ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563

  • 05 February, 2020
  • อัญชัน ทรงพุทธิ์
แรงงานไทยยังคงได้รับความนิยมว่าจ้างในไซต์งานก่อสร้างไต้หวัน

1. โครงการเมกะโปรเจกต์ในไต้หวัน ส่วนใหญ่ว่าจ้างแรงงานไทย เหตุเพราะขยัน อดทน ฝีมือดีและให้ความร่วมมือ ขณะที่ไซต์งานหนึ่งนำเข้าแรงงานเวียดนาม 220 คน ไม่ถึงปีหนีไปแล้ว 200 คน

          เมื่อ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ไต้หวันเปิดใช้ถนนทางลัดสายซูอ้าว-ฮัวเหลียน ระยะทาง 38.8 กม. ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 9 ปี เนื่องจากตัดผ่านภูเขา มีอุโมงค์ถึง 8 แห่งรวมระยะทาง 24.5 กม. ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าร่วมการก่อสร้างกว่า 1,000 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทย ทำให้การเดินทางไปยังฮัวเหลียนโดยรถยนต์มีความปลอดภัยและประประหยัดเวลามากขึ้น นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ได้กล่าวขอบคุณแรงงานต่างชาติที่มีส่วนร่วมในงานก่อสร้างและมอบโล่ขอบคุณแก่ตัวแทนแรงงานไทย

ถนนทางลัดสายซูอ้าว-ฮัวเหลียน ระยะทาง 38.8 กม. ว่าจ้างแรงงานไทยร่วมพัน

          โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐในไต้หวันเกือบทั้งหมดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะทางด่วนสาย 3 สาย 5 ทางรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าในเมืองต่างๆ โรงไฟฟ้า และตึกไทเป 101 ฯลฯ ระยะหลังมีการนำเข้าแรงงานชาติบ้าง เนื่องจากหาคนงานไทยรุ่นใหม่ที่จะเดินทางมาทำงานก่อสร้างลดน้อยลง แต่หลังจากนำเข้าคนงานชาติอื่นแล้ว ต่างบอกว่าสู้แรงงานไทยไม่ได้ โดยเฉพาะแรงงานเวียดนาม โดยมีบริษัทก่อสร้างรายหนึ่ง นำเข้าแรงงานเวียดนาม 220 คน ไม่ถึงปีหลบหนีไปถึง 200 คน ส่วนแรงงานอินโดนีเซีย แม้จะมีความอึด แต่ความเชี่ยวชาญและความคล่องตัวในการทำงานสู้แรงงานไทยไม่ได้ นี่เป็นประสบการณ์จากนายจ้างและผู้บริหารในไซต์งานเล่าให้ฟัง

ทางด่วนสาย 5 และอุโมงค์เสวี่ยซาน ซึ่ง 12.9 กม. ยาวอันดับของเอเชีย จ้างคนงานไทยร่วมสร้างหลายพันคน

ทางต่างระดับของทางด่วนช่วงไทจง

รถไฟฟ้าไทเป

แรงงานไทยกว่า 1,000 คน ร่วมสร้างทางรถไฟความเร็วสูง

ตึกไทเป 101 จ้างคนงานไทยประมาณ 500 คนร่วมงานก่อสร้าง ปัจจุบันหน้าตึกมีอนุสาวรีย์อิฐแก้วสลักชื่อผู้ร่วมก่อสร้างไว้ทั้งหมด

2. รัฐบาลอินโดนีเซียวอนนายจ้างไต้หวันจ้างตรงแรงงานมากขึ้นจากปัจจุบันที่นำเข้าเพียง 25 คน ขณะที่แรงงานไทยเดินทางมาทำงานผ่านการจัดส่งโดยรัฐแล้วหลายพันคนในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา แนะแรงงานไทยที่อยากเดินทางมาทำงานโดยการจัดส่งของรัฐ ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด

          กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียวอนนายจ้างไต้หวันว่าจ้างแรงงานอินโดนีเซียโดยไม่ผ่านการจัดส่งของบริษัทจัดหางาน ทำให้แรงงานไม่ถูกขูดรีดเพราะไม่เสียค่าหัวคิว แม้ในขณะนี้ จะมีนายจ้างไต้หวันเพียง 2 ราย ได้แก่ซินกวงเท็กซ์ไทล์ที่ซินจู๋และโฮโยเท็กซ์ไทล์ในนครเถาหยวน ว่าจ้างแรงงานอินโดนีเซียโดยผ่านระบบจ้างตรงรวมกันเพียง 25 คนก็ตาม แต่ถือเป็นก้าวแรก หวังว่าในปีใหม่นี้ จะมีนายจ้างไต้หวันว่าจ้างผ่านระบบจ้างตรงมากขึ้นกว่า 1 เท่าตัว

2 คนงานอินโดนีเซียที่เดินทางมาทำงานในโรงงานสิ่งทอผ่านระบบการจัดส่งโดยรัฐ

          แรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ประสบปัญหาเช่นเดียวกับชาติอื่น ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในอัตราที่แพง ทั่วไปเก็บกันที่ 30-60 ล้านรูเปี๊ยะห์ หรือประมาณ  64,800 – 129,600 เหรียญไต้หวัน ส่งผลให้แรงงานอินโดนีเซียต้องแบกรับภาระหนี้สินที่หนักอึ้ง เพื่อจะลดปัญหาแรงงานกดดัน รัฐบาลอินโดนีเซียเรียกร้องนายจ้างไต้หวันให้หันมาว่าจ้างแรงงานอินโดนีเซียผ่านระบบจ้างตรง ซึ่งแรงงานนอกจากไม่ต้องจ่ายค่าหัวคิวแล้ว นายจ้างยังจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อาทิ ค่าตรวจโรค ค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ

คนงานไทยที่ทำงานก่อสร้างในนคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของฟอร์โมสาพลาสติกกรุ๊ป มีส่วนหนึ่งจัดส่งโดยรัฐ

          ระบบจ้างตรง ไทยเรียกกันว่าการจัดส่งโดยรัฐนั้น แรงงานไทยจัดเป็นชาติแรกในไต้หวันที่มีการจัดส่งโดยรัฐไม่ผ่านบริษัทจัดหางาน มาตั้งแต่ปี 2538 หรือเมื่อ 25 ปีที่แล้ว โดยกรมการจัดหางานของไทยจัดส่งให้บริษัทฟอร์โมซา พลาสติกส์กรุ๊ป เพื่อก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีคอล คอมเพล็กซ์ ม่ายเหลียว เมืองหยุนหลิน จนถึงปัจจุบัน ก็ยังมีการจัดส่งเหมือนเดิม โดยทุกวันนี้ มีแรงงานไทยเดินทางมาทำงานประจำที่ฟอร์โมซา เฮฟวี่อินดัสทรี่ประมาณ 300 คน นอกจากนี้ ทางภาคเหนือมีนายจ้าง 3-4 ราย ที่ว่าจ้างแรงงานไทยผ่านระบบการจัดส่งโดยรัฐ โดยสำนักงานแรงงานไทย ไทเป เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ อย่างบริษัท Tripod Technology Corporation และ Kingwhale Corp. เป็นต้น รวมคนงานไทยกว่า 400 คน และนอกจากการจัดส่งโดยรัฐแล้ว ยังมีบริษัทขนาดใหญ่ของไต้หวันอีกหลายราย เนื่องจากรับงานลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติ อย่างแอปเปิลคอมพิวเตอร์ ไนกี้ อาดิดาส เป็นต้น นำเข้าแรงงานไทยผ่านบริษัทจัดหางาน แต่นายจ้างเป็นผู้จ่ายค่าหัวคิวและค่าเดินทางทุกอย่าง ห้ามบริษัทจัดหางานเก็บจากตัวคนงาน คาดว่าแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานตามระบบนี้มีจำนวนมากกว่า 600 คน

แรงงานไทยถนัดในงานก่อสร้างและมีช่างเชื่อมฝีมือดีจำนวนมาก

3. ระเบียบการการหักเงินภาษีของแรงงานต่างชาติ

          ตามกฎหมายประมวลรัษฎากรของไต้หวัน กำหนดให้ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไต้หวันครบ 183 วันใน 1 ปีภาษี (1 ม.ค.-31 ธ.ค.) จะต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับคนไต้หวัน และได้รับการยกเว้นและลดหย่อนเหมือนกันอย่างต่ำ 408,000 เหรียญไต้หวันต่อปี หรือผู้มีรายได้เดือนละไม่เกิน 34,000 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องเสียภาษี (ยังไม่รวมเงินรายได้จากการทำโอทีปลอดภาษีเดือนละ 46 ชั่วโมง) แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียภาษี แต่ในทางปฏิบัติ นายจ้างอาจหักภาษีล่วงหน้า 6-10% แต่จะได้รับคืนหลังยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีในเดือนพฤษภาคมของปีถัดไปแล้ว 3-4 เดือน

ผู้มีรายได้ ซึางรวมชาวต่างชาติ จะต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีในเดือนพฤษภาคมของทุกปี

          แต่สำหรับผู้อยู่ไม่ครบ 183 วันใน 1 ปีภาษี (1 ม.ค.-31 ธ.ค.) จะต้องเสียภาษีโดยการหัก ณ ที่จ่าย 6% ของเงินได้ โดยไม่ได้รับคืน หากรายได้ในเดือนนั้นไม่ถึง 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หรือ 35,700 เหรียญไต้หวัน แต่หากมากกว่านี้ จะต้องเสียภาษี 18% โดยไม่ได้รับคืน

แรงงานต่างชาติที่มีรายได้เดือนละไม่เกิน 34,000 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องเสียภาษี

          สำหรับผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากนายจ้างเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่นิติบุคคล จึงไม่สามารถหักภาษีล่วงหน้าจากค่าจ้างของคนงานต่างชาติได้ อย่างไรก็ตาม คนงานในตำแหน่งผู้อนุบาล จะต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระเงินภาษีที่ต้องจ่ายจริงในเดือนพฤษภาคมปีถัดไปเช่นกัน (ผู้อนุบาลส่วนใหญ่มีเงินเดือนไม่ถึง 34,000 เหรียญ จึงไม่ต้องเสียภาษี)

ผู้อนุบาลเกือบทั้งหมด เงินเดือนไม่ถึง 34,000 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องเสียภาษี

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง