ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563

  • 31 January, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
นายบุ่ยก่อคดีแล้วหลบหนีแต่ไปไม่รอด วิ่งหมดแรงนอนแผ่กลางถนนถูกจับ

1. ป้องกันการแจ้งมั่ว แก้ระเบียบการแจ้งเบาะแสแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ผู้แจ้งไม่ระบุข้อมูลส่วนตัว จะไม่มีสิทธิ์รับเงินรางวัลนำจับ

        เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศระเบียบการแจ้งข้อมูลการฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานและการรับเงินรางวัลนำจับฉบับแก้ไข สาระสำคัญของการแก้ไขระเบียบฉบับนี้ ด้านจำนวนเงินรางวัลนำจับยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีการแก้ไขคุณสมบัติของผู้แจ้งและรูปแบบในการแจ้งข้อมูล ข้อมูลที่ได้รับแจ้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งภายในเวลา 7-14 วัน หากผู้แจ้งไม่ระบุข้อมูลส่วนตัว อาทิ ชื่อจริง หมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่ที่ติดต่อได้เป็นต้น จะไม่ได้รับเงินรางวัลนำจับอีกต่อไป

เพื่อลดจำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย กระทรวงแรงงานให้เงินรางวัลแก่ผู้แจ้งข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุม

       สืบเนื่องจากแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างหรือที่เรียกกันว่าแรงงานผิดกฎหมาย ยังไม่มีแนวโน้มลดลง โดยแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ยังไม่ถูกตรวจพบ มีจำนวนมากกว่า 48,000 คน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันได้ประกาศเพิ่มเงินรางวัลนำจับนายจ้างและแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายจาก 50,000 เหรียญไต้หวัน เป็น 70,000 เหรียญไต้หวัน  มาตรการนี้ปรากฎว่าได้ผล ยอดแจ้งข้อมูลผู้ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15 แต่ก็พบว่า ข้อมูลที่แจ้งกว่าครึ่งเป็นข้อมูลมั่ว เมื่อเห็นแรงงานต่างชาติ ไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายแจ้งดะ กองแรงงานนครนิวไทเปเคยบรรยายสภาพการณ์ดังกล่าวว่า คล้ายเอาปืนลูกซองยิงนก โชคดีอาจมีนกตกลงมาสักตัวสองตัว จึงเรียกร้องให้ผู้แจ้งเบาะแสต้องมีหลักฐานชัดเจน อย่างแจ้งมั่ว เพราะจะรบกวนความสงบสุขและสร้างปัญหาและอุปสรรคในการทำงานและการดำรงชีวิตของแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายได้

ผู้แจ้งข้อมูลไม่ตรงตามจริง สร้างปัญหาก่อกวนความสงบสุขของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติที่ทำงานอย่างถูกกฎหมาย

        จากการเปิดเผย การแจ้งข้อมูลผู้ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน ส่วนใหญ่เป็นผลงานของนักร้องอาชีพ และเนื่องจากการแจ้งข้อมูลแรงงานผิดกฎหมาย เปิดให้แจ้งผ่านระบบออนไลน์ได้ จึงมีผู้แจ้งข้อมูลแบบมั่วๆ เช่นแจ้งว่า ร้านค้าข้างถนนทั้งแถบ 20-30 ร้านติดต่อกัน มีการว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายเข้าทำงาน หรือเมื่อเห็นชาวต่างชาติทำงานอยู่ในบ้าน จะดำเนินการแจ้งทันที การแจ้งข้อมูลในลักษณะหว่านแหเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และการทำงานของแรงงานต่างชาติที่ถูกกฎหมาย ยังสร้างความรำคาญให้กับร้านค้าต่างๆ เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจตราสอดส่องอยู่บ่อยๆ

เจ้าหน้าที่ ตม. ตรวจสอบการว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานในสถานประกอบการตามข้อมูลที่ได้รับแจ้ง

        กระทรวงแรงงานจึงมีการแก้ไขระเบียบการแจ้งข้อมูลการฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานและการรับเงินรางวัลนำจับเสียใหม่ และประกาศมีผลใช้ตั้งแต่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยกำหนดผู้แจ้งข้อมูลจะต้องระบุชื่อจริง หมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่ที่ติดต่อได้ เพื่อความสะดวกในการประสานติดต่อและแจ้งผลคืบหน้าการตรวจสอบให้ผู้แจ้งได้รับทราบ และต้องระบุช่วงเวลาการทำผิดกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบต่อไป และหลังจากรับแจ้งแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบจะดำเนินการภายในเวลา 7-14 วัน กรณีที่เป็นคดีเดียวกัน แต่มีผู้แจ้ง 2 รายขึ้นไป และนำไปสู่การจับกุม ผู้แจ้งรายแรกจะได้รับเงินรางวัลนำจับ แต่หากไม่ไม่สามารถแยกแยะลำดับในการแจ้ง ให้แบ่งเงินรางวัลแก่ผู้แจ้งในสัดส่วนเท่าๆ กัน และในกรณีที่แจ้งข้อมูลนำไปสู่การจับกุมทั้งนายจ้างและแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ซึ่งมีเงินรางวัลนำจับที่แตกต่างกัน ผู้แจ้งข้อมูลจะได้รับเงินรางวัลนำจับสูงสุดเพียงก้อนเดียว

ตำรวจเมืองจีหลงจับแรงงานต่างชาติทำงานผิดกฎหมายจากข้อมูลที่ได้รับแจ้ง

        ส่วนเงินรางวัลยังคงเดิม โดยในส่วนของนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงาน 1 คน ผู้แจ้งข้อมูลจะได้รับเงินรางวัล 10,000 เหรียญ ตรวจพบ 2-4 คน จะได้รับเงินรางวัล 20,000 เหรียญ 5-7 คน ได้รับเงินรางวัล 50,000 เหรียญ 8-10 คน 60,000 เหรียญ ตรวจพบ 11 คนขึ้นไป จะได้รับเงินรางวัล 70,000 เหรียญ

ตำรวจซินจู๋เข้าตรวจสอบแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ทำงานในร้านนวดไทย

        สำหรับนายหน้าเถื่อน หากนำไปสู่การจับกุมคนงานต่างชาติผิดกฎหมาย 1 คน ผู้แจ้งข้อมูลจะได้รับเงินรางวัลนำจับ 20,000 เหรียญ 2-4 คน จะได้รับเงินรางวัล 50,000 เหรียญ เป็นเหตุนำไปสู่การจับกุมคนงานต่างชาติผิดกฎหมาย 5 คนขึ้นไป ผู้แจ้งจะได้รับเงินรางวัล 70,000 เหรียญ

ชาวบ้านแจ้งตำรวจจับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายในไถหนานร้องเพลงส่งเสียงดัง

        ส่วนการแจ้งข้อมูลแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย เป็นเหตุนำไปสู่การจับกุมได้ 1-3 คน ผู้แจ้งจะได้รับเงินรางวัลนำจับ 5,000 เหรียญ 4-6 คน จะได้รับ 10,000 เหรียญ 7-9 คน จะได้รับ 15,000 เหรียญ และ 10 คนขึ้นไป ผู้แจ้งข้อมูลจะได้รับเงินรางวัลนำจับ 20,000 เหรียญไต้หวัน

2. ซื้อต่อเนื่องมา 3 ปี คนงานไทยโชคดี ถูกรางวัลที่ 1 ล็อตโต้ 539 รับเงิน 8 ล้าน TWD เตรียมซื้อบ้านที่ไทย เตือนซื้อได้แต่อย่าหมกมุ่นจนติด

      แรงงานไทยอายุ 30 ปีรายหนึ่ง ทำงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมหมินสงในเมืองเจียอี้ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้ไปซื้อล้อตโต้ 539 เป็นเงิน 50 เหรียญ และล็อตโต้ประเภทอื่นๆ อีก 200 เหรียญ ถูกรางวัลที่ 1 ล็อตโต้ 539 ได้เงิน 8 ล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนั้นล็อตโต้ประเภทอื่นอีก 10,000 เหรียญ เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา แรงงานไทยรายนี้ปรากฎตัวที่ร้านขายล็อตโต้ ขอบคุณเจ้าของร้านที่นำโชคมาสู่ตัวเขา และกล่าวว่า จะนำเงินรางวัลที่ได้ ไปซื้อบ้านและที่ดินที่บ้านเกิด

      เจ้าของร้านขายล็อตโต้กล่าวว่า แรงงานไทยผู้โชคดีรายนี้ เป็นลูกค้าขาประจำ ปกติหลังเลิกงานจะชวนเพื่อนคนงานไทยด้วยกัน 2-3 คนแวะมาที่ร้านเพื่อซื้อล็อตโต้ แม้จะซื้อครั้งละไม่มาก แต่ซื้อเป็นประจำมาเป็นเวลาร่วม 3 ปีแล้ว และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ถูกรางวัลใหญ่

เจ้าของร้ายขายล็อตโต้โชว์ล็อตโต้ 539 ที่แรงงานไทยถูกรางวัลที่ 1 ได้รับเงินรางวัล 8 ล้านเหรียญไต้หวัน

      ไต้หวันเปิดให้เล่นล็อตโต้หรือหวยออนไลน์มาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2542 โดยมีหลากหลายประเภทให้แทง มีทั้งที่ออกทุกวัน สองวันครั้งและหวยขูด สำหรับล็อตโต้ 539 เป็นล็อตโต้ที่ออกทุกวัน ตั้งแต่วันจันทร์-วันเสาร์ แทงเกมส์ละ 50 เหรียญ มีเลข 39 ตัว หากถูก 5 ตัว จะได้รับรางวัลที่ 1 จำนวน 8,000,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งปกติจะมี 4 รางวัล โดยผู้โชคดีจะถูกหักภาษี 20%

      เมื่อปี 2545 เคยมีแรงงานไทยสองสามีภรรยาโชคดีคู่หนึ่ง เป็นชาว จ.พิษณุโลก เดินทางมาทำงานในโรงงานทอผ้าแห่งหนึ่งในเขตหยางเหมย นครเถาหยวน ถูกรางวัลที่ 1 รับไป 57 ล้านเหรียญไต้หวัน สร้างความฮือฮาทั่วเกาะไต้หวันมาแล้ว ต่อมามีคนงานไทยในนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปการส่งออกหวูชี นครไทจง ถูกรางวัลที่ 2 ประเภทบิ๊กล็อตโต้หรือต้าเล่อโถว้ ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ที่มีคนงานไทยโชคดีถูกรางวัลใหญ่อีก

ล็อตโต้ 539 เป็นล็อตโต้ที่ออกทุกวัน แทงเกมส์ละ 50 เหรียญ มีเลข 39 ตัว หากถูก 5 ตัว จะได้รับรางวัลที่ 1 แต่ละงวดสูงสุดมี 4 รางวัล รางวัลละ 8,000,000 เหรียญไต้หวัน

      อย่างไรก็ตาม ขอเตือนว่า การซื้อล็อตโต้หรือหวยหวังรวยทางลัดนั้น โอกาสที่จะโชคดีมีน้อยกว่าถูกฟ้าผ่าเสียอีก จึงไม่ควรจะหมกมุ่น หวังรวยทางลัดจากการเล่นหวยและการพนัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตกล่าวว่า ผู้ที่นิยมเล่นหวย โดยเฉพาะผู้ที่เล่นทุกงวดและเพิ่มวงเงินการเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลเสียหายต่อชีวิตความเป็นอยู่และหน้าที่การงาน เข้าข่ายเป็นผู้ป่วยโรคจิตเวชชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่าโรคติดการพนัน เช่นเดียวกับผู้ติดการพนันชนิดอื่น ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการคล้ายคนติดยาเสพติด กล่าวคือจิตใจจดจ่ออยู่กับการเล่นตลอดเวลา หากไม่ได้เล่นจะเกิดอาการกระสับกระส่าย หงุดหงิด นอนไม่หลับ ไม่มีเงินก็จะต้องขวนขวาย กู้หนี้ยืมสินเพื่อนำเงินมาเล่น แม้จะมีความพยายามที่จะเลิกแต่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ

ไต้หวันเปิดให้เล่นล็อตโต้หรือหวยออนไลน์มาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2542 โดยมีหลากหลายประเภทให้แทง

3. คนงานเวียดนามฆ่ากันตาย 2 ศพ

        หอพักแรงงานเวียดนามในโรงงานทอผ้าแห่งหนึ่งที่นครไถหนาน เกิดคดีฆ่ากันเอง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย หลังก่อคดีมือมีดหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่รวบตัวได้นำตัวไปดำเนินคดีข้อหาฆ่าคน เจ้าตัวรับสารภาพว่า ทำงานในแผนกเดียวกันกับผู้ตาย มักจะมีเรื่องทะเลาะ และตนเคยถูกผู้ตายทั้ง 2 ซ้อม ต้องการล้างแค้นเพียงแค่สั่งสอน แต่ด้วยฤทธิ์สุราควบคุมสติอารมณ์ไม่ได้ ใช้มีดทำครัวไล่ฟันและแทงทั้งสองถึงแก่ชีวิต

แรงงานเวียดนามคลั่ง ไล่ฟันเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต 2 รายแล้วหลบหนี ตำรวจตามไล่ล่า

        คดีนี้เกิดขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมหมาโต้วในนครไถหนาน ผู้ตายคือนายหว่าง อายุ 31 ปี และนายเหวา อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นน้องเขยของนายหว่าง มือมีดคือนายบุ่ย อายุ 35 ปี ทั้ง 3 คนเป็นแรงงานเวียดนามเดินทางมาทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุ คือเมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลา 3 ทุ่มเศษ นายบุ่ยกลับจากร้านอาหารด้วยอาการเมาสุรา เดินไปในห้องนอนของนายหว่าง ทั้งสองทะเลาะกันเสียงดัง เพื่อนๆ ในหอพักแยกให้ออกจากกัน แต่หลังจากที่นายบุ่ยกลับไปแล้ว นายหว่างยิ่งคิดยิ่งแค้น เลยชวนนายเหวา ซึ่งเป็นน้องเขยไปยังห้องนอนของนายบุ่ยรุมทำร้ายนายบุ่ยจนหน้าตาบอบช้ำ จนกระทั่งเพื่อนๆ มาแยกให้ออกจากกัน ทำให้นายบุ่ยแค้นหนัก คว้ามีดทำครัวตามทั้งสองไปยังห้องนอน เห็นนายเหวาอยู่นอกห้องนอนใช้มีดไล่ฟัน นายเหวาวิ่งลงบันใด นายบุ่ยไล่ตามลงไปแทงที่หน้าอก จนนอนจมกองเลือด ด้านนายหว่างเห็นนายบุ่ยไล่ฆ่าน้องเขยอย่างบ้าเลือด เกิดอาการกลัววิ่งไปหลบซ่อนตัวในห้องน้ำหอพักของน้องสาว แต่นายบุ่ยตามไปเจอจนได้ ไล่นางหว่างน้องสาวคู่อริและเป็นเมียนายเหวา รวมทั้งแฟนของตนที่คุกเข่าอ้อนวอนให้หยุดพฤติกรรมบ้าคลั่งเสียออกจากห้องน้ำ แล้วลากตัวนายหว่างออกมาฟันที่คออย่างไม่ยั้ง จนนายหว่างฟุบกับพื้นที่เปื้อนไปด้วยเลือด เพื่อนๆ ที่เห็นเหตการณ์รีบโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจมาถึง ส่งแรงงานเวียดนามที่ถูกฟันอาการสาหัสทั้งสองไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากเสียเลือดมาก ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างทางทั้งคู่

มีดหั่นผักที่ใช้ก่อคดี

        ขณะที่นายบุ่ย หลังก่อเหตุ กระโดดกำแพงที่มีรั้วหนามหลบหนีออกนอกโรงงานถูกลวดหนามแทงได้รับบาดเจ็บ ตำรวจไล่ตามออกไป หลังหนีไป 2 ชั่วโมงจนกระทั่งหมดแรง ประกอบกับรุ่งเช้าอากาศหนาว ออกมาจากไร่ข้าวโพดที่ใช้เป็นหลบซ่อนมานอนแผ่บนถนน ถูกชาวบ้านเห็นแจ้งตำรวจมารวบตัวได้ในที่สุด

นายบุ่ยก่อคดีแล้วหลบหนีแต่ไปไม่รอด วิ่งหมดแรงนอนแผ่กลางถนนถูกจับ

        แรงงานเวียดนามรับสารภาพว่า ตนมีเรื่องขัดใจกับผู้ตายทั้งสองและเคยถูกซ้อมมาก่อน จึงเกิดความแค้น โดยคิดจะสั่งสอนเท่านั้น แต่ด้วยฤทธิ์สุราไม่สามารถควบคุมอารมณ์แค้นได้ จนกระทั่งใช้มีดทำครัวไล่ฟันและแทงทั้งสองถึงแก่ชีวิต ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งอัยการดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนต่อไป

นายบุ่ยร้องว่าหนาว หมดแรงที่จะหนีต่อไป

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง