ขุนพลแรงงานไทย 8 พฤษภาคม 2563

  • 08 May, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
แรงงานเวียดนามเมาขี่รถจักรยานไฟฟ้าฝ่าไฟแดงถูกชนบาดเจ็บ ถูกปรับข้อหาเมาแล้วขับและยังจะถูกส่งกลับประเทศด้วย

1. ผู้ว่าการเมืองหยุนหลินป้องสิทธิผู้อนุบาลฟิลิปปินส์ด่าผู้นำของตน ย้ำแรงงานต่างชาติในไต้หวันได้รับการคุ้มครองเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น หากไม่ได้บกพร่องในหน้าที่และไม่ผิดกฎหมายไต้หวัน ห้ามส่งกลับประเทศโดยไม่สมัครใจ

      นางเอลาเนล ออร์ดิโด้ (Elanel Egot Ordidor) แรงงานฟิลิปปินส์ ทำงานอยู่ที่เมืองหยุนหลิน ในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือน เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ว่า นางเอลาเนลไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก โดยใช้ถ้อยคำน่ารังเกียจและน่าขยะแขยงใส่ร้ายผู้นำประเทศ เพื่อสร้างความเกลียดชังรัฐบาลให้เกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่บานปลายไปทั่วโลก แถลงการณ์ระบุว่า ผู้อนุบาลฟิลิปปินส์ผู้นี้ เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาทางอินเตอร์เน็ต จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้เอลาเนลถูกเนรเทศกลับประเทศ โดยเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานแรงงานฟิลิปปินส์ในไต้หวัน เดินทางไปพบนางเอลาเนล และแจ้งให้ทราบถึงความผิดดังกล่าว แถลงการณ์กล่าวว่า นางเอลาเนล มีแอคเคานต์เฟซบุ๊กหลายแอคเคานต์ และได้ตั้งกลุ่มเฟซบุ๊กเพื่อใส่ร้าย ทำลายชื่อเสียงผู้นำและบ่อนทำลายประเทศ เนื่องจากละเมิดกฎหมายฟิลิปปินส์ในลักษณะร้ายแรง สำนักงานแรงงานฟิลิปปินส์ในไต้หวันจึงได้ประสานกับนายจ้างและบจง.ที่จัดส่ง เพื่อหารือเรื่องการส่งตัวนางเอลาเนลกลับประเทศ

นางเอลาเนล ออร์ดิโด้ ผู้อนุบาลฟิลิปปินส์ในเมืองหยุนหลินวิจารณ์ผู้นำประเทศเรื่องมาตรการป้องกันโควิด-19

      เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์สามารถดำเนินการโดยเรียกร้องผ่านกระบวนการความช่วยเหลือระหว่างกันทางตุลาการ ฝ่ายไต้หวันจะได้มีหลักอ้างอิงช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ การจะจับแรงงานฟิลิปปินส์ที่ทำงานอยู่ในไต้หวันโดยพลการ ไต้หวันไม่อาจให้ทำเช่นนั้นได้ หลังกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันออกแถลงการณ์ ทางสำนักงานตัวแทนของฟิลิปปินส์ในไต้หวัน ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน โดยบอกว่า ไม่ได้รับรายงานให้ส่งแรงงานรายนี้กลับประเทศ

นางโอวเจียงอัน โฆษก กต.ไต้หวันแถลงว่า แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวัน ได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์เทียบเท่าชาวไต้หวัน

      ด้านนาจางลี่ซ่าน ผู้ว่าการเมืองหยุนหลิน หลังรับทราบเรื่องนี้แล้ว ได้สั่งการให้กองแรงงานเมืองหยุนหลิน ให้การดูแลและปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้อนุบาลฟิลิปปินส์รายนี้ โดยกล่าวว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันได้รับการคุ้มครองเรื่องเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น หากไม่ได้บกพร่องในหน้าที่การงาน ห้ามมีการส่งกลับโดยไม่สมัครใจ และการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือไม่ เป็นเรื่องที่นายจ้างเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่เป็นหน้าที่การตัดสินใจของเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมะนิลา

      นายจางซื่อจง ผอ. กองแรงงานเมืองหยุนหลินกล่าวว่า ไต้หวันเป็นประเทศที่ยึดหลักนิติรัฐ จะไม่การส่งกลับหากแรงงานต่างชาติไม่ได้ทำผิดกฎหมาย กองแรงงานเมืองหยุนหลินเคารพการตัดสินใจของนายจ้างและความสมัครใจของแรงงานต่างชาติ ขณะเดียวกันจะปกป้องสิทธิประโยชน์ของนายจ้างและแรงงานต่างชาติเช่นกัน

      ด้านนายจ้างและบริษัทจัดหางานกล่าวว่า นางเอลาเนล ออร์ดิโด้ ไม่ได้บกพร่องในหน้าที่ จึงไม่มีการส่งกลับอย่างแน่นอน

นาจางลี่ซ่าน ผู้ว่าการเมืองหยุนหลิน สั่งการให้กองแรงงาน ดูแลและปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้อนุบาลฟิลิปปินส์รายนี้

      นายแองเจลลิโต้ ตัน เบนาโย้ (Angelito Tan Banayo) ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานตัวแทนของฟิลิปปินส์ในไต้หวัน หรือสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมะนิลา ไทเป ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน โดยบอกว่า ไม่ได้รับรายงานให้ส่งแรงงานรายนี้กลับประเทศ และขอโทษต่อคำพูดใดๆ ของเจ้าหน้าที่สำนักงานตัวแทนที่อาจล่วงละเมิดอธิปไตยของไต้หวัน

      ฟิลิปปินส์มีประชากรมากถึง 110 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย และเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่ส่งออกแรงงานไปทำงานต่างประเทศมากที่สุด เมื่อปี 2562 เม็ดเงินที่แรงงานชาวฟิลิปปินส์ในต่างแดนส่งกลับประเทศนั้น ทำสถิติสูงสุดถึง 3.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีสัดส่วนราว 10% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฟิลิปปินส์

      สำหรับในไต้หวัน มีแรงงานฟิลิปปินส์ทำงานอยู่จำนวน 158,790 คน มากเป็นอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซียและเวียดนาม โดยทำงานในภาคการผลิต 127,905 คน และตำแหน่งผู้อนุบาล ผู้ช่วยงานบ้านจำนวน 30,885 คน

นายแองเจลลิโต้ ตัน เบนาโย้ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมะนิลา ไทเป ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อ กต. ไต้หวัน

2. นายจ้างส่ง 242 แรงงานไทยร่วมทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติของไต้หวัน ผ่านการสอบข้อเขียน 40 คน

        การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติของไต้หวันครั้งที่ 3 เมื่อปี 2562 ซึ่งดำเนินการสอบไปแล้วเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ปีที่แล้ว จัดเป็นครั้งแรกที่ไต้หวันอนุญาตให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบด้านการขับรถยกและควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้าสามารถยื่นขอใช้ข้อสอบภาษาต่างประเทศได้ ปรากฏว่า ในขณะนั้น มีแรงงานต่างชาติยื่นขอใช้ข้อสอบภาษาแม่ 293 คน ในจำนวนยื่นขอใช้ข้อสอบภาษาไทย 22 คน แต่การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติของไต้หวันครั้งที่ 1 ปีนี้ ซึ่งสอบไปข้อเขียนไปแล้ว เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีแรงงานไทย ซึ่งนายจ้างช่วยสมัครสอบเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 11 เท่า กล่าวคือมีแรงงานไทยที่สมัครสอบข้อเขียนและขอใช้ข้อสอบที่มีภาษาไทยกำกับจำนวน 242 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้สมัครสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติของไต้หวัน ประเภทรถยกหรือรถโฟล์คลิฟท์ 114 และควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้า 128 คน

บรรยากาศในห้องอบรมการขับรถยก ณ สมาคมความปลอดภัยอุตสาหกรรมและอาชีวอนามัย หรือ ISHA สาขาไทจง

        ศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า ไต้หวันจัดให้มีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติเป็นประจำทุกปี ปีละ 3 ครั้ง ในปี 2563 ครั้งแรกสอบภาคทฤษฎีหรือสอบข้อเขียนไปแล้ว เมื่อ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา ครั้งที่ 2 เปิดให้สมัครสอบในวันที่ 24 เม.ย.-7 พ.ค. มีกำหนดสอบข้อเขียนในวันที่ 12 ก.ค. และครั้งที่ 3 จะเปิดให้สมัครในวันที่ 28 ส.ค.- 7 ก.ย. ปีนี้ และจะสอบข้อเขียนในวันที่ 1 พ.ย. สำหรับแรงงานต่างชาติอนุญาตให้สมัครสอบในประเภทรถยกและควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้า

      สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้ารับการทดสอบฝีมือแรงงานแห่งชาติของไต้หวัน ผู้สมัครสอบจะต้องผ่านการอบรมจากสถาบันฝึกอบรมตามที่กระทรวงแรงงานเจาะจง อย่างกรณีของแรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะสอบใบรับรองขับโฟล์คลิฟท์ และควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้า จะต้องมีใบรับรองผ่านการอบรมขับรถยกหรือโฟล์คลิฟท์ 18 ชั่วโมง และ 36 ชั่วโมงสำหรับการควบคุมเครนรางเลื่อนไฟฟ้าแบบขาสูง จากสถาบันฝึกอบรมเสียก่อน จึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบได้

      สมาคมความปลอดภัยอุตสาหกรรมและอาชีวอนามัย หรือ ISHA หนึ่งในสถาบันฝึกอบรมกล่าวว่า เพื่อให้แรงงานต่างชาติเข้าใจและรู้เรื่อง ตั้งแต่ขั้นตอนเข้ารับการฝึกอบรม กระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้สถาบัน ISHA แปลหลักสูตรและข้อสอบเก่าเป็นภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติ และมีการจ้างล่ามมาช่วยแปลขณะอบรม ทำให้แรงงานต่างชาติเข้าร่วมการอบรมมากขึ้น สำหรับแรงงานไทย โดยเฉพาะที่ภาคกลาง โดยมากนายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่งแรงงานไทยเข้าอบรมและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการอบรมและค่าสมัครสอบประมาณ 7,000 เหรียญไต้หวันต่อคน

3. คนงานเวียดนามเมาซิ่งมอเตอร์ไซค์ชนต้นไม้ข้างทางดับอนาถ

      ไม่เพียงแต่แรงงานไทยเท่านั้นที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยจากการดื่มแล้วขับ แรงงานเวียดนามก็เช่นเดียวกัน มีแรงงานเวียดนามรายหนึ่งดื่มสุราอยู่ในอาการเมาควบมอเตอร์ไซค์ด้วยควาเร็วสูงเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง กระเด็นไปกระแทกราวเหล็กอีกฟากเสียชีวิต

บริเวณเกิดเหตุ มีหมวกกันน็อคทิ้งอยู่ข้างต้นไม้ริมทาง (ภาพจาก The Liberty Times )

      อุบัติเหตุครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา แรงงานเวียดนามรายหนึ่งหลังกลับจากร้านอาหาร มีอาการเมาสุรา ควบมอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็วสูงผ่านถนนหลี่อวี๋ในตำบลผูหลี่ เมืองหนานโถว มอเตอร์ไซค์เสียหลักพุ่งชนต้นไม่ข้างทาง ทั้งรถทั้งคนกระเด็นไปกระแทกราวกั้นถนนอีกฟากที่เพิ่งทำใหม่ จนราวเหล็กเปิดเป็นช่องโหว่ใหญ่ ดอกไม้ที่ปลูกริมฟุตบาทล้มระเนนระนาด แรงงานเวียดนามรายนี้หัวกระแทกพื้นและราวเหล็กอย่างแรงได้รับบาดเจ็บสาหัส ชาวไต้หวันที่ขับรถผ่านบริเวณเกิดเหตุเห็นสภาพการณ์รีบแจ้งตำรวจ ส่งรักษาที่โรงพยาบาลผูหลี่ แต่เนื่องจากอาการหนักมากแพทย์ไม่สามารถกู้ชีวิตได้ หลังส่งถึงโรงพยาบาลได้ไม่นานก็เสียชีวิต ตำรวจกล่าวว่า แรงงานเวียดนามรายนี้กลิ่นเหล้าเหม็นฟุ้ง จากการตรวจเลือดพบมีแอลกอฮอล์ในระดับสูง สันนิษฐานว่าสุราเป็นต้นเหตุให้เกิดการอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตครั้งนี้

บริเวณเกิดเหตุ มีหมวกกันน็อคทิ้งอยู่ข้างต้นไม้ริมทาง (ภาพจาก The Liberty Times )

      แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 มีจำนวนมากกว่า 718,531 คน เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่รู้จักกฎระเบียบด้านการจราจร และมีจำนวนไม่น้อยที่ขับขี่จักรยานยนต์หรือจักรยานไฟฟ้า ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก จากสถิติของกระทรวงคมนาคมและสำนักงานตำรวจย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2561 พบว่า มีชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน รวม 24,526 คดี เสียชีวิตสูงถึง 110 คน บาดเจ็บ 26,891 คน หรือเฉลี่ยปีละร่วม 5,000 คดี

แรงงานเวียดนามอีกรายในตำบลเหอเหม่ย เมืองจางฮั่ว เมาสุราขี่รถจักรยานไฟฟ้าฝ่าไฟแดงถูกชนบาดเจ็บสาหัส ถูกปรับข้อหาเมาแล้วขับและยังจะถูกส่งกลับประเทศด้วย

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง