ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563

  • 03 April, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
เหลือเชื่อ! ช่องเล็กขนาดนี้ ยังสามารถหดตัวหนีออกไปได้

1. แรงงานไทยเข้าไต้หวันไม่ปฏิบัติตามมาตรการกักตัว 14 วัน เข้าทำงานในรุ่งขึ้นทันที ถูกปรับ 100,000 เหรียญไต้หวัน

       แรงงานไทยรายหนึ่งเดินทางเข้าไต้หวัน เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงหลังประกาศให้ผู้เดินทางเข้าไต้หวันทุกคน ทั้งชาวไต้หวันเองและชาวต่างชาติ เมื่อเข้าไต้หวันแล้วต้องรับการกักตัวเพื่อสังเกตอาการในบ้านหรือหอพักที่นายจ้างหรือ บจง. จัดเตรียมไว้ให้เป็นเวลา 14 วัน ระหว่างที่กักตัว ห้ามออกนอกสถานที่ ห้ามโดยสารระบบขนส่งมวลชน ห้ามเข้าทำงาน ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับ 100,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน แต่แรงงานไทยรายนี้ ไม่ทราบระเบียบกฎหมายเข้าทำงานในโรงงานผลิตลวดโลหะที่เมืองผิงตงในวันรุ่งขึ้นทันที พนักงานท้องถิ่นแจ้งกองอนามัย ถูกปรับ 100,000 เหรียญไต้หวัน ทำเอาแรงงานไทยรายนี้หน้าซีด ยังดีที่นายจ้างแอ่นอกรับผิดชอบจ่ายค่าปรับแทน

แรงงานไทยเดินทางมาทำงานที่โรงงานผลิตลวดที่เมืองผิงตง ไม่กักตัว 14 วันตามมาตรการป้องกันโรค ถูกปรับ 100,000 TWD. ยังดีที่นายจ้างออกให้

       กองอนามัยเมืองผิงตงกล่าวว่า แรงงานไทยรายนี้ เดินทางเข้าไต้หวันเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของทางการ จะต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการออกจากที่พักและเข้าทำงานไม่ได้เป็นเวลา 14 วัน เมื่อได้รับแจ้งในวันที่ 19 มี.ค. แล้ว เจ้าหน้าที่กองอนามัยได้เดินทางไปยังโรงงานดังกล่าว พบว่าเป็นจริงตามที่ได้รับแจ้ง จึงเขียนใบสั่งปรับแรงงานไทยคนดังกล่าวในขั้นต้น 100,000 เหรียญไต้หวัน ทำเอาแรงงานไทยรายนี้ตกใจถึงกับหน้าซีด อย่างไรก็ดี เนื่องจากนายจ้างมีส่วนต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้สั่งแรงงานไทยเข้าทำงาน และในฐานะนายจ้างซึ่งต้องให้ความรู้และดูแลบริหารแรงงานไทยที่ตนนำเข้า ดังนั้นเงินค่าปรับ 100,000 เหรียญไต้หวันนายจ้างต้องรับผิดชอบไป ขณะที่แรงงงานไทยรายนี้ ต้องกลับไปหอพักกักตัวต่อไปแล้ว

       ตามที่ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคไต้หวันได้ประกาศห้ามชาวต่างชาติทุกประเทศเดินทางเข้าไต้หวัน ยกเว้นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน และกลุ่มบุคคลที่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษจากหน่วยงานผู้มีอำนาจส่วนกลาง เช่นกระทรวงแรงงาน เพียงแต่ว่า เมื่อเดินทางเข้าไต้หวันแล้ว ต้องรับการกักตัวในบ้านหรือหอพักที่นายจ้างหรือ บจง. จัดเตรียมไว้ให้แล้วเป็นเวลา 14 วัน (นายจ้างต้องยื่นแผนการกักตัวแรงงานต่างชาติ ซึ่งรวมสถานที่ และการบริหารดูแลต่อกระทรวงแรงงาน) ระหว่างที่กักตัวจะมีเจ้าหน้าที่ท้องที่ติดตามและบันทึกอาการโดยวัดอุณหภูมิวันละ 2 ครั้ง ห้ามออกนอกสถานที่ ห้ามโดยสารระบบขนส่งมวลชน ห้ามเข้าทำงาน เช่นเดียวกับชาวไต้หวัน ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับ 100,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน

แรงงานไทยเดินทางมาทำงานที่โรงงานผลิตลวดที่เมืองผิงตง ไม่กักตัว 14 วันตามมาตรการป้องกันโรค ถูกปรับ 100,000 TWD. ยังดีที่นายจ้างออกให้

       แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในยุโรปและอเมริกาเข้าขั้นวิกฤต ส่งผลให้ชาวไต้หวันที่เป็นนักเรียนนักศึกษาแห่เดินทางกลับประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้ถูกกักตัวสังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน มีจำนวนสูงประมาณ 30,000 คน บางคนไม่เคารพหรือปฏิบัติตามกฎระเบียบในการป้องกันโรค ออกมาเดินเพ่นพ่านอยู่นอกบ้าน หวั่นเป็นช่องโหว่การป้องกันโรค

       ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคไต้หวันจึงประกาศเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มค่าปรับผู้ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโรค โดยคิดตามระยะเวลาที่อยู่นอกสถานที่กักกตัวเลยทีเดียว เริ่มจากผู้ต้องกักตัวหากเดินออกจากประตูบ้านพัก โดนไปแล้ว 100,000 เหรียญไต้หวัน ออกจากบ้านนานไม่เกิน 2 ชั่วโมง ปรับ 200,000 เหรียญไต้หวัน ออกจากบ้าน 2-6 ชั่วโมงปรับ 300,000 เหรียญไต้หวัน 6 ชั่วโมงขึ้นไปถึง 1 วัน ปรับ 500,000 เหรียญไต้หวัน 1 – 3 วันปรับ 600,000 เหรียญ 3 วันขึ้นไปปรับหนัก 1,000,000 เหรียญไต้หวัน และหากฝ่าฝืนซ้ำ 2 ครั้ง จะถูกบังคับให้ไปกักตัวในสถานที่รัฐบาลกำหนด

ผู้เดินทางเข้าไต้หวันจะต้องกักตัวสังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับโดยคิดตามระยะเวลาที่ออกนอกสถานที่ สูงสุด 1 ล้าน TWD.

2. พิษโควิด-19 สายการบินหยุดบิน ทำแผนส่งแรงงานผิดกฎหมายกลับประเทศของ สตม.ไต้หวันสะดุด

       สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลเรื่องของชาวต่างชาติ การตรวจตราและส่งกลับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย เป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่ง ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่สตม. ตรวจพบแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย จะนำมาสถานกักกันเพื่อรอทำเรื่องส่งกลับประเทศภายใน 45 วัน แต่เริ่มจากวิกฤตโควิด-19 รุนแรงและบานปลายไปทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศต่างๆ ห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ ประกอบกับผู้คนไม่กล้าเดินทางไปต่างประเทศ ทำให้สายการบินทั่วโลกประสบปัญหาต่างหยุดบินหรือยกเลิกเที่ยวบิน ผลที่ตามมาก็คือ แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายล้นสถานกักกันของสำนักงานตรวจคน

ท่าอากาศยานนครไทจงเงียบเหงาไม่มีผู้โดยสาร หลังสายการบินหยุดบินเวียดนามและอินโดนีเซีย 

       สถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ภาคกลาง ตั้งอยู่ที่เมืองหนานโถว ซึ่งรองรับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้ประมาณ 200 คน ขณะนี้เต็มแล้ว หากยังไม่สามารถจัดส่งแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่พร้อมจะเดินทางกลับประเทศได้ คงต้องหาสถานที่กักกันเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่ได้จัดส่งแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเดินทางกลับประเทศ เนื่องมาจาก 2 ประเทศผู้ส่งออกแรงงานซึ่งมีจำนวนแรงงานหลบหนีมากที่สุด ได้แก่เวียดนามห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ ขณะที่สายการบินที่บินระหว่างไทเป-จากาตาร์ อินโดนีเซีย ส่วนใหญ่ยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากผู้โดยสารมีจำนวนน้อยมาก ไม่คุ้มทุน ทำให้การส่งแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายทั้ง 2 ชาติกลับประเทศหยุดชะงัก

สถานกักกันชาวต่างชาติภาคกลางที่เมืองหนานโถว

       นายเฉินหยวนจู้ หัวหน้าสถานกักกันของ สตม. ภาคกลางกล่าวยอมรับว่า มีแรงกดดันค่อนข้างสูงเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในสถานกักกัน เนื่องจากมีแรงงานเวียดนามและอินโดนีเซียกว่า 200 คน ซึ่งเต็มพิกัดในการรองรับแล้ว ต้องรับผิดชอบค่าอาหารวันละ 3 มื้อ และต้องวัดอุณหภูมิร่างกายให้ทุกคนวันละ 2 เวลา ไหนยังจะต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันโรคเช่นหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ 

       หัวหน้าสถานกักกันของ สตม. พื้นที่ภาคกลางผู้นี้กล่าวว่า สถานกักกันที่เมืองหนานโถว เป็นสถานรองรับชาวต่างชาติผิดกฎหมายที่รอการส่งกลับประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวอินโดนีเซียและเวียดนาม ที่ผ่านมา จะทยอยส่งกลับประเทศทีละชุด เดือนละประมาณ 3-4 ครั้ง เข้าข่ายมีการส่งกลับและนำคนใหม่เข้ามาอยู่แทนที่ การดำเนินงานไม่มีปัญหาอะไร แต่เริ่มจากต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นมา เวียดนามมีมาตรการห้ามชาวต่างชาติเข้าประเทศ ประกอบกับผู้โดยสารลดลง ทำให้สายการบินส่วนใหญ่หยุดบิน ส่วนสายการบินที่บินไปยังอินโดนีเซียก็มักจะยกเลิกเที่ยวบินกะทันหัน ส่งผลให้การส่งแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายกลับประเทศต้องสะดุด ขณะนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายโดยเร็ว สายการบินกลับมาบินได้ตามปกติ

สภาพภายในห้องกักันหญิงของสถานกักกันชาวต่างชาติพื้นที่ภาคกลางที่เมืองหนานโถว

3. มนุษย์เรือชาวเวียดนามหนีเข้าไต้หวันถูกจับ 31 คน แต่แหกคุกหนีออกไปได้ 6 คน บางคนหนีออกไปไม่ได้เพราะอ้วน จับได้แล้ว 4 ยังหนีอีก 2

       เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณเกาะเสี่ยวหลิ่วฉิว นอกชายฝั่งเมืองผิงตง หน่วยยามฝั่งของไต้หวันตรวจพบเรือประมงลำหนึ่งบรรทุกชาวเวียดนามจำนวน 31 คน กำลังแล่นเข้าหาฝั่ง เพื่อหลบหนีเข้าเมือง จึงเข้าจับกุม และเนื่องจากที่เมืองผิงตง สถานที่กักกันไม่เพียงพอ จึงส่งไปกักกันที่สถานกักกันของสำนักงานยามฝั่ง สาขาไทจง เมื่อเช้าวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจและวัดอุณหภูมิ พบว่า ห้องขังห้องที่ 1 และห้องที่ 4 ซึ่งเป็นที่กักกันชาวเวียดนาม 7 คน หลบหนีไปแล้ว 6 คน เหลืออีก 1 คนหลบหนีออกไปไม่ได้ เพราะตัวอ้วน ไม่สามารถลอดช่องหน้าต่างออกไปได้ เชื่อว่ามีญาติพี่น้องเอารถมารอรับนอกสถานกักกัน ช่วยเหลือในการหลบหนี สำนักงานยามฝั่งมีติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้แล้ว 4 คน ยังหลบหนีอีก 2 คน

เหลือเชื่อ! ช่องเล็กขนาดนี้ ยังสามารถหดตัวหนีออกไปได้ 

       โฆษกสำนักงานยามฝั่งแถลงว่า ชาวเวียดนามที่หลบหนีเข้าเมืองผ่านเรืองประมงทั้ง 31 คน เดิมเคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมาก่อน แต่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ถูกตรวจพบและถูกส่งกลับ ซึ่งไม่สามารถกลับเข้าไต้หวันได้อีก จึงหลบหนีเข้าเมืองโดยใช้วิธีจ้างเรือประมงลำเลียงพวกตนมาทางทะเล และหลังถูกจับกุม ทั้งหมดถูกนำมากักกันที่นครไทจง โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมิ ไม่มีใครเป็นไข้หรือไอ แบ่งให้พักในห้องกักกัน 4 ห้อง แต่เช้าวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจและวัดอุณหภูมิร่างกายตามปกติ พบว่าในห้องที่ 1 และห้องที่ 4 ซึ่งมีทั้งหมด 7 คน หายไปแล้ว 6 คน จากการตรวจดูช่องทางหนีและบันทึกภาพจากกล้อง CCTV พบชาวเวียดนามดังกล่าวงัดซี่กรงเหล็กสแตนเลสที่หน้าต่างให้พอมีช่อง แล้วลอดตัวออกหนีไปได้ โดยในห้องที่ 1 มี 4 คน หนีไปได้ 3 คน อีกคนที่เหลือเป็นเพราะตัวอ้วนหนีออกไปไม่ได้ ส่วนห้องที่ 4 มี 3 คน หนีไปได้ทั้งหมด ทั้งนี้ สำนักงานฯ จะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่เวร ฐานละเลยในหน้าที่ปล่อยให้ผู้ต้องกักหนีออกไปได้

ชาวเวียดนาม 1 ในจำนวน 6 คนที่แหกค่ายกักกันถูกจับได้หลังหลบหนีไปนาน 13 ชั่วโมง

ชาวเวียดนามรายนี้ กินยาฆ่าตัวตายหลังถูกตำรวจตรวจพบ ถูกส่งรักษาที่โรงพยาบาลปลอดภัยแล้ว

       โฆษกสำนักงานยามฝั่งแถลงว่า การหลบหนีจากสถานกักกันของชาวเวียดนามทั้ง 6 คน มีญาติมิตรมาคอยรับหลบหนีไป ซึ่งขณะนี้ ทราบชื่อบุคคลที่ให้ความช่วยเหลือทั้งหมดแล้ว และหลังหลบหนีไปนาน 13 ชั่วโมง จับกุมกลับมาได้แล้ว 2 คน กับผู้ที่ไปรับอีก 1 คน โดยคนแรกหลบไปพึ่งญาติที่ไทเป แต่ญาติเห็นข่าวตำรวจกำลังตามจับไม่กล้าให้ที่พักพิง ไม่มีที่ไปจึงเข้ามอบตัวต่อตำรวจ อีกคนหนึ่งถูกจับที่เมืองหนานโถว พร้อมกับผู้ไปรับ แรงงานเวียดนามรายนี้ ขณะที่ตำรวจตามไปจับกุม กลัวจะมีความผิด คว้ายาไม่ทราบชื่อกรอกเข้าปากคล้ายกับจะกินยาฆ่าตัวตาย ตำรวจตรวจดูคลายเป็นยาลดกรดในกระเพาะ แต่เพื่อความปลอดภัย ได้ส่งรักษาที่โรงพยาบาล และเมื่อวันที่ 26 มี.ค. จับได้อีก 1 เข้ามอบตัว 1 รวมจับได้แล้ว 4 คน ยังหลบหนีอีก 2 คน

รายนี้ถูกจับได้กลางป่าแถวภูเขาหลีซานในเมืองหนานโถว

รายนี้รู้ตัวว่าไปไม่รอดเข้ามอบตัว

4. อุดรูรั่วป้องกันโควิด-19 ตำรวจเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจจับ พบแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 10 คนนั่งยัดกันมาในรถตู้

       ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น เกรงว่าแรงงานผิดกฎหมายจะกลางเป็นช่องโหว่ในการป้องกันโรค หน่วยงานตำรวจได้เพิ่มการสกัดและตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย เมื่อเย็นวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจนครไทจงเห็นรถตู้คันหนึ่งดูเหมือนบรรทุกผู้โดยสารเกินพิกัด จึงเรียกให้จอดรับการตรวจสอบ พบในรถตู้ นอกจากโชเฟอร์แล้ว ยังมีแรงงานต่างชาตินั่งเบียดเสียดยัดเยียดกันมาถึง 10 คน จากการตรวจดูหลักฐาน เป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายทั้งหมด ในจำนวนนี้ 8 คนเป็นแรงงานหลบหนีนายจ้าง อีก 2 คนเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว แต่อยู่เลยกำหนดและทำงานอย่างผิดกฎหมาย หลังสอบปากคำแล้วส่งตัวไปยังสถานกักกัน เพื่อรอการส่งกลับประเทศ

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 10 คนนั่งยัดกันมาในรถตู้ถูกจับ

       ข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนมกราคม 2563 แรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบมีจำนวนทั้งสิ้น 48,545 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานอินโดนีเซียมากที่สุด 23,474 คน รองลงมาเป็นแรงงานเวียดนามหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวน 21,931 คน อันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 2,366 คน อันดับ 4 ได้แก่แรงงานไทย มีจำนวน 773 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานไทยเพศชาย 636 คน เพศหญิง 137 คน

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 10 คนนั่งยัดกันมาในรถตู้ถูกจับ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง