ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2562

  • 17 January, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
แรงงานเวียดนามฆ่าสุนัขกิน ศาลตัดสินจำคุกคนละ 40 วัน ปรับอีกคนละ 200,000 เหรียญไต้หวัน

1. สร้างมา 9 ปี เปิดใช้งานแล้ว นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ขอบคุณแรงงานไทยนับพันที่ช่วยสร้างทางลัดสายซูอ้าว-ฮัวเหลียน

      ถนนทางลัดสายซูอ้าว-ฮัวเหลียน ระยะทาง 38.8 กม. เนื่องจากตัดผ่านภูเขา มีอุโมงค์ถึง 8 แห่งรวมระยะทาง 24.5 กม. ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 9 ปี มีแรงงานต่างชาติเข้าร่วมการก่อสร้างกว่า 1,000 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทย ในที่สุดได้สร้างเสร็จเปิดใช้งานแล้วเมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้การเดินทางไปมาระหว่างซูอ้าวในเมืองอี๋หลานและฮัวเหลียน ซึ่งเดิมมีความยาว 118 กม. ร่นระยะทางลง 18.65 กม. ที่สำคัญเลี่ยงจุดอันตรายที่มักจะมีก้อนหินหล่นลงมาจากภูเขา ทำให้การเดินทางไปยังฮัวเหลียนโดยรถยนต์มีความปลอดภัยและประประหยัดเวลามากขึ้น

ถนนทางลัดสายซูอ้าว-ฮัวเหลียน ระยะทาง 38.8 กม. สร้างเสร็จเปิดใช้งานแล้ว

      เมืองฮัวเหลียน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของเกาะไต้หวัน การเดินทางโดยรถยนต์ระหว่างไทเปไปยังฮัวเหลียนลำบากมาก เนื่องจากเต็มไปด้วยภูเขา การเดินทางโดยรถยนต์มีทางหลวงเพียงเส้นเดียว เริ่มจากซูอ้าวในเมืองอี๋หลานถึงฮัวเหลียน ความยาว 118 กม. ทางหลวงสายนี้สร้างเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกและผ่านหน้าผาภูเขาหินอ่อน สามารถมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกและธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ จัดเป็นทางหลวงที่มีทัศนียภาพสวยงามระดับโลกสายหนึ่ง

ทางหลวงสายซูอ้าว-ฮัวเหลียน สร้างเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกและผ่านหน้าผาภูเขาหินอ่อน สามารถมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิก

      แต่แม้ว่า ทางหลวงสายซูอ้าว-ฮัวเหลียน ซึ่งเดิมเรียกว่าทางหลวงหมายเลข 9 จะมีทิวทัศน์สวยงามน่าหลงใหล แต่เนื่องจากฝั่งตะวันออกของเกาะไต้หวันเป็นแหล่งผลิตวัสดุทางอุตสาหกรรม อาทิ หินอ่อนชั้นดี หินปูน กรวดและทรายเป็นต้น การขนส่งต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ ทำให้ทางหลวงสายนี้ มักจะมีรถบรรทุกวัสดุดังกล่าววิ่งผ่านไปมาด้วยความเร็วสูงเป็นประจำ ประกอบกับตลอดแนวเส้นทางเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ลึกลงไปใต้ดินเป็นรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียนและแผ่นเปลือกโลกฟิลิปปินส์ มักเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ทำให้โครงสร้างภูเขาคลอนแคลน ไม่ว่าฝนตกหรือแดดออก โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักหรือพายุไต้ฝุ่นพัดผ่านมักจะมีก้อนหินร่วงหล่นลงมา เป็นอันตรายกับรถยนต์ที่วิ่งผ่านไป ในอดีตทางหลวงสายซูอ้า-ฉัวเหลียน จึงถูกจัดให้เป็นถนนอันตราย โดยช่วงเวลา 11 ปี ระหว่าง 1997-2008 เกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงสายนี้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1,046 คน

คนงานไทยนับพันคนร่วมสร้างถนนทางลัดสายนี้

      ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลในสมัยประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่ว จึงทุ่มงบประมาณ 55,100 ล้านเหรียญไต้หวัน ปรับปรุงช่วงอันตรายของทางหลวงสายนี้ ด้วยการสร้างทางลัดใหม่ที่ปลอดภัยความยาว 38.8 กม. ทำให้ร่นระยะทางลง 18.65 กม. และประหยัดเวลาได้ 40 นาที แต่เนื่องจากตัดผ่านภูเขา ต้องเจาะอุโมงค์ซึ่งเต็มไปด้วยหินแกรนิตและหินอ่อนถึง 8 แห่ง รวมระยะทางอุโมงค์ 24.5 กม. และสะพานแขวนผ่านหุบเขาความยาว 8.5 กม. การก่อสร้างเต็มไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เวลานานถึง 9 ปี นำเข้าแรงงานต่างชาติกว่า 1,000 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นเป็นแรงงานไทย นอกนั้นมีแรงงานอินโดนีเซียและเวียดนาม บริษัทที่นำเข้าแรงงานไทยสำหรับงานก่อสายทางลัดสายนี้ อาทิ Kung Sing Engineering Corporation, Continental Engineering Corporation, และ PAN ASIA (Engineers & Constructors) Corporation, ในจำนวนนี้ เฉพาะบริษัท Kung Sing Engineering Corporation บริษัทเดียวว่าจ้างแรงงานไทยทำงานก่อสร้างเส้นทางสายลัดนี้ประมาณ 500 คน  

      ดังนั้น ในวันทำพิธีเปิดใช้ถนนสายนี้ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ได้กล่าวขอบคุณแรงงานทุกคนที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างทางลัดสายซูอ้าว-ฮัวเหลียน โดยเฉพาะแรงงานไทย และมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ตัวแทนแรงงานไทยด้วย

ทางลัดสายนี้ตัดผ่านภเขา มีอโมงค์ถึง 8 แห่ง

2. สาวเวียดนามวัย 19 ปี นำเด็กทารกคลอดใหม่ใส่กล่องไปทิ้งข้างทาง ถูกศาลตัดสินจำคุก 6 เดือน ส่วนเด็กโชคดีมีคนไปพบถูกนำส่งรักษาโรงพยาบาล

      นางสาวเหงียน อายุ 19 ปี แรงงานหญิงชาวเวียดนามที่เดินทางมาทำงานที่นครนิวไทเป ได้คบกับเพื่อนชายคนบ้านเดียวกันจนตั้งครรภ์ แต่ก่อนคลอดลูก เพื่อนชายเดินทางกลับประเทศ ไม่สามารถเลี้ยงลูกคนเดียวได้ และเกรงจะถูกนายจ้างยกเลิกสัญญา เมื่อรุ่งเช้า 05.00 น. วันที่ 27 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา หลังจากที่คลอดลูกได้ 3 ชั่วโมง ได้นำเด็กทารกใส่กล่องไปทิ้งไว้ข้างทางบริเวณไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งที่เขตจงเหอ นครนิวไทเป ชาวบ้านที่ตื่นแต่เช้าไปเดินออกกำลังกายได้ยินเสียงเด็กร้อง เมื่อเข้าใกล้ดู พบเด็กทารกแรกเกิด ยังไม่ได้ตัดสายสะดือ ห่อด้วยผ้าเช็ดตัวบรรจุอยู่ในกล่อง จึงแจ้งความและนำเด็กส่งโรงพยาบาล ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ พบหญิงคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า นำกล่องกระดาษไปทิ้งข้างทางแล้วขับรถหายไป 12 ชั่วโมงต่อมา ตำรวจสามารถจับกุมนางสาวเหงียน อายุ 19 ปี ซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานอิเล็กทรอนิคส์แห่งหนึ่งในนครนิวไทเป คุณแม่ใจโหดคนนี้รับสารภาพว่า พ่อเด็กเป็นแรงงานชาติเดียวกันและเดินทางกลับประเทศแล้ว ตนกลัวจะไม่มีปัญญาเลี้ยงดู และกลัวถูกนายจ้างเลิกจ้างส่งกลับ จึงแอบนำลูกที่เพิ่งคลอดได้เพียง 3 ชั่วโมงไปทิ้งไว้ข้างทางที่คนเดินผ่านไปมาพบเห็นได้ง่าย แล้วกลับมาทำงานต่อ ตำรวจส่งดำเนินคดีข้อหาทอดทิ้งเด็ก ส่วนเด็กทารกรายนี้ โชคดีถูกนำส่งโรงพยาบาลรักษา ได้รับการดูแลอย่างดีจากโรงพยาบาลและหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ของไต้หวัน

หนูน้อยเพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่กี่ชั่วโมง แม่ใจโหดใส่กล่องนำไปทิ้งข้างทาง โชคดีมีคนไปพบเห็น

      ศาลนครนิวไทเปคำนึงถึงสาวเวียดนามรายนี้ รับสารภาพและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ประกอบกับไม่เคยมีประวัติเสียมาก่อน จึงตัดสินจำคุก 6 เดือน ข้อหาทอดทิ้งเด็ก โดยอนุญาตให้จ่ายค่าปรับแทนการจำคุกได้ในอัตราวันละ 1,000 เหรียญ และให้รอลงอาญา 2 ปี

ศาลตัดสินจำคุกสาวเวียดนาม 6 เดือน ข้อหาทอดทิ้งเด็ก โดยอนุญาตให้จ่ายค่าปรับแทนการจำคุกได้ในอัตราวันละ 1,000 เหรียญ

      สถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ 30 พ.ย. 2562 มีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวน 48,317 คน ในจำนวนนี้เป็นเพศหญิง 29,987 คน ส่งผลให้เด็กไร้สัญชาติที่เกิดจากแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเพิ่มจำนวนมากขึ้น คุณแม่ซึ่งเป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเหล่านี้ เนื่องจากไม่มีประกันสุขภาพ ไม่มีเงินจ่ายค่าทำคลอดและไม่สามารถเลี้ยงดูลูกต่อไปได้ มักใช้วิธีคลอดลูกเสร็จแอบหนีจากโรงพยาบาล ทิ้งลูกไว้เป็นภาระของโรงพยาบาล รายงานกล่าวว่า แต่ละสัปดาห์จะมีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลประมาณ 1-2 ราย แต่ละเดือนมีเด็กทารกไร้สัญชาติเกิดใหม่อย่างน้อย 5 คน

แต่ละสัปดาห์จะมีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลแล้วหนีประมาณ 1-2 ราย

      ด้านกระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า แรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย หากตั้งครรภ์และคลอดลูกในไต้หวัน สามารถทำใบถิ่นที่อยู่หรือ ARC ให้เด็กพำนักอาศัยในไต้หวันอย่างถูกกฎหมายได้ภายในเวลา 30 วัน นับแต่วันคลอด และหากมารดาเป็นแรงงานต่างชาติที่ทำงานในภาคการผลิตหรือผู้อนุบาลในองค์กร ซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน จะได้การคุ้มครองค่าใช้จ่ายการทำคลอดจากประกันสุขภาพ และเงินช่วยเหลือกรณีคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันอีก 2 เดือนจากกองทุนประกันภัยแรงงานได้ แต่หากเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จะไม่ได้รับการคุ้มครองใดๆ

เด็กไร้สัญชาติที่เกิดจากแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในสถานสงเคราะห์เด็กของสมาคมบ้านปรองดอง หรือ Harmony Home Association 

3. 4 แรงงานเวียดนามฆ่าสุนัขกิน ศาลอุทธรณ์ไทจงตัดสินจำคุก 40 วัน ปรับอีกคนละ 2 แสนเหรียญไต้หวัน

      นายเกี๊ยบวานหง นางสาวเหงียนวานนาง และพวกรวม 4 คน ซึ่งเป็นแรงงานเวียดนามทำงานอยู่ในไซต์งานก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียฟงหยวน นครไทจง เมื่อ 2 ปีที่แล้วร่วมกันฆ่าชำแหละสุนัขที่เลี้ยงไว้ 1 ตัว และปรุงเป็นอาหารแบ่งให้เพื่อนร่วมชาติในไซต์งานเดียวกันอีก 12 คนกิน ศาลท้องถิ่นไทจงตัดสินจำคุกนายเกี๊ยบเป็นเวลา 40 วันและปรับเงิน 30,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนนางสาวเหงียนถูกลงโทษจำคุก 30 วัน ปรับเงิน 20,000 เหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ไทจงตัดสินเพิ่มการจำคุกนายเกี๊ยบเป็นเวลา 4 เดือน นางสาวเหงียนและพวก 3 เดือน เพิ่มค่าปรับเป็นคนละ 200,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนแรงงานเวียดนามที่ร่วมรับประทานด้วยกันอีก 12 คน ปรับคนละ 50,000 เหรียญไต้หวัน ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ แรงงานเวียดนามเหล่านี้หลังฟังคำตัดสินแล้วต่างร้องโอดครวญว่า ฃ่างเป็นอาหารมื้อที่แพงอะไรอย่างนี้

ตำรวจบุกจับแรงงานเวียดนามที่ทำงานอยู่ในไซต์งานก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียฟงหยวน นครไทจง ข้อหาฆ่าและกินสุนัข

      คดีนี้ เริ่มจากกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ ซึ่งมีการจับตาสอดส่องพฤติกรรมของแรงงานเวียดนามในไซต์งานก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียฟงหยวน นครไทจงมานานแล้ว เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า แรงงานเวียดนามในไซต์งานนี้จับสุนัขดำตัวหนึ่งที่นำมาเลี้ยงไว้ จัดแจงฆ่าและให้นางสาวเหงียน ซึ่งเป็นแรงงานหญิงชาวเวียดนามที่กำลังรอการโอนย้ายงานมาช่วยปรุง จึงมีการแจ้งความ แต่เมื่อเจ้าหน้ากองคุ้มครองสัตว์และตำรวจมาถึง คนงานเวียดนามทั้งหมดปฏิเสธฆ่าและทานเนื้อสุนัขอย่างหน้าซื่อ ทั้งๆ ที่บนโต๊ะมีเนื้อสุนัขที่เหลือจากการทานวางไว้หลายจาน ข้างประตูห้องครัวก็ตรวจพบหัวสุนัขที่เคราะห์ร้าย ตำรวจตรวจคราบเลือด พบนางสาวเหงียนมีคราบเลือดสุนัขติดอยู่ที่เล็บมือ พอตรวจพบ แรงงานหญิงชาวเวียดนามรายนี้ก็รีบชี้ไปที่นายเกี๊ยบ แรงงานเวียดนามอีกคนว่าเป็นคนฆ่าสุนัข

ตำรวจพบนางสาวเหงียนมีคราบเลือดสุนัขติดอยู่ที่เล็บมือ

      แรกๆ นายเกี๊ยบปฏิเสธว่าฆ่าสุนัข แต่ยอมรับว่า ตนไปที่ตลาด เจอน้องหมาสีดำตัวหนึ่งดูน่ารัก จึงเก็บใส่ถุงเพื่อนำกลับไปเลี้ยงที่หอพัก แต่หลังจากไปตลาดซื้อไก่มาสองตัวเอาไว้ในถุงเดียวกัน เมื่อกลับถึงไซต์งานพบว่า น้องหมาตายแล้ว จึงจัดแจงถลกหนังและให้นางสาวเหงียน เพื่อนบ้านที่รอโอนย้ายงานมาช่วยปรุง  แต่คำพูดของนายเกี๊ยบขัดกับความเป็นจริง เพราะนางสาวเหงียนถูกแจ้งให้มาช่วยปรุงเนื้อสุนัขก่อนหน้านั้นแล้ว แสดงว่า วางแผนฆ่าสุนัขทานแต่แรกแล้ว เมื่อตำรวจซักถาม นายเกี๊ยบจึงยอมรับสารภาพว่า ตนเป็นคนฆ่าสุนัข เพราะอยู่ที่บ้านเกิด การฆ่าสุนัขกินถือเป็นเรื่องปกติ ไม่รู้ว่าไต้หวันห้ามฆ่าสุนัข และยอมรับว่า คนงานในไซต์งานทั้ง 16 คน ทานเนื้อสุนัขที่นางสาวเหงียนปรุงทุกคน

เนื้อสุนัขที่กินไม่หมด

      ตำรวจจึงจับกุมแรงงานเวียดนามทั้ง 16 คน ซึ่งรวมคนฆ่า คนปรุงและคนกินส่งอัยการดำเนินคดี ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ อัยการสั่งฟ้องแรงงานเวียดนามทั้ง 16 คน เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.62 ที่ผ่านมา ศาลชั้นต้นไทจงตัดสินว่า นายเกี๊ยบ และนางสาวเหงียน ไม่เคารพกฎหมายไต้หวันที่ห้ามฆ่าหรือทำร้ายสัตว์ เพียงเพื่อสนองความอยาก ฆ่าสุนัขปรุงกินตามอำเภอใจอย่างโหดเหี้ยม อย่างไรก็ตาม แรงงานเวียดนามทั้งหมดยอมรับผิดและให้ความร่วมมือกับศาลเป็นอย่างดี จึงตัดสินลงโทษจำคุกนายเกี๊ยบเป็นเวลา 40 วันและปรับเงิน 30,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนนางสาวเหงียนถูกลงโทษจำคุก 30 วัน ปรับเงิน 20,000 เหรียญไต้หวัน อัยการอุทธรณ์คดี จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ไทจงตัดสินจำคุกนายเกี๊ยบเป็นเวลา 4 เดือน นางสาวเหงียนและพวก 3 เดือน เพิ่มค่าปรับเป็นคนละ 200,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนแรงงานเวียดนามที่ร่วมรับประทานด้วยกันอีก 12 คน ปรับคนละ 50,000 เหรียญไต้หวัน ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ แรงงานเวียดนามเหล่านี้หลังฟังคำตัดสินแล้วต่างร้องโอดครวญว่า เป็นอาหารมื้อที่แพงที่สุด

คนงานเวียดนามรับสารภาพว่าฆ่าและกินสุนัข        

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง