ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

  • 07 August, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
2 แรงงานไทยในเขตซู่หลิน นครนิวไทเปเก็บหอยเชอรี่มาทำก้อยกินเกือบตาย ฝากเตือนเพื่อนแรงงานไทย อย่ากินของสุกๆ ดิบๆ

1. ช่วงโควิดระบาดตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.-26 ก.ค. ระยะเวลา 4 เดือนเศษ มีแรงงานต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไต้หวันและรับการกักตัวแล้ว 7,737 คน เวียดนามมากสุด แรงงานไทยอันดับ 3 มีจำนวน 684 คน

       กระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยสถิติจำนวนแรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ไต้หวัน ช่วงสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 หลังศูนย์บัญชาการควบคุมโรคประกาศมาตรการป้องกัน ผู้เดินทางเข้าไต้หวันรวมแรงงานต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมเป็นต้นมา จะต้องเข้ารับการกักตัวเพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 โดยหากเป็นแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต นายจ้างต้องจัดห้องพักกักตัวห้องละ 1 คน แต่หากเป็นแรงงานในภาคสวัสดิการสังคมและแรงงานต่างชาติที่เดินทางกลับไปพักร้อน ต้องรับการกักตัวในสถานกักตัวรวมของกระทรวงสาธารณสุข และให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัวทั้งหมด ช่วงระหว่างนี้สายการบินต่างๆ หยุดบิน จนถึงวันที่ 26 กรกฎาคม ช่วงระยะเวลา 4 เดือนเศษ มีแรงงานต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไต้หวันและรับการกักตัวแล้วจำนวน 7,737 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเวียดนามมากที่สุด 4,233 คน ตามมาด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 2,337 คน แรงงานไทยเดินทางเข้าไต้หวันมากเป็นอันดับ 3 มีจำนวน 684 คน ส่วนแรงงานฟิลิปปินส์เดินทางเข้าไต้หวัน 483 คน และ ณ วันที่ 26 กรกฎาคม ยังมีแรงงานต่างชาติภาคการผลิตอยู่ระหว่างกักตัวในสถานกักตัวที่นายจ้างจัดให้จำนวน 327 คน ในสถานกักตัวรวมของกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 1,141 คน

ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.-26 ก.ค. มีแรงงานต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไต้หวันและรับการกักตัวแล้ว 7,737 คน เวียดนามมากสุด 4,233 คน ตามมาด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 2,337 คน

       นายเสวียเจี้ยนจง ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานแถลงว่า แรงงานต่างชาติ สามารถเดินทางเข้ามาทำงานที่ไต้หวันได้ตามปกติ เพียงแต่ว่า ก่อนการเดินทาง นายจ้างจะต้องจัดเตรียมห้องพักสำหรับการกักตัวสังเกตอาการ 14 วัน และให้เจ้าหน้าที่กองแรงงานเข้าไปตรวจสอบว่าได้มาตรฐานหรือไม่ โดยยึดมาตรฐานเดียวกันกับโรงแรมกักตัวโควิด กล่าวคือต้องเป็นห้องพักห้องละ 1 คน มีห้องน้ำแยกต่างหาก เครื่องปรับอากาศแบบห้องต่อห้อง มีระบบควบคุมการเข้าออกประตู 24 ชั่วโมง เพื่อรับประกันว่าแรงงานต่างชาติจะปฏิบัติตามกฎระเบียบและกักตัวครบ 14 วัน

ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.-26 ก.ค. มีแรงงานต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไต้หวันและรับการกักตัวแล้ว 7,737 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย  684 คน ในภาพเป็นแรงงานไทยของโรงงานแห่งหนึ่งในเถาหยวน ขณะเข้าพักในโรงแรมกักตัว

       ผอ.สำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติผู้นี้กล่าวว่า แรงงานต่างชาติมีสิทธิ์ที่จะหยุดพักผ่อนและเดินทางออกนอกโรงงานได้ นายจ้างจะจำกัดหรือห้ามไม่ได้ แต่ควรจะกำชับและประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติทราบว่า หลีกเลี่ยงไปยังสถานที่ที่มีคนแออัด รักษาระยะห่างทางสังคม สวมใส่หน้ากากอนามัยและหมั่นล้างมือ โดยกระทรวงแรงงานได้จัดทำมาตรการป้องกันโรคแบบง่ายๆ เป็นภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติ 4 ภาษา เพื่อแจกจ่ายให้แรงงานต่างชาติรู้วิธีป้องกันโรค

ระหว่างกักตัว ห้ามออกนอกสถานที่และต้องวัดอุณหูมิร่างกาย พร้อมบันทึกวันละ 3 เวลา

2. จับได้แล้ว แรงงานเวียดนามใช้มีดจี้ปล้นเดี่ยวร้านสะดวกซื้อ 3 ร้านซ้อนในคืนเดียว ยังแทงพนักงานร้านบาดเจ็บ ถูกจับแล้วที่เมืองจีหลง

       เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ร้านสะดวกซื้อซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมงในเขตซี่จื่อและซู่หลิน นครนิวไทเป เขตซิ่นอี้ในกรุงไทเป ถูกผู้ร้ายปลอมตัวเป็นลูกค้าเข้าปล้นข้ามเขตต่อเนื่องกัน 3 ร้าน ยังใช้มีดแทงพนักงานร้านที่ขัดขืนได้รับบาดเจ็บ ปล้นเงินไปได้ประมาณ 20,000 เหรียญไต้หวัน หลังจากตำรวจตรวจสอบรูปร่างหน้าตาและแบกเป้ใบเดียวกัน ตลอดจนเส้นทางการหลบหนีจากกล้องวงจรปิดแล้ว แน่ใจว่าเป็นการกระทำของผู้ร้ายคนเดียวกัน จากปฏิบัติการตามล่าของตำรวจในหลายท้องที่ ในที่สุด 17 ชั่วโมงให้หลัง สามารถจับตัวผู้ต้องหาปล้นร้านสะดวกซื้อรายนี้ได้แล้วที่เมืองจีหลง พบเป็นแรงงานเวียดนาม อายุเพียง 21 ปี เพิ่งเดินทางมาทำงานที่เมืองจีหลงเมื่อปี 2562

ร้านสะดวกซื้อในกรุงไทเปและนครนิวไทเปถูกคนร้ายปล้น 3 ร้านซ้อนในคืนเดียว ในภาพเป็น 1 ในร้านสะดวกซื้อที่ถูกปล้น

       โฆษกตำรวจนครนิวไทเปแถลงว่า เมื่อรุ่งเช้าเวลา 00.58 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ชายคนหนึ่งเดินเข้า OK Mart ร้านสะดวกซื้อในเขตซี่จื่อ นครนิวไทเป ทำทีซื้อเครื่องดื่ม เมื่อในร้านไม่มีลูกค้ารายอื่น ได้ชักมีดปอกผลไม้ที่พกมาจี้ พนักงานร้านซึ่งเป็นชายชาวไต้หวันขัดขืนได้รับบาดเจ็บที่มือ ผู้ร้ายรายนี้กวาดเอาเงินในลิ้นชักไปได้ 9,900 เหรียญ จากนั้นเวลา 01.45 น. ได้เดินทางไปยังร้านสะดวกซื้อในเขตซิ่นอี้ กรุงไทเป ใช้วิธีเดียวกัน ทำทีซื้อเครื่องดื่ม เมื่อในร้านไม่มีลูกค้ารายอื่น ควักมีดออกมาจี้ พนักงานชายในร้านขัดขืนเช่นกัน ถูกแทงที่เอวได้รับบาดเจ็บ ผู้ร้ายกวาดเอาเงินในลิ้นชักไปได้ประมาณ 10,000 เหรียญ ยังไม่พอ เมื่อเวลา 03.47 น. เดินทางโดยรถไฟไปปล้นต่อที่ร้านสะดวกซื้อในเขตซู่หลิน นครนิวไทเป แต่พนักงานในร้านต่อสู้ทำให้ผู้ร้ายไม่ได้เงินรีบหนีออกจากร้าน โดยพนักงานร้านสะดวกซื้อได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หลังจากนั้น ผู้ร้ายรายนี้ได้นั่งรถแท็กซี่ไปยังสถานีรถไฟซู่หลิน นั่งรถไฟไปลงสถานีจีหลงและเรียกแท็กซี่กลับไปยังหอพักโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมชีตู่ในเมืองจีหลง

แรงงานเวียดนาม อายุเพียง 21 ปี ถูกจับปล้านร้านสะดวกซื้อ 3 ร้านซ้อนในคืนเดียว

       คงกลัวว่าจะถูกจับ กลับถึงหอพักได้ไม่นาน ก็ออกจากโรงงาน ตำรวจตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณสถานที่เกิดเหตุดูจากรูปร่าง และเป้สะพายหลัง ตลอดจนเส้นทางหนี ยืนยันได้ว่า ผู้ร้ายที่ปล้นร้านสะดวกซื้อซ้อน 3 ร้านในคืนเดียวเป็นผู้ร้ายรายเดียวกัน ตามไปถึงหอพักในโรงงาน พบผู้ร้ายเป็นแรงงานเวียดนามถูกกฎหมาย อายุ 21 ปี เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อปี 2562 แต่ตามหาตัวไม่เจอ จึงขอความร่วมมือจากนายจ้างและ บจง. ตรวจสอบสถานที่ที่แรงงานเวียดนามน่าจะไป ในที่สุด เมื่อหัวค่ำวันเดียวกัน ตรวจพบแรงงานเวียดนามรายนี้เปลือยกายไม่ใส่เสื้อผ้าและสวมรองเท้าแตะ เดินทอดน่องบนถนนทางไปน้ำตกไถ้อันในชีตู่ จึงเข้าไปจับกุม แรงงานเวียดนามรายนี้เห็นตำรวจตกใจวิ่งหนีสุดชีวิต แต่หนีไปได้ไม่ไกล ตำรวจสามารถจับผู้ต้องหาแรงงานเวียดนามที่รูปร่างใหญ่รายนี้ได้ ใส่กุญแจมือควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจซี่จื่อสอบปากคำต่อไป

แรงงานเวียดนาม อายุเพียง 21 ปี ถูกจับปล้านร้านสะดวกซื้อ 3 ร้านซ้อนในคืนเดียว

3. กินหอยเชอรี่เกือบตายอีกแล้ว! 2 คนงานไทยในเขตซู่หลินเก็บหอยเชอรี่มาก้อย 3 วันออกอาการปวดหัวและชาไปทั้งตัว โชคดีที่บจง.พาไปรักษาที่รพ.ไถต้าถึง 2 เดือนอาการจึงดีขึ้น ฝากเตือนแรงงานไทย อย่ากิน

       2 แรงงานไทยในโรงงานทำฉนวนเซรามิกที่เขตซู่หลิน นครนิวไทเป อาศัยช่วงหยุดพักในวันเสาร์ที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา ปั่นจักรยานประมาณครึ่งชั่วโมงไปเก็บหอยเชอรี่กว่า 50 ตัวที่ริมแม่น้ำใต้สะพานข้ามไปเขตปั่นเฉียว เพื่อนำมาทำก้อยหอยเชอรี่กิน หลังจากกินแล้วประมาณ 3 วัน เริ่มมีอาการปวดหัวและชาตามแขนขา แต่ไม่กล้าบอกนายจ้าง จนกระทั่งอาการหนักทนไม่ไหว จึงแจ้งให้นายจ้างทราบ นายจ้างสั่งล่ามบจง.พาไปรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเป็นอาการจากการกินหอยดิบ ไม่ได้บอกประวัติการกินหอย แพทย์ตรวจไม่พบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ได้แต่จ่ายยาแก้อาการปวดหัวและแขนขาชา หลังทานยาที่แพทย์ให้มาแล้วอาการยังไม่หาย แถมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ  จนกระทั่ง บจง. พาไปรักษาที่โรงพยาบาลไถต้า ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันในไทเป แพทย์เจาะเลือดและตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบมีพยาธิปอดหนูชอนไชไปตามเส้นเลือด เข้าสู่กระดูสันหลังและเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดอาการชาและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาลเป็นการด่วน เนื่องจากอาจมีอันตรายถึงขึ้นเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม อาการพยาธิไชขึ้นสมอง เป็นโรคที่พบน้อยมากในคนไต้หวัน แพทย์ไม่มีประสบการณ์และไม่มียาที่ใช้ในการรักษาโดยเฉพาะ จึงต้องใช้ยาพิเศษ นอกเหนือจากบัญชียาของกองทุนประกันสุขภาพ

2 แรงงานไทยในเขตซู่หลิน นครนิวไทเปเก็บหอยเชอรี่กว่า 50 ตัวมาทำก้อยกิน ออกอาการปวดหัวและชาไปทั้งตัว โชคดีที่รักษาทัน ฝากเตือนเพื่อนแรงงานไทย อย่ากินของสุกๆ ดิบๆ

       หลังรักษาอยู่เป็นเดือน 1 ในจำนวนนี้อาการดีขึ้นเกือบจะเป็นปกติ สามารถทำงานต่อไปได้ แต่อีกหนึ่งคน คือนายคมสันต์ จากจังหวัดอุดรธานี แม้อาการดีขึ้นแต่ยังต้องทานยาเป็นประจำ จึงตัดสินใจยกเลิกสัญญาขอนายจ้างกลับประเทศไทยก่อนกำหนด เพื่อไปรักษาต่อที่ประเทศไทย โดยเชื่อว่าที่ไทยน่าจะรักษาง่ายกว่า เพราะโรคนี้เป็นโรคที่พบเห็นได้โดยทั่วไปในประเทศไทย

เปลือกของหอยเชอรี่ที่เก็บมากินดิบๆ

       ก่อนหน้านี้ เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพิ่งจะมีแรงงานไทยในเขตหลงถาน นครเถาหยวน เมาสุราเก็บหอยโข่งหรือหอยเชอรี่จิ้มน้ำพริกกินดิบๆ พยาธิชอนไชเข้าสันเลือดกลายเป็นอัมพาต อาการเข้าขั้นโคม่า แต่โชคดีหลังนายจ้างย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลฉางเกิงที่หลินโข่ว อาการดีขึ้นและเดินทางกลับประเทศไทยไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

      นายคมสันต์ฝากประชาสัมพันธ์ประสบการณ์ของตนให้เพื่อนคนไทยในไต้หวันได้ทราบ โดยกล่าวว่า ตนได้ไปหาเก็บหอยเชอรี่มากินและกินดิบ หลังจากกินได้สามวันเริ่มมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงและเริ่มปวดไปตามแขนหลังและขา จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลาร่วมสองเดือน อาการแค่ดีขึ้นแต่ไม่หายขาด เพราะติดเชื้อในเส้นเลือดและเยื่อหุ้มสมอง ต้องกินยาทุกวัน ทุกข์ทรมานมาก จึงฝากเตือนเพื่อนๆ ทุกคนในไต้หวันอย่ากินอาหารสุกๆ ดิบๆ เด็ดขาด โดยเฉพาะหอยโข่งหรือหอยเชอรี่

หลังรักษาอยู่เป็นเดือน แม้อาการดีขึ้นแต่ยังต้องทานยาเป็นประจำ นายคมสันต์จึงตัดสินใจยกเลิกสัญญาขอนายจ้างกลับประเทศก่อนกำหนด เพื่อไปรักษาต่อที่ประเทศไทย

       โรคที่เกิดจากพยาธินั้นสามารถป้องกันได้ โดยการรับประทานแต่อาหารที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น โดยเฉพาะในกุ้ง หอย ปู ปลา มักมีพยาธิอาศัยอยู่มาก จึงขอย้ำเตือนอีกครั้งว่าอย่าทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่ว่าจะเป็นปลาร้า ก้อย ลาบดิบๆ เพราะล้วนมีพยาธิแฝงอยู่โดยที่เราไม่รู้ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการโคม่า หากรักษาไม่ถูกวิธี ผู้ป่วยอาจหมดสติ และเสียชีวิตได้ วิธีป้องกันง่ายๆ เพียงแค่ อะไรๆ ก็กินของสุกไว้ก่อน ปลอดภัยที่สุด

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง