ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๓

  • 25 June, 2020
  • กฤษณัย ไสยประภาสน์
ไต้หวันเฮ ! ส่งออกเนื้อหมูสดได้อีกครั้ง หลังรอมานานกว่า 23 ปี เพราะโรคปากกีบเปื่อย OIE ประกาศให้ไต้หวันเป็น

๑. กระทรวงแรงงานไต้หวันกระตุ้นนายจ้างปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานกิจการประเภท 3K โดยให้เงินอุดหนุนสูงสุดถึง 2.5 ล้าน TWD 

          กิจการ 3K เป็นกิจการที่อันตราย เหนื่อย และสกปรก มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นกิจการอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ผู้ใช้แรงงานท้องถิ่นในไต้หวันไม่อยากทำ ดังนั้น กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้เจ้าของกิจการเหล่านี้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดีขึ้น โดยให้เงินช่วยเหลือสูงสุดถึง 2.5 ล้าน TWD โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไต้หวันมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น 

นางสวี่หมิงชุน (กลาง) รมว. แรงงาน ไต้หวัน ตรวจงานโรงงาน 3K แห่งหนึ่ง 

๒. ไต้หวันกลายเป็นเขตปลอดโรคปากกีบเปื่อย ส่งออกเนื้อหมูสดได้แล้ว หลังใใช้ความพยายามมานานกว่า 23 ปี 

            คณะกรรมการกิจการเกษตรไต้หวันระบุในวันนี้ว่า องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (Office International des Epizooties; OIE)  ได้พิจารณาเมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) อนุมัติให้ไต้หวันเป็นเขตปลอดโรคปากกีบเปื่อยที่ไม่มีการฉีดวัคซีน ซึ่งถือเป็นความสำเร็จหลังจากที่ไต้หวันมุมานะพยายามมานานกว่า 23 ปี แลรออีก 1 ปี ในที่สุดไต้หวันก็สลัดพ้นจากการเป็นเขตระบาดของโรคปากกีบเปื่อย และคาดว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ไต้หวันจะสามารถส่งออกเนื้อสุกรสดไปต่างประเทศได้อีกครั้ง

            ไต้หวันเกิดการระบาดของโรคปากกีบเปื่อยในสุกรเมื่อปี 1997 จนต้องฆ่าทำลายสุกร ฉีดวัคซีน และเลิกฉีดวัคซีน เป็นลำดับ กระทั่งเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2018 จึงเริ่มไม่ฉีดวัควัคซีนเป็นครั้งที่ 3 ครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2019 ในที่สุดก็ได้ยื่นเรื่องขอให้ โอไออี พิจารณาให้ไต้หวันเป็นเขตปลอดโรคปากกีบเปื่อยที่ไม่มีการฉีดวัคซีน กระทั่งเมื่อวานนี้ โอไออี จึงได้ประกาศอนุมัติตามคำขอของไต้หวัน

            ทางด้าน กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุในแถลงข่าวว่า เป็นผลสำเร็จแห่งความพยายามร่วมกันของภาครัฐและเอกชน จนได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันต้องขอขอบคุณ โอไออี ซึ่งจะต้องร่วมกันผลักดันงานป้องกันโรคระบาดในสัตว์ต่อไป

            ส่วนประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ได้ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ไต้หวันรอมานานกว่า 24 ปีเต็ม ซึ่งต้องประกาศให้ประชาชนได้รับทราบว่า เมื่อสักครู่นี้ คุณเฉิน จี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการกิจการเกษตร ไต้หวัน ได้โทรศัพท์แจ้งข่าวดีดังกล่าวให้ทราบ เพราะฉะนั้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เนื้อหมูไต้หวันส่งออกได้อีกแล้ว ก้าวสู่ตลาดโลกอีกครั้ง

นายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการกิจการเกษตร ไต้หวัน 

๓. ไต้หวันถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 11 ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันของโลก และเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย 

          สถาบันบริหารธุรกิจโลซาน สวิตเซอร์แลนด์ หรือ IMD ได้ประกาศรายงานการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันโลก ประจำปี 2020 โดยประเมินประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก 63 ประเทศ จัดให้ไต้หวันอยู่ในอันดับที่ 11 ดีขึ้นจากปีที่แล้ว 5 อันดับ และดีที่สุดตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา สภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันวิเคราะห์ว่า อาจเนื่องจากการจัดอันดับในส่วนของประสิทธิภาพภาครัฐและเอกชนมีอันดับที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก ในขณะที่ด้านการมงานทำ และค่าเช่าสำนักงานกลับมีอันดับแย่ลง 

สถาบันบริหารธุรกิจโลซานน์ หรือ IMD ของสวิสเซอร์แลนด์

 

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง