:::

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2565

  • 27 July, 2022
ไขปัญหาแรงงาน
สาวเวียดนามบิดสกู๊ตเตอร์ซิ่งบนทางด่วน 44 กม. รถตำรวจ 4 คันสกัดไม่อยู่

1. อากาศร้อนจัด เตือนแรงงานไทยที่ทำงานกลางแจ้งระวังโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก อันตรายถึงชีวิต

           ไต้หวันเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัว ปีนี้ดูเหมือนจะร้อนเป็นพิเศษ แม้จะอยู่ในที่ร่มก็ร้อนอบอ้าวมาก ยิ่งคนทำงานกลางแจ้งยิ่งร้อนจัด เตือนให้ระวัง ละเลยไม่ได้เด็ดขาด การทำงานท่ามกลางอากาศที่ร้อนเกินไป เป็นภัยต่อสุขภาพ ทำให้เกิดภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ หากไม่ได้รับการรักษาในทันที อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อหัวใจ สมอง ไต และกล้ามเนื้อ อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้

           สัญญาณเตือนของโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก อากาศร้อนแต่ไม่มีเหงื่อออก หน้าแดง ตัวร้อนจัด กระหายน้ำ วิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง มึนงง ชัก รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัวน้อยลง หมดสติ หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

           วิธีป้องกัน ผู้ที่ทำกิจกรรมหรือทำงานกลางแจ้ง หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิร้อนจัด ควรดื่มน้ำให้มากเพียงพอ หรือดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6–8 แก้ว หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ เช่น เครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน กาแฟ เหล้า เบียร์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ จะทำให้เสียน้ำทางปัสสาวะในปริมาณสูง หากไม่สามารถชดเชยน้ำได้มากพอจะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคลมแดดได้

2. ระวังตกเป็นเหยื่อ กลายเป็นเจ้าของบัญชีม้า กระทรวงแรงงานไต้หวันเตือนแรงงานไทย ไม่รับจ้างเปิดบัญชี ไม่ขายและไม่ให้ใครยืมใช้บัญชี

           ปัจจุบัน เนื่องจากสถานการณ์โควิด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาเชื้อเพลิงแพงขึ้น ทำให้ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงอยู่แล้วทวีความรุนแรงขึ้น แรงงานต่างชาติในไต้หวัน ซึ่งมีรายได้ดีและมั่นคง จึงตกเป็นกลุ่มเป้าหมายของแก๊งมิจฉาชีพระหว่างประเทศมากขึ้น เริ่มจากแรงงานอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนามที่ถูกหลอกจำนวนมาก ขณะนี้แรงงานไทยก็เริ่มถูกหลอกลวงต้มตุ๋นมากขึ้น โดยเฉพาะให้คนอื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร สุดท้ายกลายเป็นทางผ่านฟอกเงิน เจ้าของบัญชีตกเป็นผู้ต้องหาร่วมขบวนการโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ช่วงไขปัญหาแรงงานวันนี้ จะนำรูปแบบและกลโกงการหลอกลวงที่ปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ของกลุ่มมิจฉาชีพที่เรียกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาตีแผ่ เพื่อให้รู้จักและรับมือได้ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

          ปัจจุบัน ทุกคนมีโอกาสสูงที่จะถูกหลอกหรือได้รับสายลึกลับจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางคนไม่ได้เจอแค่ครั้งเดียว แต่เจอแทบจะทุกรูปแบบ ทั้งแก๊งหลอกลวงการส่งพัสดุ ไม่ได้สั่งซื้อสินค้าหรือพัสดุ แต่ได้รับแจ้งให้ไปรับของ ยังมีแก๊งไปรษณีย์ตกค้าง และแก๊งหลอกโอนเงินจากต่างประเทศ

          สิ่งแรกที่ควรจำคือ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสำคัญส่วนบุคคล เช่นหนังสือเดินทาง ใบถิ่นที่อยู่หรือบัตรประกันสุขภาพ ต้องเก็บให้ดี นอกจากนี้ เอกสารสำคัญอีกอย่างที่ให้ใครยืมหรือเอาไปใช้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ได้แก่ บัญชีธนาคาร "การรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร หรือยอมให้ผู้อื่นเอาบัญชีไปใช้ กลายเป็นบัญชีม้า" มีโทษทางกฎหมาย หากบัญชีถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางทุจริต "บัญชีม้า" คือ บัญชีที่รับจ้างเปิด แล้วถูกนำไปขายต่อให้กลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายหรือมิจฉาชีพ เพื่อนำไปใช้ทำธุรกรรมในทางทุจริต เช่น รับโอนเงินจากการหลอกลวงต่าง ๆ การพนัน ยาเสพติด ฟอกเงิน ฯลฯ โดยบัญชีม้ามักถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือธุรกิจแชร์ลูกโซ่ใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความผิด และทำให้ยากต่อการสืบหา ซึ่งจะทำให้เจ้าของบัญชีมีความผิด และอาจโดนคดีภาษี เพราะหลายครั้งที่เหยื่อบัญชีม้ามักรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือโดนล่อลวงชักชวนให้เปิดบัญชีด้วยผลตอบแทนต่าง ๆ ซึ่งมีความผิดหนัก ถึงขั้นติดคุก! ข้อหาความผิดฐานร่วมกันกระทำความผิด เป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด หรือเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

3. อันตราย! สาวเวียดนามบิดสกู๊ตเตอร์ซิ่งบนทางด่วน 44 กม. รถตำรวจ 4 คันขับประกบและปิดทางด่วนสกัดไม่อยู่ ฝ่าด่านหนีไปได้ ถูกจับขณะหนีไปตากแอร์ในสนามบินไทจง

          เมื่อเวลา 15.46 นาที ของวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา รถตำรวจสายตรวจบนทางด่วน พบสาวนักซิ่งรายหนึ่ง ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนาม สันนิษฐานว่าหลงทาง ขี่รถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กขึ้นทางด่วนสาย 1 แล่นขึ้นทางทิศเหนือด้วยความเร็วสูง ที่หลักกิโลเมตรที่ 218 กม. ช่วงตำบลซีโหล ในเมืองหยุนหลิน เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงได้วิทยุขอกำลังเสริม และปิดทางด่วนบางช่วงเพื่อสกัด ตำรวจทางด่วน 8 นาย พร้อมรถ 4 คัน แล่นเข้าใกล้ประกาศทางโทรโข่งว่า อันตรายขอให้จอดรถไว้ข้างทาง แต่สาวนักซิ่งรายนี้ไม่สน ยังคงซิ่งหลบการสกัดจับอย่างผาดโผน ถึงขนาดใช้เท้าถีบรถตำรวจที่เข้าใกล้ และหมวกกันน็อกที่สวมอยู่หลุดจากหัวมาคล้องไว้ที่คอ ตำรวจเกรงจะเกิดอันตราย ได้แต่วิ่งประกบขนาบข้างอยู่ห่าง ๆ และไปสกัดด้านหน้า ตำรวจ 2 นายจอดรถขวางทางและลงมาโบกธงแดงให้หยุด แต่สาวนักซิ่งขี่รถซิกแซกฝ่าวงล้อมไปได้

สาวเวียดนามบิดสกู๊ตเตอร์ซิ่งบนทางด่วน 44 กม. รถตำรวจ 4 คันขับประกบและปิดทางด่วนสกัดไม่อยู่

          หลังวิ่งมาไกล 30 กม. ได้ลงที่ทางต่างระดับหวังเถียนในเขตต้าตู้ นครไทจง แต่ไม่ทราบด้วยเหตุใด ขี่รถมอเตอร์ไซค์คันเดิมขึ้นทางด่วนอีกครั้ง คราวนี้ขี่สวนเลนบนทางด่วนขาขึ้นเหนือ เป็นที่หวาดเสียวของผู้คนที่เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก เมื่อตำรวจขับรถไล่ตามมา สาวเวียดนามรายนี้ ถือโอกาสที่รถหนาแน่น ซิกแซกหลบลงทางด่วนที่ทางต่างระดับต้าหย่า รวมระยะทางซิ่งมอเตอร์บนทางด่วน 44 กม. จากนั้นขี่หายตัวไป   

ตำรวจ 2 นายจอดรถขวางทางและลงมาโบกธงแดงให้หยุด แต่สาวนักซิ่งขี่รถซิกแซกฝ่าวงล้อมไปได้

          ตำรวจตรวจสอบป้ายทะเบียนรถ ตามไปจับกุมที่บ้านพัก พบเป็นหญิงเวียดนามที่มาแต่งงานตั้งรกรากอยู่ในนครไทจง แต่ยังไม่ได้กลับบ้าน 7 ชั่วโมงต่อมา พบรถมอเตอร์คันดังกล่าวจอดอยู่ในสนามบินไทจง จึงแจ้งตำรวจท่าอากาศยานจับกุมเจ้าของรถที่หลบเข้าไปตากแอร์ในห้องโถงสนามบิน นำตัวไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจ หญิงเวียดนามรายนี้ให้การว่า เนื่องจากหลงทาง จึงขี่รถมอเตอร์ไซค์ขึ้นทางด่วน และกลัวจะถูกจับปรับ จึงซิ่งรถหนีสุดชีวิต ตำรวจกล่าวว่า โชคดีที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ นอกจากส่งตัวให้สำนักงานอัยการดำเนินคดีอาญาข้อหาก่ออันตรายในที่สาธารณะแล้ว ยังได้เขียนใบสั่งฐานฝ่าฝืนกฎหมายการจราจรทางถนนและบทลงโทษ ปรับสูงสุด 60,000 เหรียญ

รถมอเตอร์ของสาวเวียดนามที่ซิ่งบนทางด่วน 44 กม. จอดผิดที่หน้าสนามบินไทจง เจ้าของรถหลบเข้าไปตากแอร์ในห้องโถง

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง