ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563

  • 24 July, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
อันตราย! สาวอินโดฯ ผิดกฎหมายท้อง 6 เดือน ตรวจพบติดเอดส์ หน่วยงานสาธารณสุขตามหาเพื่อนชายคู่นอนอย่างน้อย 4 คน

1. จับแรงงานเวียดนามขาใหญ่ยาไอซ์ ขับ BMW หาลูกค้า ใช้ร้านอาหารเป็นแหล่งปล่อยยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ

        กระทรวงยุติธรรมไต้หวันเปิดเผยสถิติพบว่า ปี 2562 ที่ผ่านมา ตำรวจไต้หวันจับยาเสพติดได้ถึง 9,476 กก. มากสุดในรอบ 10 ปี และเวียดนามกลายเป็นแหล่งที่มาของยาเสพติดในไต้หวันใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะแอมเฟตามีนและเคตามีนที่ลักลอบลำเลียงมาจากเวียดนาม เมื่อปี 2557 จับได้เพียง 5 กก. แต่ปี 2562 ที่ผ่านมาจับได้ถึง 2,335 กก. ช่วงระยะเวลา 6 ปี ปริมาณยาเสพติดจากเวียดนามที่ลักลอบลำเลียงมายังไต้หวันและถูกจับได้พุ่งขึ้น 467 เท่า

ช่วงระยะเวลา 6 ปี ปริมาณยาเสพติดจากเวียดนามที่ลักลอบลำเลียงมายังไต้หวันและถูกจับได้พุ่งขึ้น 467 เท่า ปี 2562 จับได้ถึง 2,335 กก.

        ความรุนแรงของปัญหายาเสพติดจากเวียดนาม สามารถดูได้จากคดีค้ายาเสพติดที่ตำรวจจับกุมได้ ซึ่งโดยมากเป็นแรงงานเวียดนามที่หลบหนีนายจ้างและตั้งแก๊งมาเฟีย ร่วมกับขบวนการค้ายาเสพติดของไต้หวันขายยาเสพติดให้กับเพื่อนร่วมชาติ โดยใช้ร้านอาหารเวียดนามที่มีแรงงานชาติเดียวกันไปใช้บริการเป็นจุดศูนย์กลาง อย่างเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของไต้หวันเข้าจับกุมนายเหงียน อายุ 29 ปี แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่เป็นหัวโจกแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าเป็นแรงงานเวียดนามในนครเถาหยวน ขายยาเสพติดผ่านโรงแรมและร้านอาหารย่านตลาดหนานเหมินในเถาหยวนที่มีคนงานเวียดนามไปใช้บริการจำนวนมาก นายเหงียน ใช้ชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้อโดยมีรายได้จากการขายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ ไปไหนมาไหนจะขับรถ BMW ในกระเป๋าพกเงินสดเป็นแสนตลอดเวลา และมักจะโอ้อวดความร่ำรวย โพสต์ข้อความและภาพถ่ายกับแฟนสาวในเฟซบุ๊ก ตำรวจได้รับแจ้งข้อมูลก่อนหน้านี้ และมีการติดตามตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน ในที่สุดเข้าจับกุมตัวมาดำเนินคดี

นายเหงียนมักจะโอ้อวดความร่ำรวย โพสต์ข้อความและภาพถ่ายกับแฟนสาวในเฟซบุ๊กเป็นประจำ 

        สื่อสิ่งพิมพ์ในไต้หวันรายงานว่า นายเหงียน อดีตเคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตั้งแต่ปี 2557 และได้เดินทางกลับประเทศหลังทำงานครบสัญญา 3 ปี เมื่อปี 2561 ช่วงระหว่างที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน 3 ปี ได้รู้จักแก๊งค้ายาเสพติดในไต้หวัน และเห็นว่า การขายยาเสพติดให้กลุ่มแรงงานเวียดนาม น่าจะเป็นช่องทางทำมาหากินที่ง่ายและทำกำไรมหาศาล หลังจากเดินทางกลับประเทศแล้ว ได้ดิ้นรนลักลอบเข้าสู่ไต้หวันโดยทางเรืออีกครั้งเมื่อเดือนตุลาคม 2562 แรกๆ ทำงานอยู่ที่โรงงาน แต่ไม่พอใจกับรายได้ จึงหาทางทำมาหากินโดยทางลัด เขาพบว่า แรงงานเวียดนามจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ นิยมเสพแอมเฟตามีนและยาไอซ์ จึงติดต่อกับแก๊งค้ายาเสพติด รับแอเฟตามีนและยาไอซ์มาขายให้เพื่อนร่วมชาติ ผ่านทางร้านอาหารเวียดนามที่มีแฟนสาวชาติเดียวกันทำงานอยู่ ขยับขยายไปยังร้านต่างๆ ทั่วตลาดหนานเหมินในนครเถาหยวน นายเหงียนอาศัยยาเสพติดทำลายสุขภาพของเพื่อนร่วมชาติ สร้างความร่ำรวยให้กับตัวเองอย่างรวดเร็ว กำไรจากการขายยาเสพติดในวันเดียว มากกว่าเงินค่าจ้างที่ทำงานในโรงงานตลอดทั้งเดือน

นายเหงียนรับแอเฟตามีนและยาไอซ์มาขายให้เพื่อนร่วมชาติ ผ่านร้านอาหารเวียดนาม แถวตลาดหนานเหมินในนครเถาหยวน

        ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือน นายเหงียนกลายมาเป็นหนุ่มหล่อที่ร่ำรวย ไปไหนมาไหนพกเงินสดเป็นแสนตลอด และมักจะขับ BMW ซึ่งสันนิษฐานว่าแก๊งนอกกฎหมายในไต้หวันเป็นผู้ขายให้ในราคาถูกๆ เพียง 300,000 เหรียญ เพื่อความสะดวกในการติดต่อกับลูกค้า ขับไปวนแถวๆ นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในเถาหยวน ที่มีแรงงานเวียดนามทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อมีลูกค้าที่เป็นแรงงานชาติเดียวกันจะเรียกขึ้นรถ ซื้อขายยาเสพติดกันในรถ สามารถหลบเลี่ยงสายตาของตำรวจได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม นายเหงียนหารู้ไม่ว่า ตนได้ตกเป็นเป้าหมายการติดตามของตำรวจเสียแล้ว จนกระทั่งเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายเหงียนพร้อมพวกขับ BMW ไปหาลูกค้าไกลถึงที่ท่าเรือประมงตั้นสุ่ย ขณะที่กำลังยื่นสินค้าให้ลูกค้า ถูกตำรวจที่ขับรถตามไปจับกุมได้ พร้อมลูกสมุนและแรงงานเวียดนามที่เป็นลูกค้า รวม 5 คน เป็นหญิง 2 ชาย 5 และยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 1 ซอง น้ำหนักประมาณ 5 กรัม แต่นายเหงียนไม่ยอมปริปากให้การ ตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่า นายเหงียนพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดในไต้หวันและเวียดนาม จึงควบคุมตัวแรงงานเวียดนามกลุ่มนี้ไว้ดำเนินคดีข้อหาค้ายาเสพติด ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบเพื่อขยายผลต่อไป

นายเหงียนขับ BMW ไปหาลูกค้าไกลถึงท่าเรือประมงตั้นสุ่ย ขณะที่กำลังยื่นสินค้าให้ลูกค้า ถูกตำรวจจับกุม พร้อมลูกสมุนและแรงงานเวียดนามที่เป็นลูกค้า

        ปัญหายาเสพติดระบาดในกลุ่มแรงงานต่างชาติค่อนข้างรุนแรง โดยเริ่มจากแรงงานไทยก่อน อย่างไรก็ตาม แรงงานไทยที่ค้ายาเสพติดเป็นเพียงรายบุคคล ไม่ได้ทำกันเป็นแก๊งหรือเป็นขบวนการและมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มมาเฟียของไต้หวันอย่างเช่นแรงงานเวียดนาม ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงกว่าแรงงานไทยมาก

ตำรวจยึด BMW ซึ่งสันนิษฐานว่าแก๊งนอกกฎหมายในไต้หวันเป็นผู้ขายให้ในราคาถูกๆ เพียง 300,000 เหรียญ เพื่อความสะดวกในการติดต่อกับลูกค้า

2. ตำรวจไต้หวันเตือนแรงงานต่างชาติ อย่าข้องแวะยาเสพติด มิเช่นนั้น ติดคุกลูกเดียว

      กรณีที่กระทรวงยุติธรรมไต้หวันเปิดเผยสถิติพบว่า ปี 2562 ที่ผ่านมา ตำรวจไต้หวันจับยาเสพติดประเภทต่างๆ ได้ถึง 9,476 กก. มากสุดในรอบ 10 ปี และเวียดนามกำลังกลายเป็นแหล่งที่มาของยาเสพติดในไต้หวันใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะแอมเฟตามีนและเคตามีนที่ลักลอบลำเลียงมาจากเวียดนาม จับได้ถึง 2,335 กก. เทียบกับเมื่อปี 2557 ที่จับได้เพียง 5 กก. ช่วงระยะเวลา 6 ปี ปริมาณยาเสพติดที่ลำเลียงจากเวียดนามและถูกจับได้พุ่งขึ้น 467 เท่านั้น

ตำรวจตรวจเข้มแหล่งยาเสพติดขนาดใหญ่ ตามสถานบันเทิงที่เปิดให้บริการแรงงานต่างชาติ

      ก่อนหน้านี้ สำนักงานอัยการชั้นสูงของไต้หวันเคยเผยแพร่รายงานวิเคราะห์ปัญหายาเสพติดปรากฎว่า ชาวต่างชาติในไต้หวันที่พัวพันกับคดียาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในจำนวนนี้ คนไทยพัวพันคดียาเสพติดมากที่สุด โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีคนไทยในไต้หวันถูกจับคดียาเสพติดมากถึง 1,705 คน ครองแชมป์ชาวต่างชาติในไต้หวัน ตามด้วยเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และจีนแผ่นดินใหญ่

นายหลิน ชาวไต้หวันและพวกถูกจับ ข้อหาป้อนยาเสพติดให้แรงงานเวียดนามนำไปขาย

      รายงานของสำนักงานอัยการชั้นสูงของไต้หวันระบุว่า ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2562 นี้ ชาวต่างชาติในไต้หวันถูกจับดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด 5,875 คน ในจำนวนนี้ คนไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทยมีจำนวนมากที่สุด 1,705 คน ครองสัดส่วน 29% อันดับ 2 ได้แก่เวียดนาม 1,501 คน ครองสัดส่วน 25.5% อันดับ 3 อินโดนีเซีย 634 คน ครองสัดส่วน 10.8% อันดับ 4 ฟิลิปปินส์ 221 คน และตามด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ 213 คน สหรัฐอเมริกา 184 คน

จับแรงงานอินโดนีเซียเสพยาไอซ์

      ด้านสถานการณ์การเสพยาเสพติดให้โทษของชาวต่างชาติก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น จากตัวเลขเมื่อปี 2556 ที่ถูกจับเข้ารับการบำบัดจำนวน 288 คน พุ่งขึ้นเป็น 821 คนเมื่อปีที่แล้ว คาดว่าปีนี้จะสูงถึง 1,010 คน ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทแอมเฟตามีน แสดงว่า ชาวต่างชาติที่พัวพันกับคดียาเสพติดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และที่น่าเป็นห่วงคือ แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายยังมีสัดส่วนสูง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมองข้ามความสำคัญของปัญหายาเสพติดในกลุ่มแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายไปไม่ได้

เตือนแรงงานต่างชาติ อย่าข้องแวะยาเสพติด มิเช่นนั้น ติดคุกลูกเดียว

      นายอู๋ซือฮั่น หัวหน้าฝ่ายสอบสวน กรมสอบสวนคดีอาญา กระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่เสพยาเสพติดเพราะได้รับการชักชวนจากเพื่อนชาติเดียวกัน เมื่อติดแล้วมีจำนวนมากที่กลายเป็นเอเยนต์ขายยาเสพติดให้เพื่อร่วมชาติในโรงงานเดียวกันและโรงงานใกล้เคียงต่อไป ทำให้มีการแทรกซึมและขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามขอเตือนว่า ตำรวจไต้หวันจะไม่ยอมให้มียาเสพติด และจะดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามอย่างเด็ดขาด เมื่อจับผู้เสพได้แล้ว จะมีการตรวจสอบขยายผลเป็นลำดับชั้นสูงขึ้นไป เพื่อจับผู้ขายทั้งรายเล็กรายใหญ่มาดำเนินคดีให้ได้ จึงเตือนแรงงานต่างชาติอย่าเป็นคนอยากรู้อยากลอง มิเช่นนั้น จะหมดอนาคต

นายอู๋ซือฮั่น หัวหน้าฝ่ายสอบสวน กรมสอบสวนคดีอาญา

3. จับได้แล้ว สาวอินโดหนีผิดกฎหมายท้อง 6 เดือน ตรวจพบติดเอดส์ หน่วยงานสาธารณสุขตามหาเพื่อนชายคู่นอนอย่างน้อย 4 คน

        อานี ผู้อนุบาลอินโดนีเซียอายุ 34 ปี เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทำงานได้ไม่นานก็หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เนื่องจากหน้าตาดี ระหว่างนี้ มีเพื่อนชายคู่นอนทั้งอินโดนเซียและชาติอื่นๆ หลายคน  ตั้งท้องได้ 6 เดือน ไปขอทำแท้งที่คลินิก แพทย์ปฏิเสธเพราะเห็นว่าเด็กทารกโตเกินกว่าจะทำแท้งได้ แต่แพทย์ตรวจเลือดพบติดเชื้อ HIV สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ได้ที่บ้านเช่าเพื่อนในนครเถาหยวน จากการส่งตรวจเลือดซ้ำ ยืนยันว่าติดเชื้อ HIV  จริง และพบว่าระหว่างที่หลบหนีนายจ้าง เคยมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนชายมากกว่า 4 คน หน่วยงานด้านสาธารณสุขกำลังตามตัวบรรดาเพื่อนชายคู่นอนทั้งหลายมาตรวจเลือดด่วน

อานี ผู้อนุบาลอินโดนีเซียอายุ 34 ปี

        โฆษกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครเถาหยวนแถลงว่า แรงงานหญิงอินโดนีเซียรายนี้ชื่ออานี (นามสมมุติ) เดินทางมาทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลดูแลผู้สูงอายุที่เมืองเหมียวลี่ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2562 แต่เมื่อเดือนธันวาคมได้หลบหนีออกจากบ้านนายจ้างไป กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย โดยหนีไปอยู่กินกับเพื่อนชายชาติเดียวกันที่เมืองหยุนหลิน ระหว่างนี้ ได้คบกับเพื่อนชายอีกหลายคน มีทั้งที่ชาติเดียวกันและชาติอื่น จนกระทั่งเดือนมิถุนายนปีนี้ พบว่าตั้งครรภ์ จึงปรึกษากับเพื่อนชายที่อยู่กินด้วยกัน ตกลงทำแท้ง โดยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ได้เดินทางไปพบแพทย์ที่คลินิกในเมืองหยุนหลินขอทำแท้ง โดยไม่มีเอกสารสำคัญใดๆ เพื่อนชายบอกแต่เพียงชื่อ สถานที่ทำงานและเบอร์โทร แพทย์ตรวจอุลตร้าซาวด์แล้วพบว่า เด็กทารกในครรภ์อายุได้ 6 เดือนแล้ว แนะนำว่ามีความเสี่ยงสูงไม่ควรทำ ขณะเดียวกันได้เจาะเลือดตรวจ HIV เมื่อผลการตรวจเลือดออกมาพบว่า ติดเชื้อ HIV คลินิกได้รายงานให้กองอนามัยเมืองหยุนหลินทราบ เจ้าหน้าที่กองอนามัยพยายามติดต่อตามข้อมูลที่ให้ไว้ พบว่า ทั้งชื่อ เบอร์โทรเป็นของแรงงานอินโดนีเซียรายอื่น ไม่ใช่เป็นของนางสาวอานี

ตำรวจเถาหยวน จับกุมนางสาวอานีได้ ขณะกบดานอยู่ในบ้านเช่าของเพื่อนที่เขตผิงเจิ้น นครเถาหยวน

        กองอนามัยหยุนหลิน จึงประสานกับสถานีตำรวจและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่เดินทางไปที่คลินิกเพื่อตรวจดูกล้องวงจรปิด ขณะเดียวกันได้ขอให้ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นจิตอาสากองอนามัย ส่งข้อความสั้นเข้ามือถือที่เพื่อนชายสาวอินโดรายนี้เคยให้ไว้และคนที่รู้จักว่า ทางกองอนามัยได้จัดหาบ้านพักฉุกเฉินไว้สำหรับคลอดลูก และจะช่วยดูแลการคลอดด้วย ขอให้ออกมารับการดูแล แต่ก็หายเงียบ ไม่มีเสียงสะท้อน ด้านตำรวจยังตรวจพบว่า เมื่อปี 2562 นางสาวอานี เคยถูกเพื่อนร่วมชาติแจ้งความ ข้อหาหลอกเอาเงินจำนวน 80,000 เหรียญไต้หวัน อ้างจะช่วยหางานแต่ไม่ได้เป็นไปตามที่รับปาก จึงออกหมายจับข้อหาฉ้อโกงและแบบอ้างข้อมูลของผู้อื่น

ตำรวจเถาหยวน จับกุมนางสาวอานีได้ ส่งสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นเหมียวลี่ดำเนินคดี 

        จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตำรวจนครเถาหยวน ตรวจพบและจับกุมนางสาวอานีได้ ขณะกบดานอยู่ในบ้านเช่าของเพื่อนชาวอินโดนีเซียด้วยกันที่เขตผิงเจิ้น นครเถาหยวน จึงส่งกองอนามัยเจาะเลือดตรวจสอบซ้ำ ยืนยันว่าติดเชื้อ HIV จริง ด้านนางสาวอานีอ้างว่า ตนไม่ทราบมาก่อนว่าติดเอดส์ เพิ่งมาทราบผลตรวจจากข้อความสั้น และที่หลบหนีไม่ยอมออกมามอบตัว เพราะกลัวและไม่รู้จะอนาคตจะเป็นเช่นไร หลังสอบปากคำเสร็จ ตำรวจควบคุมตัวนางสาวอานี ส่งให้อัยการศาลท้องถิ่นเมืองเหมียวลี่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

        จากการเปิดเผยทราบว่า นางสาวอานีให้ปากคำว่า มีเพื่อนชายคู่นอนมากกว่า 4 คน ตำรวจกำลังตามหาบรรดาเพื่อนชายทั้งหลาย เรียกร้องให้รีบไปตรวจเลือดด่วน ข่าวนี้สร้างความผวาให้กับวงการแรงงานต่างชาติไม่น้อย โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติเพศชายที่เคยมีความสัมพันธ์กับนางสาวอานีมาแล้ว ไม่ทราบว่าจะมีแรงงานชายไทยด้วยหรือไม่?

ตำรวจเถาหยวน จับกุมนางสาวอานีได้ ส่งสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นเหมียวลี่ดำเนินคดี

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง