:::

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 26 ก.ค.2565

  • 28 July, 2022
ที่นี่ไต้หวัน
บวบ ผักพื้นบ้านที่นิยมรับประทานในช่วงหน้าร้อน

"บวบ" ผักพื้นบ้านที่นิยมรับประทานในช่วงหน้าร้อน

     บวบ ภาษาฮกเกี้ยนเรียกว่า “ไช่กวา菜瓜” ส่วนภาษาจีนกลางเรียกว่า “ซือกวา絲瓜”เป็นผักตระกูลแตง ชอบอากาศอบอุ่น ในไต้หวันพื้นที่ปลูกบวบส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคกลางและภาคใต้ รวมทั้งในหมู่เกาะเผิงหู บวบเจริญเติบโตดีในอุณหภูมิมากกว่า 25 องศาเซลเซียส มีแสงแดดเพียงพอ ช่วงที่ออกดอกไม่ต้องการปริมาณน้ำฝนเยอะ บวบนำมาปรุงเป็นอาหารหลากหลายเมนู ทำเป็นผักจิ้ม ผลอ่อนและยอดอ่อนทานกับสารพัดน้ำพริก นำมาผัดไข่ ผัดใส่กุ้ง หรือใส่เนื้อก็ได้ ในไต้หวันส่วนใหญ่จะปลูกบวบกลมและบวบเหลี่ยม โดยในเกาะไต้หวันนิยมปลูกบวบกลม ส่วนบวบเหลี่ยมจะปลูกมากในหมู่เกาะเผิงหู และปัจจุบันยังมีบวบอีกชนิดหนึ่ง รูปร่างหน้าตาค่อนข้างกลมสั้นเรียกว่า “บวบแอปเปิล蘋果絲瓜” เป็นบวบสายพันธุ์หนึ่งของบวบกลม ไม่ใช่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างบวบกับแอปเปิล แต่เนื่องจากรูปร่างค่อนข้างกลมสั้นคล้ายผลแอปเปิล เนื้อแน่นกว่า ราคาแพงกว่า นำไปปรุงอาหารจะมีน้ำน้อยกว่า รสหวานกรอบมากกว่าบวบชนิดอื่น

บวบแอปเปิล รูปทรงกลมสั้น เนื้อแน่น หวาน กรอบ อร่อย

    มีคำถามว่า ทำไมบวบเหลี่ยมจึงปลูกมากในหมู่เกาะเผิงหู หวังจวี้นเหนิง(王俊能) ผู้ช่วยวิจัยสาขาเผิงหูอธิบายว่า ดินของเกาะเผิงหูมีค่า pH 7-8 ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยไม่ถึง 1,000 ซม.ต่อปี ทำให้ปลูกบวบเหลี่ยมที่นี่จะเจริญเติบโตดีกว่า ร้านอาหารหรือคนในท้องถิ่นล้วนชอบทานบวบเหลี่ยมเพราะให้ความรู้สึกกรอบกว่า หวานกว่า มีบางคนนำมาทำเป็นผักสลัด เกษตรกรปลูกเองขายเอง ราคาขายอย่างน้อย 100 เหรียญไต้หวันต่อน้ำหนัก 600 กรัม ขายดี ไม่เหลือส่งขายยังเกาะไต้หวัน การปลูกบวบให้มีคุณภาพดี เกษตรกรจะทำค้างให้บวบเลื้อยพัน สะดวกในการเก็บผล ให้ใบบวบได้รับแสงแดดเพียงพอ ผลบวบตรงกว่า ขายได้ราคาดีกว่า อย่างไรก็ตาม ที่เกาะเผิงหู เวลาปลูกบวบจะไม่นิยมทำค้าง เพราะลมแรง พัดค้างเสียหายง่าย แม้ผลบวบคดงอง่าย แต่ไม่ส่งผลต่อรสชาติ มีเกษตรกรบางคนให้เถาบวบเลื้อยตามผนังหรือผาหิน ไม่ต้องกังวลเรื่องลมแรง ผลบวบที่ปลูกได้จะสวยและตรงกว่า

บวบเหลี่ยมนิยมปลูกที่เผิงหู

    บวบเป็นพืชที่ชอบแสงแดดเพียงพอ แต่ถ้าปลูกในช่วงหน้าร้อนจะไม่ค่อยออกดอก เพราะต้องการแสงแดดส่องระยะสั้นจึงจะออกดอก แต่หน้าร้อนของไต้หวันแสงแดดส่องยาวนาน กลับทำให้บวบไม่ออกดอก จึงมักปลูกบวบในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจนถึงช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิของปีถัดไป ช่วงออกดอกเร็วที่สุดใช้เวลา 40 วัน ตั้งแต่ปลูกจนถึงเวลาเก็บเกี่ยวใช้เวลา 2-3 เดือน บวบเป็นพืชที่มีส่วนประกอบของน้ำมากถึง 95% นอกจากนำผลมารับประทานแล้ว น้ำบวบยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค หากต้องการทำน้ำบวบจะต้องไม่เก็บเกี่ยวผลบวบ มักจะเก็บน้ำบวบในช่วงเย็น ด้วยการตัดเถาบวบให้ขาด จากนั้นเอาภาชนะไปรองรับน้ำ น้ำบวบที่เก็บได้จะมีสารเจือปนค่อนข้างสูง จึงต้องวางทิ้งไว้ให้เกิดการหมักนานกว่าครึ่งปี สุดท้ายต้องผ่านการกรองและตรวจสอบคุณภาพจึงจะใช้เป็นน้ำบวบได้ น้ำบวบไม่มีสี ไม่มีรสชาติ แต่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตจำนวนมาก มีวิตามินและเกลือแร่มากมาย รวมทั้งมีน้ำปริมาณมาก หากนำมาทาที่ผิวหนังจะให้ความชุ่มชื้น ไม่ว่าจะทำเป็นผลิตภัณฑ์ทาผิวโดยตรง หรือเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง ล้วนเป็นตัวช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังได้

บวบปลูกที่เผิงหูไม่นิยมทำค้าง แต่ให้เถาเลื้อยพันไปตามผนังหิน

    สำหรับเทคนิคเลือกซื้อบวบประกอบด้วย ไม่นิ่มเกินไป ไม่เหี่ยวเกินไป ไม่เหลืองเกินไป ไม่มีบาดแผล หากเจอบวบที่มีผิวเหี่ยวย่น เนื้อไม่แน่น สีผิวออกจะเหลือง อาจเป็นบวบที่วางไว้นานเกินไป เวลาบริโภคจะมีรสขม ปรุงอาหารจะเละง่าย และผลบวบที่มีเนื้อบุ๋มลงไปหรือมีน้ำสีเหลืองไหลออกมา หรือถูกหนอนแมลงไช ไม่ควรซื้อมารับประทาน หากซื้อมาแล้วยังไม่รับประทานทันที ควรใช้กระดาษห่อเก็บไว้ในช่องเย็นธรรมดา แต่ไม่ควรเก็บนานเกินไปจนมีสีผิวคล้ำ ยังทำให้รสชาติเปลี่ยนไปด้วย

ยำบวบสไตล์ไต้หวัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง