กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๓

  • 29 June, 2020
  • กฤษณัย ไสยประภาสน์
เครื่องบินลำเลียงของจีน รุกล้ำน่านฟ้าไต้หวันบ่อยครั้ง ถูกเครื่องบินรบไ้ตัหวันสกัดและขับไล่

๑. ไต้หวันเสมอต้นเสมอปลาย!!!! ผลงานต้านค้ามนุษย์ได้รับการยอมรับต่อเนื่อง 11 ปี ถูกจัดอยู่เทียร์ 1 อีกในปีนี้  

           กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ทั่วโลกปี 2020 จัดอันดับ 180 กว่าประเทศทั่วโลก ไต้หวันอยู่ในระดับ 1 (Tier 1) เป็นที่ยอมรับติดต่อกัน 11 ปี กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันแถลงข่าวในวันที่ 26 การปราบปรามค้ามนุษย์ได้ผลดี การปกป้องสิทธิมนุษยชนของไต้หวันเป็นค่านิยมที่ไต้หวันดำเนินการอย่างเต็มที่ งานด้านต่างๆ บรรลุผลสะท้อนให้เห็นในดัชนีสำคัญด้านต่างๆ

           กระทรวงมหาดไทยแถลงด้วยว่า ปธน. ไช่อิงเหวินในสมัยดำรงตำแหน่ง รอง รนม. ในปี 2007 ได้กำกับดูแลเพื่อจัดประชุม “รายงานสภาบริหารประสานการต่อต้านค้ามนุษย์” เป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลกับองค์กรภาคเอกชน ประชุมเป็นประจำเพื่อทบทวนในเรื่องการค้ามนุษย์ ไต้หวันจึงมีพื้นฐานที่ดีในการป้องกันการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงมหาดไทยแถลงว่า เวทีประชุมสภาบริหารตั้งแต่มกราคมปีที่แล้วได้มีการหารือในเรื่องการค้ามนุษย์ เสนอ โครงการปฏิบัติการคุ้มครองใหม่ปี 2019 - 2020 ซึ่งมีหน่วยงานส่วนกลางจาก 16 แห่ง เพิ่มเป็น 19 แห่ง ประกอบด้วย สภาตุลาการ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน คณะกรรมการการเกษตร เป็นต้น และองค์กรภาคเอกชนทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันการป้องกันการค้ามนุษย์

          กระทรวงมหาดไทยแถลงว่ารายงานการจัดอันดับมีการแนะนำไต้หวันให้เสริมความเข้มแข็งในด้านการจัดการเรือประมง โดยเฉพาะการประมงน่านน้ำสากล ป้องกันการกดขี่แรงงานประมง ระงับการเก็บค่าบริการและค่านายหน้า เป็นต้น กระทรวงมหาดไทยชี้ว่า การประชุมในปลายปีนี้จะมีการกำหนดแผนปฏิบัติการ 2.0 ผลักดันงานต่อต้านการค้ามนุษย์ที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น

 

๒. โด้เดือดเอาไม่เอา "ฉันทามติ 1992" 

         กระแสการเมืองในไต้หวันในช่วงขณะที่จีนส่งเครื่องบินรบ เครื่องบินลำเลียง และเครื่องบินทิ้งระเบิด บินล้ำแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน เข้าสู่เขตแสดงตนหรือ ADIZ ของไต้หวันบ่อยครั้งมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสถานการณ์โควิด 19 ในจีนเริ่มชะลอตัวลง แม้จะมีโอกาสกลายเป็นระลอกสอง เพื่อข่มขู่รัฐบาลพรรค DPP ของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ที่ยังคงไม่ยอมรับ "ฉันทามติ 1992" ที่พรรค DPP ระบุว่า "ฉันมติ 1992" ก็คือ "หนึ่งประเทศสองระบอบ" ที่ชาวไต้หวันไม่มีใครยอมรับได้ ในขณะที่อดีตประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่ว ออกมาลุยเองเรียกร้องให้รัฐบาลของ ปธน. ไช่ฯ ยอมรับ "ฉันทามติ 1992" "จีนเดียวตีความต่างกัน" เพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวกระหว่างกัน ซึ่งเป็นช่วงที่ภายในพรรคก๊กมินตั๋งภายใต้การนำของนายเจียงฉี่เฉิน หัวหน้าพรรคฯ คนหนุ่มรุ่นใหม่ ต้องการทบทวนเรื่องนี้ เพราะ "ฉันทามติ 1992" ที่ใช้ในปัจจุบันไม่อาจเป็นที่ยอมรับของคนรุ่นใหม่ได้ อันส่งผลให้ฐานคะแนนเสียงของพรรคฯ สูญหายไปสู่พรรค DPP จนทำให้ สส. ของพรรคฯ ได้รับเลือกตั้งเข้ามาไม่ถึง 1 ใน 3 ของจำนวนที่นั่งทั้งหมดในสภาฯ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องลากยาวไปอีกนานกว่าที่พรรคก๊กมินตั๋งจะหาบทสรุปที่ยอมรับร่วมกันทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคฯ และคนรุ่นใหม่ในพรรคฯ หรือบางทีอาจเกิดแตกหักกันก็เป็นไปได้ จนอาจกทำให้ไต้หวันกลายเป็นการผูกขาดอำนาจโดยพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว คือพรรค DPP ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องดีก็ได้นะครับ เพราะการไม่มีใครการคานอำนาจเลย ก็อาจทำให้กลายเป็นปัญหาหมักหมมขึ้นเรื่อย ๆ และเกิดปัญหาการผูกขาดอำนาจ

กลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคก๊กมินตั๋งร่วมกันออกแถลงการณ์ว่า พรรคก๊กมินตั๋งไม่เคยที่จะทิ้ง "ฉันทามติ 1992" แต่ต้องการตีความหมายและหาคำจำกัดความใหม่ 

 ๓. กรุงไทเปเปิดสำนักงานเฉพาะกิจฮ่องกง มาเก๊า เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวฮ่องกงและมาเก๊า 

            นายเคอเหวินเจ๋อ ผู้ว่าการกรุงไทเป ย้ำเกี่ยวกับการสั่งการให้เทศบาลกรุงไทเป จัดตั้งสำนักงานเฉพาะกิจกิจการฮ่องกง/มาเก๊า เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวฮ่องกง/มาเก๊า ในทุกมิติ ทั้งด้านการศึกษา การหางาน และการลงทุน โดยได้แต่งตั้งให้นายไช่ปิ่งคุน รองผู้ว่าการฯ เป็นประธานในการเตรียมการจัดตั้ง

นายเคอเหวินเจ๋อ (กลาง) ผู้ว่าการกรุงไทเป 

 

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง