ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563

  • 24 January, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
แรงงานอินโดนีเซียหลอกเพื่อนร่วมชาติมาเรียนและทำงานในไต้หวัน

1. กระทรวงแรงงานสำรวจพบ ค่าจ้างแรงงานต่างชาติภาคการผลิตเพิ่มต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เฉลี่ยเดือนละ 29,000 เหรียญ ผู้อนุบาลต่างชาติ 20,000 เหรียญ นอกจากการสื่อสารแล้ว ผู้อนุบาลมัวแต่เล่นมือถือ เป็นปัญหาสร้างความหนักใจให้แก่นายจ้างมากที่สุด

         จากสถิติ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติในไต้หวันมีจำนวนกว่า 718,000 คนแล้ว เพื่อให้ทราบถึงสภาพการทำงานและปัญหาอุปสรรคที่เกิดกับนายจ้างและแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงดำเนินการสำรวจสภาพการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ ปรับปรุงแก้ไขต่อไป กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศผลการสำรวจสภาพการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติฉบับล่าสุดพบว่า แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 29,029 เหรียญ เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 1,241 เหรียญ สาเหตุสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำ ในส่วนของผู้อนุบาลต่างชาติในครัวเรือน มีรายได้โดยเฉลี่ยเดือนละ 19,947 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้านี้เพียง 20 เหรียญ และปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับนายจ้างมากที่สุด ทั้งนายจ้างในภาคการผลิตและภาคสวัสดิการสังคมได้แก่ การสื่อสารลำบาก สำหรับนายจ้างผู้อนุบาลยังประสบปัญหารองลงมาได้แก่ ผู้อนุบาลมัวแต่เล่นมือถือ คุยโทรศัพท์ โดยไม่ตั้งใจทำงาน

สำรวจพบ ค่าจ้างแรงงานต่างชาติภาคการผลิตเพิ่มต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เฉลี่ยเดือนละ 29,000 เหรียญ

         รายงานการสำรวจสภาพการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติฉบับล่าสุด ซึ่งทำการสำรวจเมื่อเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2562 มีนายจ้างที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสำรวจ 8,655 ชุด เป็นนายจ้างภาคการผลิต 4,598 ชุด นายจ้างผู้อนุบาลในครัวเรือน 4,057 ชุด

         ผลการสำรวจด้านเงินค่าจ้างปรากฎว่า ค่าจ้างของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต เพิ่มขึ้นต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 5 ทั้งนี้ ค่าจ้างโดยเฉลี่ยในปี 2558 ของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตอยู่ที่เดือนละ 24,581 เหรียญไต้หวัน ปี 2559 อยู่ที่ 25,440 เหรียญ ปี 2560 เป็น 26,308 เหรียญไต้หวัน ปี 2561 อยู่ที่ 27,788 เหรียญไต้หวัน และปี 2562 อยู่ที่ 29,029 เหรียญ ในจำนวนเป็นเงินเดือนพื้นฐาน 23,514 เหรียญ สาเหตุสำคัญมาจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ด้านเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติภาคการผลิต เฉลี่ยทำงานเดือนละ 187.8 ชั่วโมง ลดลงกว่าปีก่อน 7.5 ชั่วโมง ในจำนวนนี้ เป็นชั่วโมงทำงานปกติ 154.8 ชั่วโมง ลดลง 6.3 ชั่วโมง ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาหรือโอที 33 ชั่วโมง ลดลงกว่าปีก่อน 1.1 ชั่วโมง มีวันหยุดเฉลี่ยเดือนละ 10.7 วัน มากกว่าปีที่ก่อนหน้านี้ 0.8 วัน

แรงงานต่างชาติภาคการผลิต เฉลี่ยทำงานเดือนละ 187.8  ชม. ลดลงกว่าปีก่อน 7.5 ชม. เป็นชั่วโมงทำงานปกติ 154.8 ชม. ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาหรือโอที 33 ชม. 

       ส่วนผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน มีรายได้โดยเฉลี่ย 19,947 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ในจำนวนนี้ประกอบด้วย เงินเดือนพื้นฐาน 17,550 เหรียญ ค่าทำงานล่วงเวลาหรือโอที 2,059 เหรียญไต้หวัน แต่เวลาทำงานในแต่ละวันของผู้อนุบาลในครัวเรือนสูงถึง 10.4 ชั่วโมง และมีนายจ้างร้อยละ 81 ไม่ได้กำหนดเวลาทำงานที่แน่นอน ขณะที่มีผู้อนุบาลต่างชาติร้อยละ 96 แต่ละวันมีเวลาหยุดพักผ่อนต่อเนื่องกันนานกว่า 8 ชั่วโมง และผู้อนุบาลร้อยละ 65 มีวันหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์หรือบางส่วน

ปี 2562 ผู้อนุบาลในครัวเรือน มีรายได้โดยเฉลี่ย 19,947 เหรียญไต้หวันต่อเดือน

         สำหรับปัญหาและอุปสรรคของนายจ้างในการบริหารแรงงานต่างชาติ นายจ้างภาคการผลิต ประสบปัญหาร้อยละ 38.2 ในจำนวนนี้ร้อยละ 82.2 บอกว่ามาจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน รองลงมาเป็นปัญหาที่แรงงานต่างชาติไม่รักษาอนามัยส่วนบุคคล ครองสัดส่วนร้อยละ 35.1 ส่วนนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลประสบปัญหาร้อยละ 35.3 ในจำนวนนี้ นายจ้างหนักใจอันดับหนึ่งได้แก่ สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง มีสัดส่วนร้อยละ 72.1 ตามด้วยผู้อนุบาลมัวแต่พูดคุยทางโทรศัพท์ เล่นมือถือ ครองสัดส่วนร้อยละ 49.5 ตัวเลขนี้สูงขึ้นกว่าปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากสื่อสังคมออนไลน์แพร่หลาย การพูดคุยผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีค่าใช้จ่ายถูกลง

ปัญหาที่นายจ้างหนักใจอันดับหนึ่งได้แก่ สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ตามด้วยผู้อนุบาลมัวแต่พูดคุยทางโทรศัพท์ เล่นมือถือ

         รายงานฉบับนี้ ยังได้สำรวจการแก้ปัญหาของนายจ้างเมื่อผู้อนุบาลหยุดพักผ่อน ร้อยละ 85.6 บอกว่า ให้สมาชิกในครอบครัวอนุบาลดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุแทนผู้อนุบาลต่างชาติ ร้อยละ 36.4 ใช้บริการดูแลผู้ป่วยชั่วคราวของรัฐบาล และร้อยละ 7.2 จ้างผู้อนุบาลชาวไต้หวันทำงานแทนชั่วคราว

ผู้อนุบาลต่างชาติในครัวเรือนทำงานเฉลี่ยสูงถึง 10.4 ชั่วโมงต่อวัน

2. จำคุก 1 ปี 4 เดือน! แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊งค้ามนุษย์ หลอกเพื่อนร่วมชาติมาเรียนและทำงานที่ไต้หวัน นำค่าหัวคิวจากเหยื่อโอนกลับไปสร้างบ้านหรู

         นางอาตี้ ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ร่วมกับญาติพี่น้องของตนในอินโดนีเซียตั้งแก๊งหลอกเพื่อนร่วมชาติในชนบท มาเรียนและทำงานในไต้หวันโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว เก็บค่าหัวคิวแพงถึง 200,000 เหรียญไต้หวัน  แต่เมื่อมาถึงแล้ว กลับถูกบังคับให้ไปทำงานในโรงงานหรือตามไร่นา และยังถูกหักค่าใช้จ่ายรายเดือนอีกต่างหาก นางอาตี้นำเอารายได้จากการขูดรีดเหยื่อ โอนกลับบ้านให้ลูกชายสร้างบ้านหลังใหญ่โต หลังมีคนแจ้งความถูกจับ พบว่าเพียง 3 ปี มีชาวอินโดนีเซียตกเป็นเหยื่อถูกหลอกมาไต้หวันแล้วกว่า 500 คน ศาลท้องถิ่นไทจงตัดสินจำคุกนางอาตี้ 1 ปี 4 เดือน

นางอาตี้หลอกเพื่อนร่วมชาติชาวอินโดนีเซียมาเรียนและทำงานในไต้หวัน โดยเก็บค่าหัวคิวแพง เพียง 3 ปี มีเหยื่อถูกหลอกมาไต้หวันแล้วกว่า 500 คน

         คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ขณะที่ชาวอินโดนีเซีย ซึ่งเดินทางเข้าไต้หวันโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เข้ามอบตัวต่อตำรวจ เพื่อเดินทางกลับประเทศ จากการสอบปากคำจึงได้รู้ว่า นางอาตี้ ผู้อนุบาลชาวอินโดนีเซียที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่หลบหนีนายจ้าง เป็นผู้ดำเนินการทำเรื่องให้เดินทางเข้าไต้หวัน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงตั้งหน่วยตรวจสอบ และได้จับกุมนางอาตี้ได้ที่บ้านพัก โดยยึดของกลางเป็นบัญชีรายชื่อผู้เสียหายที่ถูกหลอกมาเรียนและทำงานที่ไต้หวันช่วงก่อนถูกจับ 3 ปี มีจำนวนมากกว่า 500 คน และส่วนใหญ่เป็นคนบ้านเดียวกัน

ศาลท้องถิ่นไทจงตัดสินจำคุกนางอาตี้ 1 ปี 4 เดือน

         หน่วยตรวจสอบคดีค้ามนุษย์แถลงว่า นางอาตี้ เดินทางมาทำงานตำแหน่งผู้อนุบาลในไต้หวันและได้หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แรกๆ เป็นนายหน้าเถื่อนจัดหางานให้กับแรงงานอินโดนีเซียที่หลบหนีนายจ้าง ต่อมาเห็นช่องทางทำมาหากินกับคนบ้านเดียวกัน โดยให้ลูกชายที่อยู่ในอินโดนีเซียติดต่อประสานงานกับแก๊งค้ามนุษย์อินโดนีเซียที่ตั้งบริษัททัวร์บังหน้า ลงพื้นที่ไปตามชนบท หลอกหนุ่มสาวอินโดนีเซียที่ไม่รู้ ไม่เคยไปทำงานต่างประเทศ แต่อยากมีรายได้ โดยอ้างว่า สามารถจัดส่งมาเรียนในโรงเรียนที่ไต้หวัน พร้อมกับทำงานไปด้วย เมื่อจบการศึกษาแล้ว ยังจะได้รับเงินทุนการศึกษาก้อนโต พร้อมทั้งมีสิทธิ์ทำงานในไต้หวันได้อย่างถูกกฎหมายได้ต่อไป มีชาวอินโดนีเซียจำนวนมากหลงเชื่อ พ่อแม่ไปกู้หนี้ยืมสิน บางคนขายบ้านขายที่นาหรือขายวัวควายเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าหัวคิวที่คิดเป็นเงินไต้หวันสูงถึง 200,000 เหรียญ

อุปกรณ์เครื่องใช้และบัญฃีของกลางที่ยึดได้

         แต่การเดินทางมาไต้หวัน กลับเดินทางมาในฐานะนักท่องเที่ยว ไม่สามารถทำงานได้ เมื่อลงจากสนามบินเข้าสู่ไต้หวัน จะมีพวกของนางอาตี้ขับรถไปรับ ยึดหนังสือเดินทางและพาส่งไปบนดอยแห่งหนึ่งในเมืองจางฮั่ว ซึ่งในที่นั่น มีชาวอินโดนีเซียอยู่รวมกันในสถานที่คับแคบจำนวนหลายสิบคน มีคนคอยเฝ้าตลอดเวลา ประตูห้องถูกล็อค ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ เพื่อรอการจัดส่งไปทำงานตามท้องทุ่งหรือโรงงานขนาดเล็ก ไม่เคยได้ย่างกรายไปยังสถานศึกษาใดๆ แถมยังต้องจ่ายค่าจัดหางานอีกคนละ 5,000 เหรียญ และค่าอาหารวันละ 100 เหรียญ ทั้งที่แต่ละวันให้ทานแต่ขนมปังหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น หากมีการจัดส่งไปทำงาน ค่าจ้างทั้งหมดต้องโอนเข้าบัญชีของนางอาตี้ จากนั้นจะจ่ายให้ในอัตรา 20-30 เหรียญต่อชั่วโมง

         จากการตรวจสอบพบว่า นางอาตี้สามารถอาจหาญทำการขูดรีดเพื่อนร่วมชาติได้ขนาดนี้ เพราะได้รับความช่วยเหลือจากนางหวาง หญิงไต้หวันคนหนึ่งที่คอยให้ยืมรถและช่วยจัดแจงประสานงานต่างๆ และการทำนาบนหลังคนเช่นนี้ ทำให้นางอาตี้ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากซื้อที่ดิน สร้างบ้านหลังใหญ่โตหรูหราแล้ว ยังออกทุนให้ลูกชายเปิดซุปเปอร์มาเก็ตด้วย

         อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของนางอาตี้ ถูกเปิดโปงหลังมีชาวอินโดนีเซียคนหนึ่งหนีออกจากบ้านพัก เข้าไปมอบตัวต่อตำรวจเพื่อขอเดินทางกลับประเทศ ตำรวจจึงตั้งหน่วยเฉพาะกิจสืบสวนและจับกุม จนเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นไทจงตัดสินจำคุกนางอาตี้เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์และยักยอกทรัพย์

รายละเอียดบัญชี เช่น รายชื่อและจำนวนเงินของเพื่อนร่วมชาติที่ถูกหลอก

3. มวยหมู่ในงานลี้ยงพิธีหมั้นของแรงงานเวียดนาม ตำรวจรวบตัว 13 คนกลับโรงพัก

         เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา นายตู้ อายุ 27 ปีกับนางสาวหลี อายุ 23 คนงานเวียดนามคู่รักทำพิธีหมั้นในร้านอาหารเวียดนามแห่งหนึ่งข้างถนนหย่งฟงในเขตไท้ผิง นครไทจง โดยเชิญแขกเหรื่อที่เป็นเพื่อนร่วมชาติหลายสิบคนมาร่วมในงานเลี้ยง แน่นอนเครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้คือสุรา เมื่อเมาได้ที่เกิดการทะเลาะวิวาท จนถึงขั้นตะลุมบอนมวยหมู่เกิดขึ้น ชาวบ้านในละแวกนั้นเกรงจะลุกลามบานปลาย โทรศัพท์แจ้งความ สถานีตำรวจไท้ผิงจัดส่งหน่วยตอบโต้เคลื่อนที่เร็วมาควบคุมสถานการณ์ จับกุมแรงงานเวียดนาม 13 คนกลับไปยังโรงพัก

ตำรวจจับกุมแรงงานเวียดนาม 13 คนที่ก่อเหตุชกต่อยกันกลับไปยังโรงพัก

         แรงงานเวียดนามกลุ่มนี้ มีหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่รุนแรง หลังส่งรักษาที่โรงพยาบาลและส่างเมาแล้ว ต่างอ้างว่า เกิดความเข้าใจผิดและต่างคนต่างไม่เอาเรื่องกัน อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังส่งดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมต่อไป 

         โฆษกสถานีตำรวจไท้ผิงกล่าวเตือนว่า การยกพวกชกต่อยกัน แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่เอาเรื่องซึ่งกันและกัน แต่เป็นพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งเป็นคดีอาญา จะถูกส่งดำเนินคดีต่อไป

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง