:::

ฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ค. 2564

  • 16 May, 2021
ฮอตฮิตติดดาว

     สัปดาห์นี้พาคุณไปติดตามสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังปะทุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในไต้หวัน กรุงไทเปและนครนิวไทเปยกระดับมาตรการป้องกันโรคขึ้นเป็นระดับ 3 ตั้งแต่วันที่ 15-28 พ.ค. รวมถึงมาตรการที่กระทรวงต่างๆ รับลูกต่อเพื่อช่วยสกัดกั้นเชื้อโควิด-19 และประเด็นเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในไต้หวัน จัดซื้อยี่ห้ออะไรบ้าง จำนวนเท่าใด ฉีดไปแล้วมากน้อยเพียงใด มีทั้งแบบฉีดฟรี และแบบเสียค่าใช้จ่ายเอง ราคาเท่าไร ติดตามได้ในรายการ คลิกที่รูปลูกศรข้างชื่อรายการเพื่อฟังเนื้อหารายการค่ะ

      ก่อนหน้านี้ในไต้หวันก็ใช้ชีวิตกันมาดีๆ แทบจะไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเลย แต่พอเริ่มมี cluster สายการบินไชน่าแอร์ไลน์ โรงแรมโนโวเทลเถาหยวนเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ยังไม่คิดว่า จะบานปลายมาจนถึงขนาดนี้ จากเมื่อวันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 พบผู้ติดเชื้อโควิค-19 รายใหม่ 29 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ เบื้องต้นพบว่า 16 ราย ติดเชื้อจากคลัสเตอร์โรงน้ำชาเขตวั่นหัว 5 ราย ติดเชื้อจากคลัสเตอร์นายกสมาคมไลออนส์ อีก 1 รายติดเชื้อจากคลัสเตอร์ร้านเกมเมืองอี๋หลัน อีก 7 รายยังไม่ทราบต้นตอการติดเชื้อโรค

     ขอวกกลับไปที่คลัสเตอร์โรงน้ำชา ซึ่งคำว่า ฉากว่าน (茶館) แปลเป็นไทยว่าโรงน้ำชาก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าเข้าไปดื่มน้ำชาเฉยๆ นะคะ ชาวไต้หวันจะทราบกันดีว่าเป็นสถานให้บริการทางเพศแบบอ้อมๆ ลูกค้าสั่งเครื่องดื่ม แล้วมีพนักงานหญิงมาชงเครื่องดื่มให้ มาร้องคาราโอเกะ ยั่วยวนทางเพศ และแขกสามารถพาพนักงานออกไปข้างนอกได้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า โรงน้ำชาในเขตว่านหัวที่มีผู้ติดเชื้อโควิดนั้น คนไต้หวันเรียกว่าเป็น อากงเตี้ยน (阿公店) หมายถึง ร้านที่กลุ่มเป้าหมายลูกค้าเป็นผู้ชายสูงอายุ ซึ่งในย่านเขตว่านหัว สถานบริการโรงน้ำชาลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงานสูงอายุ เพราะสนนราคาค่าบริการไปนั่ง 3 ชม. 300 NT  และหญิงที่ทำงานในนั้นก็มีอายุมากพอสมควร ส่วนใหญ่จะมีทั้งชาวไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่ และเวียดนาม โดยผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์โรงน้ำชา 2 คนแรกที่เจอนั้นเป็นหญิงที่ทำงานในโรงน้ำชาเขตว่านหัว สองคนนี้ทำงานกันคนละร้าน อายุ 50-60 กว่าปี

     ต่อมา วันเสาร์ที่ 15 พ.ค. สถานการณ์ยิ่งน่าใจหาย ผู้ติดเชื้อภายในประเทศพุ่งขึ้นเป็น 180 คน เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด นายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ประกาศยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 ในกรุงไทเปและนครนิวไทเปเป็นระดับ 3 ระหว่างวันที่ 15-28 พ.ค. 2564 มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ระดับ 3 โดยมีข้อกำหนด ดังนี้:

          1. หากไม่มีความจำเป็น ควรงดออกนอกบ้านหรือไปทำกิจกรรมต่างๆ

          2. หากจำเป็นต้องออกจากบ้านต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

          3. ห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คนในห้อง และเกิน 10 คนในสถานที่กลางแจ้ง

          4. ปิดสถานประกอบการ สถานบันเทิงและสถานที่สาธารณะทั้งหมด ยกเว้น การบริการที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพ การบังคับใช้กฎหมาย การรักษาพยาบาล และหน่วยงานภาครัฐ

          5. สถานประกอบการและสถานที่สาธารณะ ต้องใช้มาตรการสวมใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างทางสังคม

          6. ร้านอาหาร ภัตตาคารให้ใช้ระบบลงทะเบียนยืนยันตัวตน ฆ่าเชื้อที่มือของลูกค้า พนักงานและสถานประกอบการอย่างเคร่งครัด

          7. ล็อกดาวน์เขตพื้นที่หรือชุมชนที่เกิดการระบาดรุนแรง โดยผู้อยู่อาศัยบริเวณชุมชนที่มีการแพร่ระบาด หากต้องดำเนินการคัดแยกผู้ป่วยอย่างเร่งด่วน ต้องให้ความร่วมมือในการตรวจเชื้อโควิด-19 จะออกไปจากเขตพื้นที่คัดแยกโดยพลการไม่ได้ และงดการรวมกลุ่มและหยุดเรียนทั้งหมดในบริเวณชุมชนที่มีการแพร่ระบาด

          อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ไต้หวันมีการบริหารจัดการเตรียมรับมือได้เป็นขั้นเป็นตอน พอรัฐบาลประกาศยกระดับมาตรการป้องกันโรค กรุงไทเปและนครนิวไทเประดับ 3 เมืองอื่นๆ ก็ประกาศว่า เตรียมยกระดับ 3 เช่นกันหากสถานการณ์ถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสนับสนุนรับลูกต่อๆ กันที่แต่ละกระทรวงประกาศเพื่อช่วยสกัดกั้นเชื้อโควิด อย่างกระทรวงแรงงานและกองแรงงาน กรุงไทเป ขอความร่วมมือแรงงานต่างชาติ ผู้ที่เคยไปในเขตว่านหัว บริเวณวัดหลงซาน ตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.- 14 พ.ค. 64 ให้รีบไปตรวจคัดกรองเชื้อโควิดโดยทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่

     1. จุดตรวจเชื้อโรงพยาบาลเหอผิง (和平醫院快篩站)

     2. จุดตรวจเชื้อโรงพยาบาลซีหยวน(西園醫院快篩站)

     3. จุดตรวจเชื้อโรงพยาบาลจงซิง (中興醫院快篩站)

     4. จุดตรวจเชื้อปัวผีเหลียว (剝皮寮快篩站)

     ไม่ว่าจะเป็นแรงงานถูกหรือผิดกฎหมาย หรือบุคคลที่อยู่เกินกำหนดวีซ่า หรืออื่นๆ ทั้งนี้ จะไม่มีการส่งข้อมูลส่วนตัวไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่มีการจับกุม หรือแจ้งโทษแต่ประการใด...ถือว่ากระทรวงแรงงานไต้หวันใช้ใจแลกใจ ยอมที่จะไม่เอาผิดแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย วอนขอให้ออกมาตรวจเชื้อเพื่อหยุดการแพร่ระบาดในชุมชน ให้ความสำคัญต่อการปกป้องความปลอดภัยของสุขภาพประชาชนเป็นสำคัญ น่าชื่นชมมากในจุดนี้

     มาตรการรับลูกต่อๆ กัน อีกกระทรวงหนึ่งก็คือกระทรวงมหาดไทย ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า วัด ศาลเจ้า และศาสนสถานทุกแห่งทั่วประเทศ จะต้องปิดไม่ให้ประชาชนเข้าไปสักการะชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.-8 มิ.ย. ประชาชนสามารถไหว้ได้ที่ลานด้านนอก กลางแจ้ง และต้องเว้นระยะห่างทางสังคม โดยจะต้องมีการลงทะเบียนยืนยันตัวตนผ่านออนไลน์และสวมหน้ากากอนามัย และประกาศปิดบ้านพักบนอุทยานแห่งชาติต่างๆ ทั่วประเทศชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 15-28 พ.ค. ซึ่งกระทบต่อนักปีนเขาที่จองบ้านพักไว้ล่วงหน้าแล้วประมาณ 15,000 คน แต่สามารถรับเงินค่าจองที่พักคืนได้

     มาต่อกันที่ภาคเอกชน ความน่าสนใจของมาตรการป้องกันโรคในไต้หวัน ได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาอย่างทันควัน เช่น ร้านสะดวกซื้อ 4 เจ้าใหญ่ของไต้หวัน 7-11, Family Mart, Hi Life และ OK Mart ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. เป็นต้นไป ลูกค้าที่จะเข้าไปใช้บริการจะต้องสแกน QR Code ที่โปสเตอร์หน้าทางเข้า ซึ่งจะเข้าไปยังระบบออนไลน์ ให้กรอกข้อมูลรหัสสาขาที่มาใช้บริการ ชื่อสกุล เบอร์โทรติดต่อ จำนวนคนที่เข้ามาด้วยกัน และต้องสวมหน้ากากอนามัยด้วย โซนอาหารร้อนที่ต้องบริการตนเอง เช่น ไข่ต้มใบชา ฮอทด็อก มันเผา โอเด้ง งดให้บริการชั่วคราว ปิดให้บริการโซนที่นั่งรับประทานอาหารและห้องน้ำ ชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อ

     สำหรับสถานการณ์ล่าสุดในวันที่รายการออกอากาศ คือ วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ค. ไต้หวันพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นนิวไฮ สูงที่สุดอีก 207 ราย เป็นแบ่งติดเชื้อภายในประเทศ 206 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 1 ราย ในจำนวนนี้ เป็นเพศชาย 90 ราย หญิง 116 ราย อยู่ในกรุงไทเปมากที่สุด 97 ราย นครนิวไทเป 87 ราย จางฮั่ว 9 ราย อี๋หลาน 3 ราย ซินจู๋ 3 ราย นครเถาหยวน2 ราย จีหลง 2 ราย และนครไทจง 1 ราย

     ก่อนหน้านี้ ไต้หวันเปิดให้ประชาชนสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้ มีทั้งแบบที่รัฐออกค่าใช้จ่ายให้ (ฉีดฟรี) ในกลุ่มที่รัฐกำหนด และแบบออกค่าใช้จ่ายในการฉีดเอง ตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.เป็นต้นมา ผู้มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ เช่น ทำงาน, เรียนหนังสือ, ประกอบธุรกิจ, เยี่ยมญาติ, รักษาพยาบาล หรือตามหลักมนุษยธรรม สามารถลงทะเบียนฉีดได้ โดยทำการนัดหมายฉีดได้ที่สถานพยาบาล 31 แห่งทั่วไต้หวัน ราคาเข็มละ 500/550/600 เหรียญไต้หวัน แล้วแต่ประเภทของสถานพยาบาล ศูนย์การแพทย์ 600 เหรียญ โรงพยาบาลส่วนภูมิภาค 550 เหรียญ และโรงพยาบาลส่วนท้องถิ่น 500 เหรียญ

     อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคประกาศงดเปิดลงทะเบียนแบบสมัครใจออกค่าใช้จ่ายในการฉีดเองชั่วคราว ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนไปแล้ว ยังไปฉีดได้ตามวันนัดหมาย สถิตินับจนถึงวันศุกร์ที่ 14 พ.ค. มีผู้มาเข้ารับการฉีดวัคซีน 32,351 คน ในจำนวนฉีดฟรีแบบรัฐออกค่าใช้จ่ายให้ 29,159 คน ฉีดแบบเสียค่าใช้จ่ายเอง 3,192 คน รวมทั่วไต้หวันมีผู้ฉีดวัคซีนแล้วทั้งสิ้น 186,149 คน ฉีดฟรีแบบรัฐออกค่าใช้จ่ายให้รวม 149,139 คน ฉีดแบบเสียค่าใช้จ่ายเอง 37,010 คน

     แผนการจัดซื้อวัคซีนของไต้หวัน ประกอบด้วย วัคซีนแอสตราเซเนกา (AZ) 10 ล้านโดส, วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) 5.05 ล้านโดส, วัคซีนจากโครงการ COVAX 4.76 ล้านโดส และวัคซีนที่ผลิตภายในประเทศ 20 ล้านโดส อย่างไรก็ตาม จากจำนวนวัคซีนที่คาดว่าจะซื้อได้ 19.81 ล้านโดส ขณะนี้มีการส่งมอบวัคซีนให้ไต้หวันแล้วเพียง 310,000 โดสเท่านั้น อัตราเพียง 1.59% ที่ได้มาจากโครงการ COVAX ก็เป็นวัคซีน AZ ปัจจุบันไต้หวันจึงมีให้ฉีดเฉพาะวัคซีน AZ คาดว่าจะอนุมัติวัคซีนที่ผลิตภายในประเทศได้ในเดือนก.ค. ส่วนวัคซีนของโมเดอร์นา คาดว่าจะมาถึงไต้หวันในเดือนมิ.ย.นี้ จากตอนแรกที่บอกว่าน่าจะมาถึงไต้หวันเดือนพ.ค.

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง