ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2563

  • 31 July, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
อาเต๋อ แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายกลายเป็นเชฟหอยทอดอร่อยขายดีวันละกว่า 400 ชุด ถูกจับแล้ว

1. ยกนิ้วให้ ไต้หวันป้องกันค้ามนุษย์เยี่ยม สหรัฐจัดให้อยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 11

      ความพยายามในการการต่อต้านการค้ามนุษย์ของไต้หวัน ได้รับการยอมรับและยกย่องอีกครั้ง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาแถลงรายงานเรื่องสถานการณ์การค้ามนุษย์ทั่วโลกประจำปี 2563 ยกย่องไต้หวันว่า เป็นประเทศที่เอาจริงและมีมาตรการป้องกันการค้ามนุษย์ได้อย่างมีผล จัดให้อยู่ในระดับที่ดีที่สุด ได้แก่บัญชีกลุ่มที่ 1 หรือ Tier 1 ซึ่งหมายถึงเป็นประเทศที่ดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา ในการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายการต่อต้านการค้ามนุษย์ติดต่อกันเป็นปีที่ 11 แล้ว

ไต้หวันได้รับการยอมรับจากสหรัฐว่า ป้องกันและบังคับใช้กฎหมายการต่อต้านการค้ามนุษย์ยอดเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 11 แล้ว

      กระทรวงมหาดไทยของไต้หวันกล่าวว่า ไต้หวันได้บูรณาการการประสานงานข้ามกระทรวงเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ภายใต้การกำกับดูแลของสภาบริหารตั้งแต่ปี 2007 โดยผนึกกำลังภาครัฐ ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น เอกชน ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ จัดการประชุมประสานงานเป็นประจำเพื่อทบทวนมาตรการและสถานการณ์ เป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงและมีประสิทธิภาพสำหรับการต่อต้านการค้ามนุษย์ของไต้หวัน โดยในปี 2562 พนักงานอัยการในไต้หวันได้ดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหาฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ไปแล้ว 193 คน ถูกตัดสินลงโทษจำคุกแล้ว 50 คน เป็นการแสดงว่า ไต้หวันเอาจริงกับมาตรการป้องปรามการค้ามนุษย์ จึงได้รับการชื่นชมจากสหรัฐอเมริกาจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ได้ผลดีที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 11 แล้ว

ไต้หวันได้รับการยอมรับจากสหรัฐว่า ป้องกันและบังคับใช้กฎหมายการต่อต้านการค้ามนุษย์ยอดเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 11 แล้ว

      ด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าวว่า การที่ไต้หวันได้รับสถานะให้อยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 11 นั้น สิ่งสำคัญ มาจากไต้หวันดำเนินมาตรการป้องกัน 4P ได้แก่ Prosecution การดำเนินคดี  Protection การคุ้มครอง Prevention การป้องกันและ Partnership การเพิ่มความร่วมมือและแลกเปลี่ยนกับประเทศต่างๆ

      อย่างไรก็ตาม ในรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2563 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาฉบับนี้ ได้แนะนำให้ไต้หวัน เพิ่มการบริหารจัดการเรือประมง โดยเฉพาะเรือประมงมหาสมุทร เพื่อคุ้มครองลูกเรือประมงต่างชาติที่ทำงานอยู่บนเรือประมงและอาจถูกขูดรีดกดขี่ ทบทวนแก้ไขนโยบายหรือบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดภาระด้านค่าใช้จ่ายและค่าบริการของแรงงานต่างชาติ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้

รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ 2563 ของสหรัฐอเมริกา แนะไต้หวัน เพิ่มการบริหารจัดการเรือประมง โดยเฉพาะเรือประมงมหาสมุทร เพื่อคุ้มครองลูกเรือประมงต่างชาติที่ะอาจถูกขูดรีดกดขี่

2. แรงงานไทยประสบอุบัติเหตุ นายจ้างอ้างป่วยเองปฏิเสธให้ความช่วยเหลือ สนร. ไทย ไทเป ช่วยทายาทเรียกร้องค่าเสียหายกระทรวงแรงงานไต้หวันตัดโควตาจ้างแรงงานต่างชาติ 1 ใน 3

      กรณีที่แรงงานไทยประสบอุบัติเหตุในเวลาทำงาน นายจ้างอ้างป่วยเองปฏิเสธชดใช้ค่าเสียหาย รวมถึงอาการบาดเจ็บเรื้อรังไม่ดีขึ้น ทำให้สิ้นหวัง และไม่อยากเป็นภาระครอบครัวต่อไป กระโดดจากหอพักชั้น 4 ในห้องพักของหน่วยงาน NGO เสียชีวิตและกลายเป็นข่าวใหญ่ตามสื่อต่างๆ นั้น

      แรงงานไทยที่โชคร้ายรายนี้ คือนายประยวน จำปามี อายุ 54 ปี เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อ 12 ปีที่แล้ว โดยทำงานกับนายจ้าง บ. Sanyeong Iron Work ที่เขตหลงถาน นครเถาหยวนโรงงานเดียวมาโดยตลอด แต่ก่อนจะครบสัญญา 12 ปี คือเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2562 ก่อนเข้างานในช่วงเช้ามีอาการปวดท้อง นายจ้างได้พาไปรักษาที่โรงพยาบาล พบในช่องท้องมีเลือดไหล นายประยวนบอกกับแพทย์ว่า อาการปวดมาจากอุบัติเหตุถูกชิ้นงานเหล็กชนที่ท้องก่อนหน้านี้ 1 วัน แต่ตนเห็นว่าไม่รุนแรงจึงไม่ได้แจ้งให้นายจ้างทราบ นับจากวันนั้นเป็นต้นมาอาการของนายประยวนฯ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเดือนเมษายน 2563 นายประยวนฯ ออกจากโรงพยาบาล ไปพักฟื้นที่หอพักขององค์กร NGO และเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา นายประยวนฯ ได้กระโดดตึกจากชั้น 4 ห้องพักของ NGO จบชีวิตตัวเอง

กลุ่ม NGO ประท้วงนายจ้างที่ไม่ดูแล ทำให้นายประยวน จำปามี แรงงานไทยซึ่งประสบอุบัติเหตุและสิ้นหวัง ไม่อยากเป็นภาระครอบครัวต่อไป จบชีวิตของตัวเองด้วยการกระโดดจากหอพักชั้น 4 ของหน่วยงาน NGO

      เกี่ยวกับเรื่องนี้ สำนักงานแรงงานไทย ไทเป กล่าวว่า ได้เข้าไปดูแลและให้ความช่วยเหลือหลังจากที่ได้รับแจ้ง โดยประสานกับกองแรงงาน นครเถาหยวน เรียกนายจ้างและทายาทของนายประยวนไปไกล่เกลี่ยที่กองแรงงานเถาหยวน นอกจากนี้ได้กองแรงงานยังได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยในโรงงาน โดยลงโทษนายจ้างฐานไม่รายงานแรงงานประสบอุบัติเหตุภายในเวลากำหนด ขณะเดียวจะเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติด้วย และเมื่อวันที่ 27 เมษายนปีนี้ ได้นำเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศจำนวน 30,000 บาท ไปมอบให้นายประยวน

สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ช่วยเจรจากับนายจ้าง เรียกร้องสิทธิประโยชน์ให้แก่ทายาทของนายประยวนฯ

      เพื่อให้ทายาทนายประยวนได้รับเงินชดเชยอย่างเป็นธรรม สำนักงานแรงงานไทย ไทเป จับมือกับหน่วยงาน NGO  ฟ้องร้องนายจ้างรายนี้ ขณะเดียวกันได้ประสานกับกองแรงงานเถาหยวน ร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงาน และกระทรวงแรงงานได้มีคำสั่งตัดโควตาการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 ใน 3 ของโควตาที่ได้รับ

      นายณัฐพงษ์ บุตรชายของนายประยวนกล่าวขอบคุณสำนักงานแรงงานไทย ไทเปและหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือตน ตลอดจนพี่ๆ แรงงานไทยทุกคนที่แสดงความห่วงใย

สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ช่วยเจรจากับนายจ้าง เรียกร้องสิทธิประโยชน์ให้แก่ทายาทของนายประยวนฯ

3. จับแรงงานไทยมีปืนไว้ในครอบครองและปลูกกัญชาในบ้านเช่า อ้างใช้ปรุงอาหารไม่รู้เป็นยาเสพติด

        สถานีตำรวจเถาหยวนได้รับแจ้งข้อมูลว่า มีหนุ่มสาวแรงงานไทยคู่หนึ่งปลูกกัญชาไว้ในบ้านเช่าที่ซินอู ตำรวจจึงตั้งหน่วยเฉพาะกิจ ร่วมกับสถานีตำรวจท้องที่เขตหยางเหมย ปฏิบัติตรวจสอบและเข้าจับกุม พบต้นกัญชาที่ปลูกไว้ 2 ต้น ต้นกล้าอีก 72 ต้น ใบกัญชาแห้ง 2 ห่อใหญ่ และยังตรวจพบปืนล่าสัตว์และปืนยิงปลาอย่างละ 1 กระบอก หนุ่มสาวแรงงานไทยคู่นี้อ้างเป็นของเพื่อนและไม่รู้เป็นยาเสพติด เห็นเป็นพืชไทยปลูกไว้ปรุงอาหารเท่านั้น

แรงงานไทยปลูกต้นกัญชาในบ้านเช่า อ้างใช้ปรุงอาหารไม่รู้เป็นยาเสพติด

        ก่อนหน้านี้ มีชาวไต้หวันรายหนึ่งจูงน้องหมาเดินเล่นในเขตพื้นที่ซินอูในนครเถาหยวน พบบ้านเช่าหลังหนึ่งปลูกกัญชาซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 2 โดยบังเอิญ จึงแจ้งความต่อสถานีตำรวจเถาหยวน หลังรับแจ้งแล้ว ตำรวจได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการสอดส่องและตรวจสอบ บ้านพักหลังดังกล่าว พบมีการปลูกกัญชาจริง ผู้เช่าบ้านเป็นแรงงานไทยหญิงชายคู่หนึ่ง มักจะเปิดประตูออกมาทิ้งขยะในเวลาประมาณ 18.00 น. เป็นประจำ เมื่อได้หลักฐานแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่แรงงานไทยเปิดประตูออกมาเพื่อทิ้งขยะตามปกติ ตำรวจได้บุกเข้าไปในบ้านจับกุมแรงงานไทยชายหญิงคู่นี้ พบเป็นแรงงานถูกกฎหมาย เช่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นที่พำนักอาศัย ภายในบ้านตรวจพบต้นกัญชาที่โตเต็มวัย 2 ต้น ต้นกล้า 72 ต้น ใบกัญชาแห้ง 2 ห่อใหญ่ และยังพบปืนล่าสัตว์และปืนยิงปลาที่มีอนุภาพสูงอย่างละหนึ่งกระบอก

แรงงานไทยมีปืนไว้ในครอบครองและปลูกกัญชาในบ้านเช่าถูกจับ

        แรงงานไทยทั้งสองปฏิเสธว่า อ้างว่าปืนทั้งสองกระบอกเป็นของเพื่อนไม่ใช่ของตน แต่ทั้งสองไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของเพื่อนคนไหน ขณะเดียวกันยังพูดขัดแย้งกันเองด้วย ส่วนต้นกัญชาที่ตรวจพบ แรงงานไทยทั้งสองรายอ้างว่า ไม่รู้เป็นกัญชา รู้แต่ว่าเป็นพืชไทย ปลูกไว้สำหรับเป็นเครื่องปรุงทำอาหาร

ตรวจพบต้นกัญชาที่โตเต็มวัย 2 ต้น ต้นกล้า 72 ต้น ใบกัญชาแห้ง 2 ห่อใหญ่

        ตำรวจกล่าวว่า รู้ว่าแรงงานไทยทั้งสองให้การเท็จ แม้ต้นกัญชาที่ตรวจในครั้งนี้จะมีปริมาณไม่มาก และปลูกไว้นอกอาคาร ไม่เหมือนบางคดีที่ปลูกในห้องควบคุมอุณหภูมิ มีการใส่ปุ๋ยและส่องไฟ LED เพื่อเร่งการเจริญเติบโตอย่างมืออาชีพ สันนิษฐานว่าปลูกขายกันเองในกลุ่มเพื่อนฝูง แต่การผลิต มียาเสพติด และอาวุธปืนไว้ในครอบครองเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัวแรงงานไทยหญิงชายทั้งสองส่งอัยการดำเนินคดี ข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง และฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาวุธปืน กระสุนปืน วัตถุระเบิดของไต้หวัน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี

ตรวจพบต้นกัญชาที่โตเต็มวัย 2 ต้น ต้นกล้า 72 ต้น ใบกัญชาแห้ง 2 ห่อใหญ่

        ไต้หวันจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทสอง การลักลอบปลูก มีไว้เพื่อเสพและจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุก 7 ปีขึ้นไป จนถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับไม่เกิน 7 ล้านเหรียญไต้หวัน ขณะเดียวกัน กัญชาเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์หลายอย่างต่อระบบประสาทส่วนกลาง คือ ทั้งกระตุ้นประสาท กดและหลอนประสาท ทำให้ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจเปลี่ยนแปลงไป ผู้เสพตื่นเต้น ช่างพูด หัวเราะตลอดเวลา นอกจากนี้ยังจะมีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อน ๆ เซื่องซึม และง่วงนอน หากเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ จะหลอนประสาททำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ความคิดสับสน ควบคุมตนเองไม่ได้ ร่างกายเสื่อมโทรม จนไม่สามารถประกอบกิจการงานใดๆ ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงาน ความคิด และการตัดสินใจ รวมทั้งจะมีลักษณะ หมดแรงจูงใจของชีวิต จะไม่คิดทำอะไรเลย อยากอยู่เฉยๆ ไปวันๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และการทำงานเป็นอย่างมาก จึงเตือนแรงงานไทยอย่าริลองเป็นอันขาด

จับแรงงานไทยมีปืนไว้ในครอบครองและปลูกกัญชาในบ้านเช่า อ้างใช้ปรุงอาหารไม่รู้เป็นยาเสพติด

4. ดังเกินไปเลยถูกจับ! คนงานเวียดนามผิดกฎหมายกลายเป็นเชฟหอยทอดอร่อยขายดีวันละกว่า 400 ชุดถูกจับ ลูกค้าบ่นเสียดายอดกินหอยทอดอร่อยอีกต่อไป

      แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายในเกาสง เห็นร้านขายหอยทอดมีวิธีและขั้นตอนการทำคล้ายกับขนมเบื้องญวน จึงสมัครงานและรับอาสาเป็นพ่อครัว ปรากฎว่าทำได้อร่อยมากจนเถ้าแก่ชมไม่หยุด ลูกค้ามีการบอกกันปากต่อปาก แต่ละวันต่อแถวยาวเพื่อรอซื้อกันไม่ต่ำกว่า 400 ฃุด เมื่อดังก็มีเพื่อนไปแจ้งความ ถูกจับฐานเป็นแรงงานผิดกฎหมายและทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกค้าทั้งหลายบ่นเสียดายต่อไปอดทานของอร่อยอีกต่อไป

อาเต๋อ แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายกลายเป็นเชฟหอยทอดอร่อยขายดีวันละกว่า 400 ชุดถูกจับ

      แรงงานเวียดนามฝีมือดีรายนี้ มีชื่อเล่นภาษาจีนว่าอาเต๋อ ก่อนเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน เคยเป็นพ่อครัวทำอาหารมาก่อน หลังเดินทางมาทำงานที่นครเกาสงได้ไม่นาน หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย วันหนึ่งเดินผ่านร้านขายหอยทอดไต้หวันหรือที่เรียกว่า เอ๋ออาเจียน ในเขตจื่อกวนในนครเกาสง เห็นมีวิธีและขั้นการทำเหมือนแบ๋งแส่ว หรือขนมเบื้องญวน จึงขอสมัครงานเป็นพ่อครัว เถ้าแก่ให้อาเต๋อทดลองทำดู ปรากฎว่าอร่อยถูกใจมาก จึงรับเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน หลังจากอาเต๋อรับหน้าที่เป็นพ่อครัว กิจการร้านอาหารของเถ้าแก่รายนี้ก็คึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากอาหารถูกปาก ยังคิดค้นสูตรน้ำราดหอยทอดพิเศษ ลูกค้าติดใจบอกกันปากต่อปาก อีกจำนวนไม่น้อยนำไปโพสต์ในสื่อโซเชียล ยิ่งทำให้กิจการมีลูกค้ามาอุดหนุนเข้าแถวรอซื้อเป็นจำนวนมาก กลายเป็นร้านดังไปเลย โดยเฉพาะเมนูหอยทอดขายได้วันละไม่ต่ำกว่า 400 ชุด โจ๊กทะเลไม่ต่ำกว่า 500 ชามต่อวัน

อาเต๋อ แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายกลายเป็นเชฟหอยทอดอร่อยขายดีวันละกว่า 400 ชุดถูกจับ

        เมื่อดังมากก็มีคนที่ทราบเบื้องหลังโทรแจ้งความ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเกาสง ปลอมตัวเป็นลูกค้าแทรกอยู่ในแถวซื้อหอยทอดที่ยาวเหยียด มีลูกค้าจำนวนมากชมตลอดว่าร้านนี้อร่อยจริงๆ ไม่ผิดหวัง บางคนบอกว่ามาทานทุกวัน ตำรวจถ่ายรูปการทำงานของนายอาเต๋อไว้เป็นหลักฐานแล้ว ก็แสดงตนว่าเป็นตำรวจและจับกุมนายอาเต๋อข้อหาเป็นแรงงานผิดกฎหมายและทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่นายจ้างก็โดนข้อหาว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อตำรวจเข้าจับกุม หอยทอดและโจ๊กทะเลต้องหยุดขายทันที ทำเอาลูกค้าที่ต่อแถวบ่นไปตามๆ กันว่า ต่อไปจะหาทานหอยทอดและโจ๊กทะเลอร่อยแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

ร้านขายหอยทอดและโจ๊กทะเลปิดตัวลงหลังอาเต๋อถูกจับ

        โฆษกตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นครเกาสงกล่าวเตือนว่า แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างหรือชาวต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกปรับเงิน 30,000 – 150,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเนรเทศออกจากไต้หวัน  ส่วนนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายหรือชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 150,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป ไม่เกิน 750,000 เหรียญ หากทำผิดซ้ำภายในเวลา 5 ปี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับเงิน 1.2 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ

หอยทอดไต้หวันหรือที่เรียกว่า เอ๋ออาเจียน เป็น 1 ในเมนูอาหารว่างยอดนิยมของชาวไต้หวัน

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง