้าอาวาสของศาลเจ้าฉือเสวียนเซิ่งเทียนกงทราบเรื่อง จึงได้นำข้าวสารอาหารแห้งไปส่งให้และยังทำอาหารไปเลี้ยงเป็นประจำ เพื่อประทังความหิว ทำให้คนงานไทยซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง ไหนๆ ก็ไม่มีงานทำและเป็นช่วงรอการเดินทางกลับบ้าน จึงพากันไปช่วยทางศาลเจ้าซึ่งมีโครงการก่อสร้างเพื่อขยาย โดยเก็บเปลือกหอยและขนก้อนหินทะเลน้อยใหญ่ไปต่อเรียงกันเป็นผนังและกำแพงสร้างคล้ายกับวัดไทย โดยไม่มีแบบแปลนก่อสร้าง ขยายใหญ่โตออกไปทั้งเนินเขาหลังศาลเจ้า กลายเป็นวัดหินที่มีรูปทรงแปลกตาและมีการเล่าขานกันต่อมาว่าเป็นฝีมือแรงงานไทยที่ทดแทนบุญคุณพระอาจารย์เจ้าอาวาสที่เลี้ยงอาหารแก่พวกตนมาจนถึงทุกวันนี้

ภายในวัดใช้ก้อนหินและเปลือกหอยมาก่อเป็นพนัง

          ปัจจุบัน มีผู้คนไปเยี่ยมชมและสักการะบูชาทวยเทพในวัดหินมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะวันหยุด และวัดหินยังคงทำอาหารเจเลี้ยงผู้คนที่ไปในวัดโดยไม่คิดมูลค่า ไปทานได้ฟรีทุกวัน วันละ 3 มื้อ และวัดนี้เปิดให้ประชาชนไปจุดประทีบเสริมดวงด้วย แต่ไม่เหมือนกับวัดอื่นที่มีการเก็บค่าทำบุญในอัตราแน่นอน ที่นี่ไม่เก็บ ขึ้นอยู่กับจิตศรัทธา จะบริจาคเงินให้วัดหรือไม่ เท่าไหร่ก็ได้ ใครที่อยู่เกาสง ไถหนาน หรือมีโอกาสไปแถวนั้น อย่าลืมแวะไปชมวัดหินฝีมือคนงานไทยแห่งนี้กันนะครับ

วัดหินทำอาหารเจเลี้ยงผู้คนที่ไปในวัดโดยไม่คิดมูลค่า ไปทานได้ฟรีทุกวัน วันละ 3 มื้อ

2. ไต้หวัน ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ

          ไต้หวันตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของทวีปเอเชีย เป็นเกาะอันงดงามที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันออกเป็นมหาสมุทรแปซิฟิก ที่มีกระแสน้ำคูโรชิโอะไหลผ่าน ส่วนด้านตะวันตกเป็นช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นจุดที่กระแสน้ำเย็นและน้ำอุ่นไหลมาบรรจบกัน ทำให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ

ท่าเรือซูอ้าวในเมืองอี๋หลาน เป็น 1 ใน 3 ท่าเรือประมงที่ใหญ่สุดของไต้หวัน

          ไต้หวันมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การพัฒนาอุตสาหกรรมประมงเป็นอย่างยิ่ง ประชากรไต้หวันมีจำนวน 23 ล้านคน ในจำนวนนี้มีประมาณ 3.2 แสนคน ที่ทำงานในภาคการประมง อาทิ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การทำประมงชายฝั่ง (Inshore Fisheries) และการทำประมงทะเลลึก (Deep Sea Fisheries) ทั่วประเทศมีพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประมาณ 4 หมื่นกว่าเฮกตาร์ มีเรือประมงมากกว่า 2 หมื่นลำ และมีท่าเรือประมงบนเกาะไต้หวันและเกาะรอบนอก รวมจำนวนกว่า 200 แห่ง

ไต้หวันมีประชากร 23 ล้านคน ในจำนวนนี้ทำงานในภาคการประมงสูงถึง 230,000 คน

          ปัจจุบันไต้หวันมีผลผลิตอาหารทะเลประมาณปีละ 1 ล้านตัน มูลค่าการผลิตสูงถึง 90,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ในจำนวนนี้ การประมงชายฝั่ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17 การประมงทะเลลึกคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 44 และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคิดเป็นร้อยละ 39 นับเป็น 1 ในประเทศอุตสาหกรรมประมงที่สำคัญของโลก

ไต้หวันมีผลผลิตอาหารทะเลประมาณปีละ 1 ล้านตัน มูลค่าการผลิตสูงถึง 90,000 ล้านเหรียญไต้หวัน

ชาวประมงในเขตจินซาน นครนิวไทเป จะใช้ถ่านแก๊ส ซึ่งเป็นวัตถุผสม เมื่อผสมน้ำจะกลายเป็นก๊าซอะเซทิลีน เกิดเป็นเพลิงลุกไหม้ แสงสว่างจะดึงดูดปลาหลังเขียวกระโดดเข้าหาแสง ชาวประมงถือโอกาสช้อนจับ การจับปลาด้วยวิธีโบราณนี้ ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ไม่สร้างผลเสียต่อระบบนิเวศ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง