ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

  • 05 June, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
คดีอุบัติเหตุบนทางด่วนสาย 1 เมื่อกลางปีที่แล้ว ทำให้คนขับรถตู้ชาวไต้หวันตาย 1 คนงานไทยพิการ 1 แม้โชเฟอร์รถพ่วงจะตกลงชดเชยกับทายาทผู้เคราะห์ร้ายได้แล้ว แต่ในทางอาญา ถูกอัยการสั่งฟ้องข้อหาฆ่าคนตายโดยประมาท

1. คนงานไทยในเถาหยวนเมาเก็บหอยเชอรี่ริมหนองจิ้มพริกกินดิบๆ พยาธิชอนไชไปตามเส้นเลือดอัมพาตไปทั้งตัว อาการโคม่า

      แรงงานไทยเมาสุรา เก็บหอยโข่งหรือหอยเชอรี่จิ้มน้ำพริกกินดิบๆ พยาธิชอนไชเข้าเส้นเลือดกลายเป็นอัมพาต อาการเข้าขั้นโคม่า นายจ้างตกใจ ไม่นึกว่าในปัจจุบัน ยังพบแรงงานไทยเปิบพิสดารเมนูพิเศษแบบนี้

      นายสุเมธ (นามสมมุติ) แรงงานไทยอายุ 51 ปี มาจากจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาทำงานที่โรงงานเชื่อมโครงเหล็กแห่งหนึ่งในเขตหลงถาน นครเถาหยวน ตั้งแต่กลางปี 2557 เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อนในโรงงานเดียวกันหลายคน อาศัยช่วงวันหยุดไปจับปลาในหนองน้ำข้างโรงงานมาย่างกินแกล้มเหล้า แต่นายสุเมธฯ ในอาการเมา เก็บหอยเชอรี่ริมหนองมาจิ้มพริกกินดิบๆ โดยไม่ยอมฟังคำเตือนของเพื่อนๆ หลังจากผ่านไปประมาณ 5-6 วัน นายสุเมธฯ เริ่มมีอาการคันที่สีข้างและตามแขน ล่ามพาไปรักษาที่คลินิก แพทย์ฉีดยาให้ อาการดีขึ้น แต่อีก 3 วันต่อมา เริ่มมีอาการเวียนศีรษะ ไปพบแพทย์ที่คลินิกอีก หลังรับการฉีดยาแล้วอาการทุเลาลง จนวันที่ 15 พ.ค. อาการหนักขึ้น เท้าชาและแขนไม่มีเรี่ยวแรง ล่ามจึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก 804 สาขาหลงถาน แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบปอดและไขสันหลังอักเสบ ต้องทำการรักษาโดยด่วน และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา อาการของนายสุเมธฯ ก็ทรุดหนัก ไม่ได้สติ ขณะฟื้นพูดจาไม่รู้เรื่อง ทางโรงงานแม้จะแปลกใจที่คนงานไทยรายนี้เปิบพิสดารด้วยเมนูหอยโข่งจิ้มพริก แต่ได้ให้แรงงานไทยอีกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของนายสุเมธฯ ไปเฝ้าไข้ โดยจ่ายค่าจ้างให้ตามปกติ

แรงงานไทยเก็บหอยโข่งจิ้มน้ำพริกกินดิบๆ พยาธิชอนไชเข้าเส้นเลือดกลายเป็นอัมพาต

      เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 คนงานไทยในโรงงาน Uni President Glass ในเขตซินอิง นครไถหนานจำนวน 3 คน อาศัยช่วงวันหยุด ไปเก็บหอยโข่งหรือหอยเชอรี่ตามทุ่งนาและริมคลอง จากนั้นใช้ไฟแช็คเผาหอยโข่งพออุ่นๆ ควักเนื้อมาทานกันสดๆ กลางทุ่ง ต่างบอกว่าอร่อย จึงเก็บใส่ถุงใบใหญ่นำกลับไปยังโรงงาน ยำด้วยพริก มะนาวและเกลือ เรียกเพื่อนๆ ในโรงงานเดียวกันอีก 3 คนมาทานด้วยกัน หลังทานไปแล้วไม่กี่วัน เริ่มมีอาการปวดศีรษะ อาเจียน และปวดกล้ามเนื้อไปทั้งตัว แรกๆ เข้าใจผิดคิดว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ไปรักษาที่คลินิคแต่อาการไม่ดีขึ้น หลังเวลาผ่านไป 2 สัปดาห์อาการปวดหัวคลื่นไส้อาเจียนรุนแรงขึ้น โรงงานจึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลฉีเหม่ยในไถหนาน จึงทราบว่า อาการปวดหัวและกล้ามเนื้อ มาจากทานหอยโข่งดิบ พยาธิปอดหนูในหอยโข่งชอนไชเข้าสู่ไขสันหลัง ยังดีที่ไม่ได้ขึ้นสมอง หลังจากให้ยารักษาเป็นการเฉพาะเป็นเวลา 3 สัปดาห์ อาการดีขึ้น ก่อนออกจากโรงพยาบาล แพทย์ลงทุนไปหาหอยโข่งมาโชว์ให้คนงานไทยทั้ง 6 คนดู และทำไม้ทำมือเตือนว่า ห้ามทานอีกเด็ดขาด คนงานไทยเข้าใจความหมายที่คุณหมอต้องการสื่อ ต่างพยักหน้ารับว่า OK! OK! ต่อไปจะไม่ทานอีกแล้ว

คนงานไทยโชว์ภาพหอยโข่งที่นำมายำกิน ข้างหลังเป็นเพื่อนที่อาการโคม่า เหตุเกิดเมื่อปี 2556

      ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา มีคนงานไทยที่ป่วยเนื่องจากพยาธิขึ้นสมองแล้วมากกว่า 50 ราย สาเหตุสำคัญมาจากการทานอาหารจำพวกหอย โดยเฉพาะหอยเชอรี่โดยไม่ได้ปรุงให้สุกเสียก่อน บางรายเสียชีวิต บางรายพิการอัมพาตหรือตาบอด เพราะพยาธิในหอยชอนไชเข้าไปในเยื่อหุ้มสมอง ไขสันหลังและลูกตา โดยเมื่อปี 2541 พบคนงานไทยในไต้หวันมีอาการดังกล่าวแล้ว 8 ราย ปี 2542 มี 9 ราย ปี 2544 จำนวน 4 ราย ปี 2553 จำนวน 5 ราย ปี 2554 จำนวน 8 ราย และปี 2556 จำนวน 2 ราย และปี 2561 อีก 6 ราย

คนงานไทยนิยมเก็บหอยโข่งนำมายำกิน ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้วกว่า 50 คน

      กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันเตือนแรงงานต่างชาติ หลีกเลี่ยงทานอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะหอยทาก หอยโข่งหรือหอยเชอรี่ที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชุ่มชื้นริมคลองหรือในป่า เนื่องจากเป็นพาหะของพยาธิหอยโข่งหรือพยาธิปอดหนู อาจชอนไชไปตามเส้นเลือด เข้าไปในไขสันหลังและขึ้นเนื้อเยื่อสมองได้ โดยระยะเวลาตั้งแต่ได้รับตัวอ่อน ระยะติดต่อของพยาธิจนเกิดอาการของโรค ประมาณ 3-36 วัน อาการเริ่มแรกภายใน 1-2 ชม. หลังได้รับตัวอ่อนพยาธิเข้าไป อาจมีอาการปวดท้อง ท้องร่วง มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ส่วนอาการสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ คือปวดศีรษะอย่างรุนแรง อาจมีอาการผิดปกติของการมอง บางครั้งทำให้วินิจฉัยผิดคิดว่าเป็นไมเกรน ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการโคม่า หากรักษาไม่ถูกวิธี ผู้ป่วยอาจหมดสติ และเสียชีวิตได้

      โรคที่เกิดจากพยาธินั้นสามารถป้องกันได้ โดยการรับประทานแต่อาหารที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น โดยเฉพาะในกุ้ง หอย ปู ปลา มักมีพยาธิอาศัยอยู่มาก จึงขอย้ำเตือนอีกครั้งว่าอย่าทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่ว่าจะเป็นปลาร้า ก้อย ลาบดิบๆ เพราะล้วนมีพยาธิแฝงอยู่โดยที่เราไม่รู้ วิธีป้องกันง่ายๆ เพียงแค่ อะไรๆ ก็กินของสุกไว้ก่อน ปลอดภัยที่สุด

คนงานไทยบางคนชอบกินหอยดิบ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันเตือน ทานอาหารสุกๆ ดิบๆ  เสี่ยงพยาธิขึ้นสมอง

2. ชาวเวียดนามผิดกฎหมายทะลักสถานกักกัน เวียดนามจัดเที่ยวบินพิเศษตามคำเรียกร้องของไต้หวัน ส่งกลับเป็นครั้งแรกจำนวน 344 คน

      สืบเนื่องจากเวียดนามใช้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ด้วยการห้ามชาวต่างชาติและชาวเวียดนามเข้าประเทศมาตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. เป็นต้นมา รวมถึงอ้างเหตุผลไม่สามารถรองรับการกักตัวดูอาการผู้เดินทางเข้าประเทศจำนวนมากได้ ส่งผลให้แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ถูกตรวจพบไม่สามารถส่งกลับประเทศได้มีจำนวนมากกว่า 700 คน จนทะลักสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤต รัฐบาลไต้หวันได้มีการประสานกับฝ่ายเวียดนาม ขอให้จัดเครื่องบินเที่ยวพิเศษรับพลเมืองของตนกลับประเทศ หลังจากเรียกร้องมานาน ในที่สุดเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา เวียดนามได้จัดส่งเครื่องบินโบอิ้ง 787 รับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายกลับประเทศแล้ว 344 คน ในจำนวนนี้มีผู้ลักลอบเข้าเมืองทางเรือแล้วถูกจับส่งกลับประเทศ 11 คน และแรงงานหญิงตั้งครรภ์ 7 คน

เวียดนามจัดเที่ยวบินพิเศษตามคำเรียกร้องของไต้หวัน ส่งกลับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเป็นครั้งแรกจำนวน 344 คน

      จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไต้หวันพบว่า นอกจากแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ถูกตรวจพบรอส่งกลับประเทศอยู่ในสถานกักกันกว่า 700 คนแล้ว ยังมีชาวเวียดนามที่เดินทางเข้าไต้หวันด้วยวีซ่านักเรียน นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจประมาณ 3,000 คน และมีแรงงานเวียดนามที่ทำงานครบสัญญาหรือถูกยกเลิกสัญญาต้องเดินทางกลับประเทศอีกหลายพันคน การจัดเที่ยวบินพิเศษไทเป-โฮจิมินห์แม้เพียงเที่ยวเดียว รับชาวเวียดนามที่ตกค้างได้ไม่ถึง 400 คน แต่ถือเป็นก้าวแรกช่วยลดความแออัดในสถานกักกันลงได้บ้าง ฝ่ายไต้หวันจะประสานของให้รัฐบาลเวียดนามเพิ่มเที่ยวบินพิเศษอย่างประเทศไทยให้มากขึ้น

เวียดนามจัดเที่ยวบินพิเศษตามคำเรียกร้องของไต้หวัน ส่งกลับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเป็นครั้งแรกจำนวน 344 คน

     นับเป็นเที่ยวบินแรกที่รัฐบาลเวียดนามรับประชาชนของตนกลับประเทศ หลังจากประเทศไทยจัดเที่ยวบินพิเศษรับชาวไทยรวมทั้งแรงงานไทยในไต้หวันกลับประเทศแล้ว 4 ครั้ง โดยในเดือนเมษายนมี 1 เที่ยวบิน ได้แก่วันที่ 21 เม.ย. ส่วนพฤภาษาคมมี 3 เที่ยวบิน ได้แก่ 10, 24 และ 26 พ.ค. รวมชาวไทยและแรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศด้วยเที่ยวบินพิเศษไทเป-กรุงเทพฯ มีจำนวนกว่า 500 คนแล้ว สำหรับในเดือนมิ.ย. มีกำหนดจะจัดเที่ยวบินพิเศษอีก 4-5 เที่ยวบิน แรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศต้องไปลงทะเบียนออนไลน์กับสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเปก่อน เพื่อจัดคิวการเดินทางกลับประเทศ ซึ่งชาวไทยที่เดินทางกลับประเทศด้วยเที่ยวบินพิเศษไทเป-กรุงเทพฯ จะต้องมีใบรับรองสุขภาพที่เหมาะสมกับการเดินทางโดยอากาศยานหรือที่เรียกว่า Fit to Fly ออกโดยสถานพยาบาลของไต้หวันภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ผู้โดยสารจะต้องจ่ายค่าตัวเครื่องบินเอง โดยจะคิดเฉลี่ยจากจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด เมื่อเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว ต้องเข้ารับการกักตัวสังเกตอาการเป็นเวลา 14 ในสถานที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยจัดเตรียมไว้ให้พร้อมอาหาร 3 มื้อ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

เวียดนามจัดเที่ยวบินพิเศษตามคำเรียกร้องของไต้หวัน ส่งกลับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเป็นครั้งแรกจำนวน 344 คน

3. โชเฟอร์มัวดูใบส่งของ ทำรถพ่วงเสียหลัก รถตู้เสยท้ายคนขับตาย 1 คนงานไทยพิการอีก 1 เนื่องจากตกลงกันได้กับญาติผู้เสียหาย ถูกอัยการสั่งฟ้องฆ่าคนตายโดยประมาท

      คดีอุบัติเหตุบนทางด่วนเมื่อกลางปีที่แล้ว รถพ่วงขนาดใหญ่เสียหลักบนทางด่วนสาย 1 ทำรถตู้พุ่งชน คนขับรถตู้ชาวไต้หวันตายคาที่ ผู้โดยสาร 6 คน ซึ่งเป็นคนงานไทย 5 คนและอินโดนีเซีย 1 คน ได้รับบาดเจ็บ ในจำนวนนี้คนงานไทย 1 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัสแม้แพทย์จะช่วยกู้ชีวิตคืนมาได้ แต่ต้องพิการตลอดไป อัยการพบสาเหตุหลักมาจากคนขับรถพ่วงขับไปดูใบส่งของไป รถเฉี่ยวชนเกาะกลางเสียหลัก ทำให้รถตู้ที่แล่นตามหลังมาหลบไม่ทันพุ่งเสยท้ายรถพ่วง หลังให้โอกาสเจรจาประนีประนอมกับญาติผู้เคราะห์ร้าย โดยความช่วยเหลือจากสำนักงานแรงงานไทย สามารถตกลงกับญาติคนงานไทยได้ สัปดาห์ที่ผ่านมามานี้ อัยการสั่งฟ้องคนขับรถพ่วงข้อหาฆ่าคนโดยประมาท

สำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นซินจู๋

     คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อรุ่งเช้าเวลา 04.16 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. ปี 2562 บนทางด่วนหมายเลข 1 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 75.6 บริเวณรอยต่อระหว่างซินจู๋กับหยางเหมย รถพ่วงคันหนึ่งขับไปในทิศทางขึ้นเหนือด้วยความเร็วสูงเสียหลักพุ่งเข้าชนเกาะกลางถนน ทำให้รถเก๋งและรถตู้ที่วิ่งตามมาข้างหลังเบรคและหลบไม่ทันพุ่งชนมุมท้ายอย่างจัง เป็นเหตุให้คนขับรถตู้ชาวไต้หวันตายคาที่  ส่วนผู้โดยสารในรถตู้ เป็นแรงงานไทย 5 คน ซึ่งทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในเขตอูรื่อ นครไทจง และแรงงานอินโดนีเซียโรงงานอื่นอีก 1 คน ที่เตรียมเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน เพื่อขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับประเทศ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 5 คน โดยแรงงานไทยที่นั่งหลังคนขับ ถูกเบาะคนขับที่อัดเข้ามากระแทกลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัสมีอันตรายถึงชีวิต ถูกส่งไปรักษาที่ รพ.ฉางเกิงในเขตหลินโข่ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจของคนขับรถพ่วงไม่พบว่ามีอาการ "ดื่มแล้วขับ" แต่พบว่าโชเฟอร์รายนี้ ขับไปมัวแต่กลิกดูใบส่งของไป เป็นเหตุให้รถพ่วงเบนออกนอกทางเฉี่ยวชนเกาะกลางจนเสียหลัก ทำให้เกิดอุบัติเหตุใหญ่หลวงครั้งนี้

โชเฟอร์มัวดูใบส่งของ ทำรถพ่วงเสียหลัก แม้ตกลงกันได้กับญาติผู้เคราะห์ได้แล้ว แต่อัยการสั่งฟ้องฆ่าคนตายโดยประมาท

    หลังเกิดเหตุ สำนักงานแรงงานไทยในไทเป ได้ประสานกับสมาคมการจัดหางานเถาหยวน ช่วยเหลือแรงงานเหล่านี้ รวมถึงเจรจากับบริษัทประกันภัย ตัวแทนของเจ้าของรถพ่วง จนในที่สุด เจ้าของรถพ่วงยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดและจ่ายค่าทำขวัญให้แรงงานไทยตามแต่ระดับอาการบาดเจ็บ โดยคนงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังแพทย์ช่วยกู้ชีวิตอย่างถึงที่สุด อาการดีขึ้น แต่ต้องกลายเป็นคนพิการ จากการเจรจาฝ่ายคนชนยอมจ่ายเงินชดเชยให้ญาติผู้ตายและคนงานไทย โดยคนงานไทยโชคร้ายรายนี้ได้รับเงินชดเชยประมาณ 6.5 ล้านเหรียญไต้หวัน และเนื่องจากตกลงกับญาติผู้เสียหายได้แล้ว ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อัยการจากสำนักอัยการศาลท้องถิ่นซินจู๋ จึงสั่งฟ้องโชเฟอร์รายนี้ในข้อหาฆ่าคนโดยประมาท มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับเงิน 500,000 เหรียญ แทนที่จะลงโทษจำคุก 7 ปีขึ้นไป

โชเฟอร์มัวดูใบส่งของ ทำรถพ่วงเสียหลัก แม้ตกลงกันได้กับญาติผู้เคราะห์ได้แล้ว แต่อัยการสั่งฟ้องฆ่าคนตายโดยประมาท

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง