ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

  • 28 February, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานชินพูน ในนครเถาหยวน เมื่อ 28 เมษายน 2561

1. แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวัน หากไม่ติดเชื้อและไม่เปลี่ยนผ่านเครื่องที่ฮ่องกง นายจ้างให้กักแยกบริเวณ 14 วัน กระทรวงแรงงานระบุ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตามปกติ

       ผลจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก โดยมีการระบาดหนักในจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าว ไต้หวันประกาศห้ามชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงและมาเก๊าเดินทางทางเข้าไต้หวันเป็นการชั่วคราว และผู้โดยสารที่เดินทางเข้าไต้หวัน หากเปลี่ยนผ่านเครื่องที่จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงหรือมาเก๊า จะต้องถูกกักแยกบริเวณเพื่อสังเกตอาการด้วยตนเองเป็นเวลา 14 วัน แต่มีนายจ้างบางราย บังคับให้แรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันในช่วงนี้ ยังไม่ให้เข้าทำงาน โดยให้แยกบริเวณอยู่ในหอพักเพื่อเฝ้าดูอาการด้วยตนเองเป็นเวลา 14 ทั้งที่แรงงานต่างชาติเหล่านี้ เดินทางเข้าไต้หวันโดยเที่ยวบินบินตรง ไม่ได้เปลี่ยนผ่านเครื่องที่จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงหรือมาเก๊านั้น

       เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันชี้แจงว่า กรณีที่นายจ้างกำหนดให้แรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวัน ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ได้เปลี่ยนผ่านเครื่องที่เขตพื้นที่ระบาดโรคตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งได้แก่จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงหรือมาเก๊า นายจ้างเพียงแค่เห็นว่า เดินทางโดยเครื่องบินมีความเสี่ยงไม่ยอมให้เข้าทำงานทันที ซึ่งนายจ้างอาจคำนึงถึงความปลอดภัยและความมั่นใจของพนักงานคนอื่นๆ ใช้มาตรการเข้มงวดป้องกันล่วงหน้า ย่อมมีสิทธิ์ทำได้ แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่นายจ้างเรียกร้องเอง ไม่ใช่ทางการกำหนด อีกทั้งแรงงานก็ยินดีและพร้อมจะเข้าทำงานอยู่แล้ว ดังนั้น นายจ้างจึงต้องจ่ายค่าจ้างตามปกติ

       นายหวงเหว่ยเต๋อ รองอธิบดีกรมเงื่อนไขและความเสมอภาคในการทำงาน กระทรวงแรงงานแถลงว่า ผู้ใช้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานท้องถิ่นหรือแรงงานต่างชาติ จะต้องเคารพและปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานด้านสาธารณสุข หากได้รับคำสั่งให้แยกบริเวณอยู่ในบ้านพัก หรือกักตัวเองเพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน ระหว่างนี้ ห้ามแรงงานไปทำงาน ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 150,000 เหรียญไต้หวัน และการไม่สามารถเข้าทำงานได้ตามสภาพการณ์เช่นนี้ เนื่องจากไม่ได้เกิดจากตัวคนงานเอง  นายจ้างจะถือว่าแรงงานขาดงานหรือบังคับให้ลากิจ ให้ทำงานชดเชยในภายหลังหรือหักเงินเบี้ยขยันไม่ได้ ส่วนค่าจ้าง เนื่องจากไม่ใช่ความผิดทั้งของแรงงานและนายจ้าง ให้แรงงานและนายจ้างตกลงกันเองว่า จะจ่ายตามปกติหรือไม่ แต่กรณีที่บริษัท บังคับให้แรงงานที่ไม่มีอาการติดเชื้อ ไม่เปลี่ยนผ่านเครื่องที่เขตระบาดของโรค อย่างจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงและมาเก๊า เมื่อเดินทางถึงไต้หวันแล้วไม่ให้เข้าทำงานทันที จะต้องแยกบริเวณเพื่อสังเกตอาการ 14 วัน เป็นความต้องการของนายจ้างเพียงฝ่ายเดียว ใช่ว่าตัวแรงงานไม่ยอมเข้าทำงาน ดังนั้น นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตามปกติ

       ด้านนายเสวียเจี้ยนจง ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า การที่แรงงานต่างชาติโดยสารเครื่องบินเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตามสัญญา นายจ้างมีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติตามที่กฎหมายกำหนด หากมอบหมายให้บริษัทจัดหางานเป็นผู้ดูแล บริษัทจัดหางานควรจะเรียกเก็บค่าอาหารและที่พักจากนายจ้าง ไม่ใช่เรียกเก็บจากตัวแรงงาน หากนายจ้างฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ได้ดูแลรับผิดชอบความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติของตน ครั้งแรกจะถูกเตือนให้ปรับปรุง หากเตือนแล้วยังไม่ปรับปรุงแก้ไขตามกำหนดเวลา นายจ้างจะถูกลงโทษปรับเงิน 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ถูกตัดสิทธิ์การว่าจ้างแรงงานต่างชาติเป็นเวลา 2 ปี

2. แรงงานต่างชาติที่ถูกสั่งให้แยกบริเวณตัวเองเป็นเวลา 14 วัน อนุญาตให้เข้ารับการตรวจโรคหลังครบกำหนดแยกบริเวณ

         กระทรวงแรงงานไต้หวันเผยว่า มีแรงงานต่างชาติจำนวน 16 คนที่เดินทางมาทำงาน โดยสารเครื่องบินเปลี่ยนผ่านเครื่องที่ฮ่องกง ตามกฎหมายต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพภายใน 3 วันนับแต่วันที่เดินทางถึง แต่เนื่องจากแรงงานกลุ่มนี้โดยสารเครื่องบินที่เปลี่ยนผ่านเครื่องที่ฮ่องกง ต้องถูกกักแยกบริเวณเพื่อสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 14 วัน ดังนั้น จึงอนุญาตให้แรงงานเหล่านนี้ เข้ารับการตรวจสุขภาพภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดกักแยกบริเวณแล้ว

         กระทรวงแรงงานแถลงว่า แรงงานต่างชาติที่ถูกแยกหรือกักบริเวณเพื่อสังเกตอาการว่าติดเชื้อไวรัสโควิด 19 หรือไม่ จะออกจากห้องพักไปนอกสถานที่หรือไปทำงานไม่ได้ และห้ามโดยสารระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเพื่อไปยังสถานตรวจคัดกรองโรคหรือสถานพยาบาล หากแรงงานต่างชาติฝ่าฝืน ไม่ให้ความร่วมมือมาตรการแยกและกักบริเวณเพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด -19 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 10,000-150,000 เหรียญไต้หวัน ด้านนายจ้าง หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย บริหารดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ จะถูกลงโมษปรับเงิน 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกภอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ถูกตัดสิทธิ์การว่าจ้างแรงงานต่างชาติเป็นเวลา 2 ปี

3. สภาการตรวจสอบติงนครเถาหยวน บกพร่องในหน้ากรณีเหตุไฟไหม้ รง.ชินพูน และทวงถามเมื่อไหร่จะแยกหอพักแรงงานกับโรงงานออกจากกัน

         เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานชินพูน อินดัสเทรียล สาขาผิงเจิ้นในนครเถาหยวน เมื่อปลายเดือนเมษายน 2561 ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิต 6 นาย และยังมีแรงงานไทยซึ่งนอนอยู่ในหอพัก หนีไม่ทันเสียชีวิต 2 คน เหตุการณ์นี้ หลังผ่านการตรวจสอบแล้ว เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา สภาการตรวจสอบออกรายงานท้วงติงรัฐบาลนครเถาหยวนบกพร่องในหน้าที่การดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ พร้อมเสนอให้ทบทวนสภาพการณ์ปัจจุบันที่หอพักแรงงานตั้งอยู่ในโรงงาน

เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานชินพูน ในนครเถาหยวน เมื่อ 28 เมษายน 2561

       รายงานอ้างอิงรายงานกู้ภัยของกองดับเพลิงเถาหยวนกล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงงานชินพูนโรงงานที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมผิงเจิ้น กองดับเพลิงจัดส่งหน่วยกู้ภัยเข้าดับเพลิงทันที เนื่องจากภายในโรงงานมีวัตถุไวไฟปริมาณมากและเกิดการระเบิดหลายครั้ง 1 ชั่วโมงให้หลัง โรงงานแห่งที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กันปรากฎควันโขมง หลังไฟไหม้ผ่านไปแล้ว ประมาณ 2 ชั่วโมง ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง 7 นายติดอยู่ในกองไฟ ผู้บริหารโรงงานจึงได้แจ้งให้ทราบว่า มีแรงงานติดอยู่ในกองเพลิง 2 คน

พิธีไว้อาลัยตำรวจดับเพลิง 6 นายที่พลีชีพในเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานชินพูน

       จนถึงรุ่งเช้าวันต่อมา จึงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม  เหตุเพลิงไหมครั้งนี้ สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง มีตำรวจดับเพลิงเสียชีวิต 6 นาย บาดเจ็บสาหัส 1 นาย ในส่วนของแรงงานไทย เสียชีวิต 2 รายในสภาพไหม้เกรียม ได้แก่ นายภานุพงษ์ เสงี่ยม และนายเชิดศักดิ์ บุรัมสูงเนิน เนื่องจากเป็นโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าหรือ PCB รายใหญ่ของโลก เพลิงลุกลามไปยังหอพักคนงานต่างชาติที่ตั้งอยู่ติดกับโรงงาน คนงานต่างชาติในหอพัก ซึ่งประกอบด้วยคนงานไทยเพศชาย 180 คน และแรงงานหญิงเวียดนาม 130 คน ขณะเกิดเหตุบางคนทำงานกะกลางคืน บางคนนอนอยู่ในหอพัก แต่ละคนวิ่งหนีกันอลหม่าน ข้าวของส่วนใหญ่ไม่ได้เอาติดตัวไปด้วย

เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานชินพูน ในนครเถาหยวน เมื่อ 28 เมษายน 2561 (ภาพจาก udn.com)

       รายงานขอสภาการตรวจสอบกล่าวว่า นายจ้างมีหน้าที่ต้องรายงานให้กองแรงงานท้องที่ทราบภายใน 3 วัน นับแต่วันที่แรงงานต่างชาติเดินทางถึงไต้หวัน และกองแรงงานท้องที่จะต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบสถานประกอบการภายในเวลา 3 เดือน เพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและอุปกรณ์ภายในหอพักและสถานที่ทำงานเป็นไปตามกฎหมายกำหนดหรือไม่ กรณีของโรงงานชินพูน ตั้งแต่เดือนพฤภาคม 2559 จนถึงสิงหาคม 2561 ช่วงเวลา 3 ปี กองแรงงานนครเถาหยวนได้รับแจ้งจากโรงงานชินพูนว่า มีการนำเข้าแรงงานต่างชาติรายใหม่สูงถึง 72 ครั้ง แต่มีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2559 จากนั้น ไม่มีข้อมูลจัดส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบความปลอดภัยที่โรงงานแห่งนี้อีกเลย แสดงว่า หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบบกพร่องในหน้าที่อย่างเห็นได้ชัด

เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานชินพูน ในนครเถาหยวน เมื่อ 28 เมษายน 2561

       นอกจากนี้ ปัญหาแยกหอพักแรงงานออกห่างจากสถานที่ทำงาน ได้กลายเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีผลคืบหน้าในการแก้ปัญหาเรื่องนี้แต่อย่างใด ตามกฎระเบียบว่าด้วยการอนุญาตว่าจ้างและบริหารแรงงานต่างชาติ ซึ่งบัญญัติขึ้นตามกฎหมายการจ้างงาน ระบุว่า นายจ้างจะต้องรับประกันความปลอดภัยสถานที่ทำงานของแรงงานต่างชาติ รวมถึงอาหารและที่พักให้มีความปลอดภัยและถูกหลักสุขอนามัย ตามแผนการบริหารแรงงานต่างชาติที่แนบขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติ หากตรวจสอบแล้ว ไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด จะมีการแจ้งเตือนให้ปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขตามกำหนดเวลา จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ และระวางโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน และในแผนการบริหารแรงงานต่างชาติ กำหนดอย่างชัดเจนว่า หอพักแรงงานจะต้องผ่านการตรวจและได้รับใบอนุญาตใช้สิ่งก่อสร้าง ขณะเดียวกันต้องมีทางเดินที่กว้างตามกำหนด มีทางหนีไฟและอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย และห้ามตั้งหอพักใกล้สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด

       ทั้งนี้ แผนบริหารและดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ เป็นเอกสารที่นายจ้างจะต้องแนบ ขณะยื่นขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติต่อกระทรวงแรงงาน ซึ่งระบุข้อบังคับในการให้บริการดูแลแรงงานต่างชาติที่นายจ้างจะต้องปฏิบัติตาม อาทิ สัดส่วนของล่ามและผู้ดูแลหอพักต่อแรงงานต่างชาติ จำนวนสุขภัณฑ์ที่ต้องมี อนามัยของอาหาร น้ำดื่ม ขนาดพื้นที่หอพักต่อคนและบทลงโทษกรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตาม เป็นเอกสารสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้านแรงงานยึดเป็นหลักในการตรวจสอบหอพักแรงงานต่างชาติของสถานประกอบการ แต่ในอดีต เอกสารฉบับนี้ เนื่องจากเป็นเอกสารประกอบที่นายจ้างยื่นต่อกระทรวงแรงงาน จึงมีเพียงฉบับภาษาจีน หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้แล้ว กระทรวงแรงงานได้แปลเป็นภาษาที่แรงงานต่างชาติอ่านออกเข้าใจ ตั้งแต่ปี 2562ที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้แรงงานต่างชาติเข้าใจและรับรู้สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับตัวเองเพิ่มมากขึ้น

หลังเกิดเหตุไฟไหม้ กลุ่ม NGO เรียกร้องให้แยกหอพักแรงงานและโรงงานออกจากกัน

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง