ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2563

  • 19 June, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
จับนายฝ่าม หัวโจกแก๊งเวียดนามปลอมบัตรประชาชนและบัตร ARC ของไต้หวัน ขายเพื่อนร่วมชาติ

1. ผ่อนปรนครั้งใหญ่สุดในรอบ 20 ปี โครงการก่อสร้างภาครัฐมูลค่า 100 ล้านขึ้นไป เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ จากเดิมต้อง 10,000 ล้านเหรียญไต้หวันขึ้นไป คาดผู้รับเหมานำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มประมาณ 2,400 คน

        หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย รัฐบาลหันมากระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการผลักดันงานก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภค กระทรวงแรงงานสนองนโยบาย ผ่อนปรนให้ผู้รับเหมาโครงการสาธารณูปโภค ซึ่งเดิมจะต้องเป็นโครงการมูลค่า 10,000 ล้านเหรียญไต้หวันขึ้นไป จึงจะอนุญาตให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ เมื่อเดือนมีนาคม ปี 63 ที่ผ่านมา ได้ขยายการนำเข้าด้วยการลดมูลค่าโครงการเหลือ 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน และขณะนี้ลดลงอีก โครงการก่อสร้างของรัฐที่มีมูลค่า 100 ล้านเหรียญขึ้นไป ระยะเวลาก่อสร้าง 1 ปี 6 เดือนขึ้นไป สามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ เท่ากับเป็นการหวนกลับไปใช้นโยบายเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คาดจะช่วยให้ผู้รับเหมางานก่อสร้างของรัฐ นำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นประมาณ 2,400 คน

โครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคมูลค่า 100 ล้านเหรียญไต้หวันขึ้นไป เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้แล้ว

        จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนเมษายน 63 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่จำนวน 711,539 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่หรือ 434,072 คน ทำงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิต รองลงมาเป็นภาคสวัสดิการสังคมมีจำนวน 260,583 คน ตามมาด้วยการประมง ส่วนภาคการก่อสร้างมีจำนวน 4,573 คน ในจำนวนนี้ เป็นคนงานไทยมากที่สุด 2,854 คน ตามด้วยเวียดนาม 1,202 คน อินโดนีเซีย 505 คนและฟิลิปปินส์ 12 คน

โครงการก่อสร้างภาครัฐมูลค่า 100 ล้านเหรียญไต้หวันขึ้นไป เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้แล้ว

2. ขยายการนำเข้าแรงงานภาคการเกษตรครั้งใหญ่ ไม่เพียงแต่ฟาร์มโคนมเท่านั้น ฟาร์มหมู เป็ด ไก่และเลี้ยงสัตว์น้ำ สามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้กว่า 1,600 คน

         กระทรวงแรงงานไต้หวันแก้กฎหมาย อนุญาตให้เกษตรกรสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้เพิ่มมากขึ้น จากในปัจจุบันอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติได้เฉพาะฟาร์มโคนมและจ้างเหมาบริการภาคเกษตร ขยายครอบคลุมไปยังฟาร์มสุกร แพะ เป็ด ไก่ ฟาร์มกล้วยไม้ เพาะเลี้ยงเห็ด สวนผัก และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ก็สามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ และสัดส่วนการว่าจ้างร้อยละ 35 หรือว่าจ้างแรงงานท้องถิ่น 10 คน นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ 3.5 คน หากรวมโควตาพิเศษ สูงสุดนำเข้าได้ร้อยละ 40

นอกจากฟาร์มโคนม ฟาร์มหมู เป็ด ไก่ ห่านและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้แล้ว

        กระทรวงแรงงานแถลงว่า สืบเนื่องจากประชากรในชนบท มีอายุโดยเฉลี่ยสูงขึ้น แรงงานในภาคการเกษตรลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อปี 2017 คณะกรรมการการเกษตรเคยผลักดันโครงการกลุ่มแรงงานเกษตร เพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน แต่ไม่ได้ผล เนื่องจากแรงงานท้องถิ่นที่ประสงค์จะเข้าทำงานในภาคการเกษตรมีจำนวนน้อยมาก ส่งผลขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เกษตรกรจำนวนมากเดือดร้อนเพราะหาคนงานไม่ได้ แม้เมื่อปี 2562 จะอนุมัติให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาทำงานในลักษณะจ้างเหมาบริการภาคการเกษตรเพิ่มขึ้น 400 คน แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คณะกรรมการประสานงานและที่ปรึกษาด้านนโยบายกำลังแรงงานข้ามชาติของกระทรวงแรงงาน จึงมีมติในที่ประชุมครั้งล่าสุด เสนอให้ขยายการนำเข้าแรงงานต่างชาติในภาคการเกษตร นอกจากอนุมัติให้ฟาร์มโคนมนำเข้าแรงงานต่างชาติได้แล้ว จะอนุญาตให้ฟาร์มเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ เพาะเลี้ยงเห็ด สวนผัก บ่อเลี้ยงปลา รวมถึงฟาร์มปศุสัตว์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากโคนม ได้แก่ฟาร์มแพะ สุกร ไก่ เป็ดและห่านเป็นต้น ซึ่งขาดแคลนแรงงานประจำ 7,484 คน แรงงานตามฤดูกาล 120,000 คน สามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้เช่นกัน

นอกจากฟาร์มโคนม ฟาร์มหมู เป็ด ไก่ ห่านและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้แล้ว

3. แรงงานต่างชาติทำงานครบกำหนด 12 หรือ 14 ปี ระหว่าง 17 มิ.ย.-17 ก.ย. 63 อนุญาตให้ขยายการต่อสัญญาอีก 3 เดือน และ 1 มิ.ย. 63 เป็นต้นมา การตรวจสุขภาพเป็นประจำของแรงงานต่างชาติกลับสู่สภาวะปกติ

      ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ลดการเคลื่อนย้ายข้ามชาติของบุคลากร รวมถึงแรงงานต่างชาติมีอุปสรรคในการเดินทางกลับประเทศ กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศก่อนหน้านี้ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนดระยะเวลา 12 ปีสำหรับแรงงานในภาคการผลิต และครบ 14 ปีสำหรับแรงงานภาคสวัสดิการสังคม ช่วงระหว่าง วันที่ 17 มีนาคม – 17 มิถุนายน สามารถต่อสัญญากับนายจ้างต่อไปได้ 3 เดือน ก่อนครบกำหนดวันที่ 17 มิถุนายน กระทรวงแรงงานประกาศว่า อนุญาตให้ขยายสัญญาจ้างต่อไปได้อีก 3 เดือนเป็นครั้งที่ 2 กล่าวคือ แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบกำหนดระยะเวลา 12 ปีสำหรับแรงงานในภาคการผลิต และครบ 14 ปีสำหรับแรงงานภาคสวัสดิการสังคม ช่วงระหว่าง วันที่ 17 มิถุนายน – 17 กันยายน สามารถต่อสัญญากับนายจ้างต่อไปได้อีก 3 เดือน

ในภาพเป็นแรงงานไทยทำงานในโรงงานเย็บผ้าแห่งหนึ่งในนครเถาหยวน

      ส่วนแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันยังไม่ถึง 12 ปี และไม่ประสงค์จะต่อสัญญาและยกเลิกหรือครบกำหนดสัญญาจ้างแล้ว แต่เดินทางกลับไม่ได้ ขณะที่ต้องรอโดยไม่มีรายได้ หากนายจ้างเดิมและแรงงานต่างชาติยินยอม ก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานอนุญาตให้ต่อสัญญาจ้างระยะสั้นได้ คือ 3 หรือ 6 เดือน

แรงงานต่างชาติทำงานครบกำหนด 12 หรือ 14 ปี ระหว่าง 17 มิ.ย.-17 ก.ย. 63 อนุญาตให้ขยายการต่อสัญญาอีก 3 เดือน

      ด้านการตรวจสุขภาพเป็นประจำตามกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคประกาศให้แรงงานต่างชาติที่มีกำหนดต้องเข้ารับการตรวจโรคตามกฎหมายกำหนดก่อนวันที่ 31 พ.ค. ปีนี้ สามารถเลือนเวลาออกไปได้ไม่เกิน 3 เดือนนั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป กลับสู่สภาพปกติ

      ทั้งนี้ ตามระเบียบการบริหารและตรวจเช็คสุขภาพของชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตทำงานในไต้หวันที่ประกาศโดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันกำหนดว่า นายจ้างจะต้องพาแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างเข้ารับการตรวจสุขภาพครั้งแรกภายในเวลา 3 วัน นับแต่วันเดินทางถึงไต้หวัน จากนั้นต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพก่อนหรือหลัง 30 วันของการทำงานในเดือนที่ 6 เดือนที่ 18 และเดือนที่ 30 หากนายจ้างไม่พาแรงงานต่างชาติของตนไปตรวจสุขภาพตามกำหนดเวลาข้างต้น ต้องระวางโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติบางส่วนหรือทั้งหมด

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง

4. จับแก๊งเวียดนามปลอมบัตรประชาชนและบัตร ARC ของไต้หวัน ขายเพื่อนร่วมชาติผ่านทางเฟซบุ๊ก

      ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในนครเกาสง ทะลายแก๊งปลอมแปลงเอกสารชาวเวียดนามที่มีนายฝ่ามเป็นหัวโจก ปลอมแปลงบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC ขายเพื่อนร่วมชาติ ที่ทำให้ตำรวจทึ่งก็คือ แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายแก๊งนี้ ปลอมแปลงเอกสารโดยทำเป็นขบวนการ นับตั้งแต่รับออเดอร์ จัดพิมพ์ นำออกจำหน่ายและการส่งมอบของทำเองทั้งหมด นอกจากปลอมบัตร ARC แล้ว ยังรับปลอมบัตรประชาชนของไต้หวันด้วย และนำเงินที่ได้จากการนี้ไปซื้อเสื้อผ้าหรูหรา ออกเที่ยวทั่วไต้หวัน ถ่ายภาพโพสต์ในเฟซอวดเพื่อนร่วมชาติด้วย

จับนายฝ่าม หัวโจกแก๊งเวียดนามปลอมบัตรประชาชนและบัตร ARC ของไต้หวัน ขายเพื่อนร่วมชาติ

      โฆษกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแถลงว่า แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายแก๊งนี้ อาศัยเฟซบุ๊กเป็นสื่อโฆษณา รับทำบัตร ARC บัตรประชาชนไต้หวันเสมือนของจริงตามสั่งในราคาใบละ 1,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป สามารถนำไปสมัครงานหรือใช้เป็นหลักฐานเช่าบ้านได้ในฐานะผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ มีลูกค้าชาติเดียวกันแห่ซื้อจำนวนมาก จึงถือโอกาสนี้ ประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างและเจ้าของบ้านเช่าต้องระวัง อาจโดนข้อหาว่าจ้างชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย หรือให้ที่พักพิงชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้

จับนายฝ่าม หัวโจกแก๊งเวียดนามปลอมบัตรประชาชนและบัตร ARC ของไต้หวัน ขายเพื่อนร่วมชาติ

      โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองย้ำว่า เนื่องจากการปลอมแปลงเอกสารของแก๊งแรงงานเวียดนามข้างต้น ทำได้ค่อนข้างแนบเนียน นายจ้างไม่สามารถตรวจสอบบัตร ARC หรือบัตรประจำตัวประชาชนว่าเป็นของจริงหรือของปลอม อาจตกเป็นผู้ต้องหาว่าจ้างชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย และให้ที่พักพิงชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย สำหรับคดีนี้ ตำรวจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานเป็นเวลากว่าครึ่งปี จึงบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนามได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ขอย้ำเตือนผู้ประกอบการว่า อย่างว่าจ้างชาวต่างชาติที่ไม่รู้จักเข้าทำงาน หากถูกตรวจพบว่าจ้างชาวต่างชาติทำงานอย่างผิดกฎหมาย นายจ้างจะถูกปรับตั้งแต่ 150,000-750,000 เหรียญไต้หวัน หากกระทำผิดซ้ำใน 5 ปี จะมีโทษถึงขั้นติดคุก

ยึดของกลางเป็นบัตร ARC ปลอมและอุปกรณ์เครื่องใช้ในการปลอมแปลง

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง