ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2563

  • 26 June, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
ศาลท้องถิ่นนครนิวไทเปตัดสินจำคุกนายสวี่ พร้อมพวกเป็นเวลา 5 ปี 6 เดือน ข้อหาหลอกลวงแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย

1. ปีนี้จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเหมือนทุกปีอีกหรือไม่ รมว.กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปล่อยให้ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำในเดือนสิงหาคมปีนี้เป็นผู้ตัดสิน

       การประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงเดือนมีนาคมและสิงหาคม ปีนี้เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การประชุมของคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำครั้งแรก ซึ่งเป็นการประชุมหารือ เลื่อนมาจัดขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ และการประชุมครั้งที่ 2 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะลงมติตัดสินใจว่า จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปีต่อไปหรือไม่ นางสวี่หมิงชุน รมว.กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า ในปีนี้ แม้จะประสบกับโรคโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลก และธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน แต่ยังคงจะจัดการประชุมตามกำหนดการเดิมในเดือนสิงหาคมต่อไป ส่วนจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปีต่อไปหรือไม่? เท่าไหร? ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำในเดือนสิงหาคมเป็นผู้ลงมติตัดสิน

นางสวี่หมิงชุน รมว.กระทรวงแรงงานไต้หวัน (คนกลาง) ขณะเยี่ยมชมกิจการของบ.เซวียฉางซิงหรือเชโก้ จ้าวแห่งชุดกีฬาทางน้ำของโลกสัญชาติไต้หวันที่เมืองอี๋หลาน

       สืบเนื่องจากได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสปอดอักเสบสายพันธุ์ใหม่ หรือที่เรียกว่าโควิด-19 ซึ่งเป็นภัยพิบัติใหญ่หลวงที่ส่งผลไปทั่วโลก ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ แทบทุกแขนงได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย และขณะนี้ แม้ว่าสถานการณ์การระบาดในไต้หวันจะเบาบางลงไปอย่างมาก จนรัฐบาลได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคส่วนใหญ่ แต่ขณะเดียวกันประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอีกจำนวนมากสถานการณ์ยังคงรุนแรง ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายลง และเศรษฐกิจของไต้หวันเชื่อมโยงกับต่างประเทศอย่างแยกกันไม่ออก เมื่อประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศในยุโรปและอเมริกา มีอัตราการว่างงานสูงมาก และมาตรการล็อคดาวน์หรือปิดเมืองปิดประเทศ ส่งผลให้การสั่งซื้อสินค้าลดลงอย่างมาก รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวเรียกร้องว่า ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างควรจะเข้าใจและเห็นใจซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ ประกอบด้วย 4 ฝ่าย ได้แก่ฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง นักวิชาการและรัฐบาล และที่ประชุมใช้มติเสียงส่วนใหญ่ โดยพิจารณาจากดัชนีทางเศรษฐกิจหลายตัว อาทิ ดัชนีผู้บริโภค ฯลฯ ดังนั้น จะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำหรือไม่? เท่าไหร่? ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุม

แรงงานต่างชาติภาคการผลิตเป็นกลุ่มได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมากที่สุด

       อย่างไรก็ตาม วงการธุรกิจการค้าได้กล่าวเรียกร้องก่อนหน้านี้ว่า ปีนี้เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ควรจะระงับการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้ก่อน และด้านท่าทีรัฐบาล แม้จะไม่แสดงจุดยืนอย่างเด่นชัด แต่มีแนวโน้มที่จะไม่ปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีนี้ เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 แม้ขณะนี้จะเริ่มคลี่คลาย แต่การจับจ่ายซื้อของในภาคเอกชนยังไม่ฟื้นเต็มที่ ประกอบกับธุรกิจบางส่วนยังประสบปัญหาด้านการส่งออก กระทั่งให้พนักงานหยุดพักงานโดยไม่จ่ายเงินเดือน

ผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลในครัวเรือน เนื่องจากไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่มีสิทธิปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเหมือนแรงงานภาคการผลิต

2. 5 แรงงานเวียดนามลักลอบตัดไม้สงวน ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 2 เดือน ปรับ 10 เท่าของมูลค่าไม้ที่จับได้ คนละ 19.19 ล้านเหรียญ ไม่มีเงินเสียค่าปรับ ต้องจำคุกรวมคนละ 18 ปี 8 เดือน

       5 แรงงานเวียดนาม เนื่องจากติดหนี้สินจากค่าหัวคิวที่ต้องจ่ายให้บริษัทจัดหางานเพื่อเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ใช้วิธีหลบหนีนายจ้าง กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และไปรับจ้างตัดไม้สงวนราคาแพง ได้แก่ไม้สนฮิโนกิ ในป่าลึกที่ตำบลเหรินอ้าย เมืองหนานโถว ถูกตำรวจป่าไม้ล้อมจับได้พร้อมของกลาง เป็นท่อนไม้ฮิโนกิจำนวน 33 ท่อน น้ำหนัก 184 กก. มูลค่าในตลาดกว่า 1.91 ล้านเหรียญไต้หวัน ศาลท้องถิ่นหนานโถวตัดสินจำคุกคนละ 1 ปี 2 เดือน และปรับเงิน 10 เท่าของมูลค่าไม้สงวนที่จับได้ คือปรับคนละ 19.19 ล้านเหรียญไต้หวัน รวมค่าปรับทั้ง 5 คน เท่ากับ 95.95 ล้านเหรียญไต้หวัน

แรงงานเวียดนามลักลอบตัดไม้สงวนถูกจับพร้อมของกลาง ถูกศาลตัดสินจำคุกรวมคนละ 18 ปี 8 เดือน

       โฆษกศาลท้องถิ่นหนานโถวกล่าวว่า กฎหมายไต้หวันมีการเพิ่มโทษผู้ตัดไม้สงวน โดยปรับ 10 เท่าของมูลค่าไม้ที่เป็นของกลาง และแรงงานเวียดนามทั้ง 5 คน ลักลอบตัดท่อนสนฮิโนกิจำนวน 33 ท่อน น้ำหนัก 184 กก. มูลค่าในตลาดกว่า 1.91 ล้านเหรียญไต้หวัน ดังนั้นเฉพาะค่าปรับคนละ 19.19 ล้านเหรียญไต้หวัน หากไม่มีเงินเสียค่าปรับ จะต้องจำคุกแทนค่าปรับ ในอัตรา 3,000 เหรียญไต้หวันต่อการจำคุก 1 วัน รวมแต่ละคนต้องจำคุกเพิ่มใส่วนค่าปรับ 17 ปี 6 เดือน รวมกับโทษจำคุกอีก 1 ปี 2 เดือน แต่ละคนต้องจำคุกรวม 18 ปี 8 เดือน

แก๊งมอดไม้ชาวไต้หวันนิยมว่าจ้างแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายลักลอบตัดไม้สงวนจำพวกต้นสนฮิโนกิพันปีในป่าลึกแถวภาคกลาง

       ด้านตำรวจป่าไม้ที่เมืองหนานโถวเปิดเผยว่า มีแรงงานเวียดนามจำนวนหนึ่ง หลังจากเดินทางมาทำงานในไต้หวันได้ไม่นานก็หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จากนั้นไปรับจ้างตัดไม่สงวนกับแก๊งมอดไม้ชาวไต้หวัน จนมีประสบการณ์และเรียนรู้เทคนิค ลู่ทางในการทำมาหากินอย่างผิดกฎหมาย โดยเห็นว่าเป็นวิธีที่รวยทางลัดได้ง่าย ยกระดับฐานะของตัวเองเป็นเถ้าแก่ รวบรวมสมัครพรรคพวกที่เป็นคนชาติเดียวกัน หลบหนีและต้องการหางานทำ ตั้งเป็นแก๊งแอบตัดไม้สงวนอายุนับร้อยปี ลำเลียงลงจากภูเขาแล้วขายให้แก่ผู้รับซื้อชาวไต้หวัน โดยดำเนินการในลักษณะครบวงจร

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายตั้งแก๊งมอดไม้ลักลอบตัดไม้สนฮิโนกิราคาแพงจากหนานโถว โดนจับทั้งแก๊งเมื่อปี 2562

       3. ระวังโดนหลอก! 8 แรงงานผิดกฎหมายอยากอยู่ทำงานในไต้หวันต่อ จ่ายเงินกว่า 1 ล้านเหรียญให้นายหน้าเถื่อนช่วยทำเรื่อง แต่ถูกหลอก

         ช่วงระหว่างปลายปี 2561ถึงเดือนมิถุนายน 2562 นายสวี่ ชายชาวไต้หวันหัวใส อาศัยจุดอ่อนของแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่อยากอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไป อ้างว่าหากยอมจ่ายเงินและยอมกลายเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ตนมีช่องทางที่จะช่วยให้สามารถทำงานอยู่ในไต้หวันต่อไปได้อย่างถูกกฎหมาย หากไม่เป็นไปตามคำโฆษณาจะคืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ปรากฏว่ามีแรงงานผิดกฎหมายชาวเวียดนามและอินโดนีเซีย 35 รายหลงเชื่อยอมจ่ายเงินกว่า 1.74 ล้านเหรียญไต้หวัน จ้างนายสวี่และพรรคพวก ผลัดกันเป็นเป็นพยานหรือเป็นโจทก์ฟ้องร้องตนในข้อหาลักทรัพย์ และขอให้อัยการสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ระหว่างรอการขึ้นศาล แรงงานต่างชาติสามารถไปหางานทำ แต่มีแรงงานผิดกฎหมายหลายรายจ่ายเงินไปแล้ว และให้ความร่วมมือรับสารภาพว่าตนลักทรัพย์จริง ถูกจำคุก 2-6 เดือน พ้นโทษแล้วถูกส่งกลับประเทศ จึงได้รู้ว่าถูกหลอก แต่ไม่มีใครแจ้งความเพราะกว่ารู้ตัวก็ถูกส่งกลับประเทศเสียแล้ว

อาคารที่ทำการศาลท้องถิ่นนครนิวไทเป

       ต่อเมื่ออัยการของสำนักงานอัยการนครนิวไทเปเกิดความสงสัยว่า ทำไมนายสวี่และพวกเป็นโจทก์ฟ้องแรงงานต่างชาติในลักษณะเดียวกันหลายคดี จึงมีการตรวจสอบ พบเป็นกลโกงหลอกหากินกับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายของนายสวี่ จึงจับกุมนายสวี่และพวกดำเนินคดี ข้อหาเป็นพยานเท็จ ฟ้องร้องโดยไม่มีมูลจริง ให้ผู้อื่นเป็นพยานเท็จ ปลอมแปลงเอกสารและช่อโกง ฯลฯ หลายกระทง โดยพบแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ตกเป็นเหยื่อและมีหลักฐานครบถ้วน 8 ราย มูลค่าความเสียหายของเหยื่อ 1,039,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งนายสวี่ยอมรับสารภาพว่า จ่ายเงินจ้างคนซึ่งมีทั้งชาวไต้หวันและแรงงานต่างชาติเป็นพยานและเป็นโจทก์ฟ้องร้องแรงงานต่างชาติคนละ 2,000 เหรียญ และยังอ้างว่า เป็นการทำบุญช่วยเหลือแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย แต่ไม่นึกว่า จะมีโทษร้ายแรงถึงขนาดนี้

       เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นนครนิวไทเปตัดสินจำคุกนายสวี่ พร้อมพวกเป็นเวลา 5 ปี 6 เดือน ในหนังสือพิพากษา ศาลได้ประนามพฤติกรรมของนายสวี่ว่า หากินโดยอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย และจุดอ่อนของแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าง จึงตัดสินจำคุกนายสวี่และพวกเป็นเวลา 5 ปี 6 เดือน ยึดรายได้จากการหลอกหลวงทั้งหมด 

อาคารที่ทำการศาลท้องถิ่นนครนิวไทเป

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง