เทศกาลตวนอู่กับขนมบ๊ะจ่าง

  • 22 June, 2020
  • รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ
แพทย์แนะนำกินขนมบ๊ะจ่างแต่พอควร และเพิ่มการกินผักผลไม้ที่มีเส้นใยด้วย

        เมื่อถึงช่วงเทศกาลตวนอู่ หลายคนคงอดไม่ได้ที่จะต้องรับประทานขนมบ๊ะจ่าง เพราะเป็นประเพณีของชาวจีนที่ปฏิบัติกันมานาน และเมื่อพูดถึงขนมบ๊ะจ่างในปัจจุบัน กล่าวได้ว่ามีหลากหลายรสชาติมาก อีกทั้งมีหลายรูปแบบ มีทั้งแบบหวาน แบบรสเค็ม แบบดั้งเดิม ซึ่งล้วนรสชาติอร่อยๆกันทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม การกินขนมบ๊ะจ่างเยอะเกินไปก็ถือเป็นภาระต่อร่างกาย เพราะว่าเราไม่เพียงแต่กินขนมบ๊ะจ่างอย่างเดียว ยังกินอาหารอื่นไปด้วย จึงทำให้แคลอรี่ที่ร่างกายได้รับอาจจะเกินไป ทั้งนี้ นักโภชนาการได้ทำการสำรวจขนมบ๊ะจ่างที่ขายในท้องตลาดของไต้หวันพบว่า จำนวนบ๊ะจ่าง 1 ลูกจะให้พลังงาน 400-700 แคลอรี่ นักโภชนาการยังบอกด้วยว่า ถ้ากินขนมบ๊ะจ่างวันละ 2 ลูก จะต้องว่ายน้ำนาน 2.5 ชม. หรือเต้นแอโรบิคนาน 4.5 ชม. หรือเดิน 7.5 ชม.จึงจะสลายพลังงานของขนมบ๊ะจ่าง 2 ลูกที่กินเข้าไปให้หมด

       นักโภชนาการจึงแนะนำข้อปฏิบัติ 4 อย่างที่มีผลดีต่อสุขภาพในการกินขนมบ๊ะจ่าง

       1. กินมากที่สุด 1 ลูก/วัน และต้องกินผัก ผลไม้ที่มีเส้นใยสูง ผลไม้มีน้ำมากด้วย

       2. ลดการเติมรสชาติหรือเครื่องปรุง อย่างเช่น จิ้มซอสหวาน ซอสพริก ซอสซีอิ๊ว เพราะจะเพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกาย

       3. เพิ่มกิจกรรมเพื่อสลายพลังงาน ด้วยการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกาย

       4. เลือกขนมบ๊ะจ่างที่มี 3 น้อย 1 มาก ได้แก่ น้ำมันน้อย เกลือน้อย น้ำตาลน้อย และมากด้วยเส้นใยอาหาร อย่างเช่นขนมบ๊ะจ่างที่ใช้ธัญพืช คีนัว บ๊ะจ่างผลไม้ สมุนไพร เป็นต้น

ทั้งนี้ ขนมบ๊ะจ่างปกติถ้าเป็นรสดั้งเดิมก็จะมีรสเค็ม วัตถุดิบส่วนใหญ่ที่นำมาทำเป็นหมูพะโล้ ไข่เค็ม เห็ดหอม เกาลัด ถั่วลิสง เม็ดบัว เป็นต้น และวัตถุดิบหลักๆ คือข้าวเหนียว หากกินเยอะไปจะย่อยยากด้วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินอาหาร ความดันโลหิตสูง เบาหวาน คลอเรสเตอรอลสูงหรือโรคอ้วนก็ต้องระมัดระวังในการกินให้มากด้วย

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง