ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 29 มกราคม 2563

  • 29 January, 2020
  • อัญชัน ทรงพุทธิ์
ไม่เคารพกฎจราจรเป็นต้นเหตุสำคัญของอุบัติเหตุบนท้องถนน

1. แรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ กลายเป็นกลุ่มชนที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของไต้หวัน มีจำนวนมากกว่าประชากรเมืองจางฮั่ว และมากกว่าชนพื้นเมือง 3 เท่า

            ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมายเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2532 แรงงานต่างชาติชุดแรกที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันเป็นคนงานไทย ทำงานในไซต์งานก่อสร้างทางด่วนสาย 3 ระยะเวลาผ่านไป 30 ปี ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติกว่า 710,000 คน กระจายทำงานในภาคส่วนต่างๆ ของไต้หวัน อาทิ ภาคการผลิต ก่อสร้าง ประมง และภาคสวัสดิการสังคม กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดเสียมิได้ของสังคมไต้หวันไปแล้ว

แรงงานต่างชาตินั่งพักผ่อนหน้าศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์

แรงงานต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ นั่งเล่นพักผ่อนและนัดพบเพื่อนฝูงที่ริมฝั่งธารน้ำใสซินเซิ่งกรีนวอเตอร์เวย์ (Shin Sei Green Waterway : 新盛綠川水岸廊道) ในนครไทจง

            นอกจากนี้ ยังมีชาวต่างชาติที่แต่งงานกับคนไต้หวันที่เรียกกันว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จำนวน 545,000 คน รวมกับบุตรอีกกว่า 500,000 คน จำนวนคนทะลุ 1.75 ล้านคน กลายเป็นกลุ่มชนที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของไต้หวัน รองจากคนฮกเกี้ยน ฮากกา คนต่างมณฑล มากกว่าชนพื้นเมืองที่มีจำนวน 570,000 คนถึง 3 เท่า หากเทียบกับประชากรเมืองต่างๆ ในไต้หวันแล้ว เป็นรองเพียง 6 นคร และมากกว่าเมืองจางฮั่ว ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ถึง 480,000 คน

แรงงานต่างชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดเสียมิได้ของสังคมไต้หวันไปแล้ว

2. แรงงานต่างชาติ นอกจากช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุแล้ว ยังช่วยสร้างความคึกคักให้แก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลายแขนง เพียงใช้จ่ายเดือนละ 3,000 เหรียญต่อคน แต่ละปีสร้างมูลค่าทางการค้าสูงถึง 31,100 ล้านเหรียญไต้หวัน

            บริเวณหน้า-หลังสถานีรถไฟตามเมืองต่างๆ จะปรากฏย่านธุรกิจที่บริการแรงงานต่างชาติเป็นหลักมากมาย นอกจากนี้ ย่านที่อยู่ใกล้กับโบสถ์ อย่างบริเวณถนนจงซานเป่ยลู่ในกรุงไทเป หรือบริเวณรอบๆ นิคมอุตสาหกรรมที่มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ จะมีห้างหรือซุปเปอร์มาเก็ตที่บริการชาวต่างชาติเป็นการเฉพาะผุดขึ้นมากมาย

แรงงานต่างชาติเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง

            ห้างที่ใหญ่สุด ได้แก่ศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์ (東協廣場) หรือที่ในอดีตคนงานไทยรู้จักกันในชื่อห้างไทจง บางคนก็เรียกตามภาษาจีนว่า  第一廣場 ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นอาเซียนสแควร์ เป็นอาคารรูปตัว U สูง 13 ชั้น ห้องใต้ดิน 3 ชั้น ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟไทจง เป็นแหล่งรวมสินค้าอุปโภค-บริโภคและความบันเทิงขนาดใหญ่ของแรงงานต่างชาติ เนื่องจากการคมนาคมสัญจรสะดวก อยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟ ในอดีตเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว เป็นศูนย์การค้าหรือช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ชื่อดังของนครไทจง แต่ต่อมากิจการซบเซาเนื่องจากสู้ห้างที่เปิดใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว หลังจากแรงงานต่างชาติในนครไทจงเพิ่มมากขึ้น ได้กลายเป็นแหล่งจับจ่ายซื้อของของแรงงานต่างชาติ มีร้านค้าไปตั้งเรียงรายและมีแรงงานต่างชาติไปใช้บริการมากมาย ทั้งจากในนครไทจงและเมืองใกล้เคียงเดินทางไปจับจ่ายซื้อของ ทานอาหารบ้านเกิดหรือรื่นเริงบันเทิงใจกันที่นี่ เมื่อมีคนเยอะ ปัญหาอาชญากรรมและสุขอนามัยก็เกิดตามมามากมาย แต่ 2-3 ปีมานี้ เนื่องจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงร้องเรียนกันมาก ทางเทศบาลนครไทจง จึงได้จัดระเบียบใหม่ เนรมิตให้กลายเป็นสถานที่ช้อปปิ้งที่ปลอดภัยสำหรับแรงงานต่างชาติ นอกจากนี้ยังต้องการให้เป็นศูนย์ให้บริการแรงงานข้ามชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่

ลูกค้าต่อแถวรอจ่ายเงินที่ซุปเปอร์มาเก็ต Big King ในศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์

                        นอกจากชั้น 1-3 เป็นร้านขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ อุปกรณ์ไฟฟ้า อิเลคทรอนิคส์ มือถือและร้านอาหารจากประเทศอาเซียนแล้ว ชั้นอื่นๆ ยังมีผับที่บริการแรงงานชาติต่างๆ โรงแรม และKTV เป็นต้น ในวันหยุดจะมีแรงงานต่างชาตินับพันเดินขวักไขว่ซื้อของ ทานอาหารหรือเป็นจุดนัดพบ จัดเป็นแหล่งชุมนุมของแรงงานต่างชาติที่คึกคักและใหญ่ที่สุดในไต้หวันก็ว่าได้

หญิงเวียดนามเจ้าของร้านอาหาร

โชเฟอร์แท็กซี่บอกว่า รับผู้โดยสารที่เป็นแรงงานต่างชาติ (ที่ไม่เมา) สบายใจที่สุด เพราะจะไม่ต่อราคา (อาจเป็นเพราะต่อไม่เป็น)

3. เตือนปั่นจักรยานหรือขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ นอกจากดื่มไม่ขับแล้ว ยังต้องเคารพกฎจราจร พบผู้ฝ่าฝืนกฎหมายการจราจรว่าด้วยรถจักรยานไฟฟ้า ร้อยละ 99 ถูกปรับเพราะไม่สวมหมวกกันน็อค ร่วม 60% เป็นแรงงานต่างชาติ

          ไต้หวันประกาศใช้กฎหมายการจราจรว่าด้วยรถจักรยานไฟฟ้าฉบับใหม่ เมื่อ 1 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา ตำรวจปฏิบัติการตรวจเข้มทั่วไต้หวันอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบผู้ฝ่าฝืนกฎระเบียบไม่สวมหมวกกันน็อคหรือปรับแต่งความเร็วรถโดยพลการจำนวนมาก ในจำนวนนี้กว่าครึ่งเป็นแรงงานต่างชาติ และแรงงานต่างชาติเหล่านี้ มักจะบ่นขณะโดนปรับว่า ขี่รถจักรยานไฟฟ้าทำไมต้องสวมหมวกกันน็อค ด้านตำรวจกังวลว่า การกวดขันจับกุมอย่างเข้มงวดดังกล่าวจะฝ่าฝืนหลักการลงโทษที่ได้ส่วนกับความผิดหรือไม่

พบผู้ฝ่าฝืนกฎหมายการจราจรว่าด้วยรถจักรยานไฟฟ้า ร้อยละ 99 ถูกปรับเพราะไม่สวมหมวกกันน็อค ร่วม 60% เป็นแรงงานต่างชาติ

          จากการที่รถจักรยานไฟฟ้า ซึ่งราคาถูกและไม่ต้องสอบใบขับขี่ กลายเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ ในกลุ่มแรงงานต่างชาติก็เช่นเดียวกัน จากข้อมูลของกระทรวงคมนาคมพบว่า ณ สิ้นปี 2561 ในไต้หวันมีรถจักรยานไฟฟ้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐานกว่า 400,000 คัน และอุบัติเหตุจากรถจักยานไฟฟ้าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 40% โดยในปี 2561 เกิดอุบัติเหตุ 2,330 คดี เสียชีวิต 10 คน บาดเจ็บ 3,292 คน

แรงงานหญิงเวียดนามที่หนานโถวขี่จักรยานไฟฟ้าเชี่ยวกับรถบรรทุกเสียชีวิต 1 บาดเจ็บสาหัสอีก 1

          ดังนั้น นอกจากมีการตรวจจับและลงโทษร้านค้าที่รับปรับแต่งความเร็วรถจักรยานไฟฟ้าเกินกำหนดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา มีการบังคับใช้กฎหมายการจราจรว่าด้วยรถจักรยานไฟฟ้า โดยกำหนดให้ความเร็วของรถจักรยานไฟฟ้าขับได้ไม่เกิน 25 กม./ชม. หากฝ่าฝืนจะถูกปรับตั้งแต่ 900-1,800 เหรียญไต้หวัน ไม่สวมหมวกกันน็อคถูกปรับ 300 เหรียญ ปรับแต่งรถโดยพลการปรับตั้งแต่ 1,800-5,400 เหรียญไต้หวัน

          จึงขอเตือนว่า กฎหมายเกี่ยวกับรถจักรยานไฟฟ้า ใช้กับชาวไต้หวันและชาวต่างชาติโดยไม่มีข้อยกเว้น และตำรวจกล่าวเตือนว่า จะมีการตรวจเข้มอย่างต่อเนื่อง

แรงงานเวียดนามในนิคมอุตสาหกรรมในเมืองหนานโถว บิดมอเตอร์ไซค์เพื่อให้ทันเวลาเข้าทำงานเกิดชนกับรถตู้เสียชีวิต

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง